เนชั่นทีวี

ข่าว

"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ ปมจุดชี้ขาด "คดี อดีต 44 สส.ก้าวไกล" ถึงมือศาลฯ โอกาส แก้ต่างยาก

09 เม.ย. 2569 | thamsathit_pol

"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ ปมจุดชี้ขาด "คดี อดีต 44 สส.ก้าวไกล" ถึงมือศาลฯ โอกาส แก้ต่างยาก

"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ ปมจุดชี้ขาด "คดี อดีต 44 สส.ก้าวไกล" เหตุใด เลขาธิการสภาผูเ้แทนราษฎร ทักท้วงแล้ว แต่ยังดื้อดึง เสนอ ร่าง แก้ไข ปอ.มาตรา 112 อีก 

9 เมษายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน กล่าวว่า วันนี้ตนมาทำหน้าที่วอร์รูมกุนซือมือกฎหมายให้กับนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยติดตามการแถลงนโยบายของฝ่ายรัฐบาลและการซักฟอกนโยบายของฝ่ายค้าน บางช่วงดุเดือดเลือดพร่าน เป็นสีสันการเมืองและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 วรรคหนึ่ง หลังจากนี้ ฝ่ายรัฐบาลมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน
 

วันนี้ ได้ติดตาม กรณี ป.ป.ช.ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาใน คดีหมายเลขดำที่ คมจ.1/2569 ระหว่าง ป.ป.ช.  ผู้ร้อง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับพวก รวม 44 คน ผู้คัดค้าน  โดยอยู่ในชั้นตรวจคำร้อง และคัดเลือกผู้พิพากษาศาลฎีกามาเป็นองค์คณะเพื่อทำหน้าที่ไต่สวนฯและตรวจเนื้อหาแห่งคำร้องว่า จะรับคำร้องหรือไม่ และสั่งให้ผู้คัดค้านที่เป็น สส.พรรคประชาชนจำนวน 10 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่  

ผู้คัดค้าน ที่มีสถานะเป็น สส. สังกัดพรรคประชาชน จำนวน 10 คน เป็นผู้คัดค้าน ในลำดับที่ 3,7,17,19,23,24,26,34.35,38 

เนื้อหาคำร้อง ที่เป็นสาระสำคัญและเป็นจุดชี้ขาด เหตุใด “..สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แจ้งถึงข้อบกพร่องดังกล่าวให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 คนทราบแล้ว แต่ผู้คัดค้านทั้ง 44 ยังคงยืนยัน จะเสนอร่าง พรบ.แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีก” โดยไม่ถอนร่าง โดยผู้ร้องได้บรรยายถึงพฤติการณ์การกระทำ ระบุชัด มีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการล้มล้างการปกครองฯโดยไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯตามรัฐธรรมนูญและก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง.. ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ผู้คัดค้านใช้สิทธิในการหักล้างชั้นศาลได้

“ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน

ผู้คัดค้านอ้างว่า ตนไม่ได้นำพยานหลักฐานเข้าไปหักล้างในชั้น ปปช. แต่ในชั้นศาล ย่อมที่จะนำพยานหลักฐานไปหักล้างได้อย่างเต็มที่ แต่ปัญหาว่า เนื้อหาที่ ปปช.บรรยายเนื้อหาแห่งคำร้อง นำมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 แล้ว ผู้คัดค้านจะหักล้างข้อเท็จจริงอย่างไร เป็นโจทย์ยากของฝ่ายผู้คัดค้านและค่อนข้างเหนื่อย 

แฟ้มภาพ จากเพจพรรคประชาชน

ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ศาลฎีกายึดถือสำนวน ป.ป.ช.เป็นหลัก เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคหนึ่ง (1) ,มาตรา 226 ประกอบ พรป.ป.ป.ช.  โดยกฎหมายเปิดช่องให้ฝ่ายผู้คัดค้านนำข้อเท็จจริงที่เป็นพยานหลักฐานใหม่ นำมาหักล้างคำวินิจฉัยชี้ขาด ของ ปปช.ได้  โดยผลทางกฎหมาย คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญย่อมเสร็จเด็ดขาดและผูกพันทุกองค์กร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ จึงปัญหาของผู้คัดค้าน ในการนำสืบพยาน จะหักล้างกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างไร ตรงนี้ แก้ยาก 

พูดภาษาชาวบ้าน คือ ข้อเท็จจริงที่ต้องแก้ว่า  เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ทักท้วงถึงข้อบกพร่องแล้ว แต่ อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ถึงยังดื้อดึง โดยไม่ยอมถอนร่าง ตรงนี้ จะถูกนำไปมัดรวม ว่า มีเจตนาร่วมกันหรือไม่     
 

ข่าวล่าสุด