เนชั่นทีวี

ข่าว

จะรวยจริงหรือแค่ราคาคุย? "เสรีพิศุทธ์" ท้าสอนมวย "อนุทิน" กลางสภา

09 เม.ย. 2569

จะรวยจริงหรือแค่ราคาคุย? "เสรีพิศุทธ์" ท้าสอนมวย "อนุทิน" กลางสภา

จะรวยจริงหรือแค่ราคาคุย? "เสรีพิศุทธ์" ท้าสอนมวย "อนุทิน" กลางสภาฯ เผยเบื้องลึกทำไมตำรวจถึงเละเทะ เพราะนายกฯ ภาระเยอะเกินไปหรือเปล่า?

9 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แถลงถึงการอภิปรายคำแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า จะอภิปรายนโยบายรัฐบาล ของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตนชำนาญและจะสอนนายกฯ เกี่ยวกับ 3 เรื่อง ที่เกี่ยวกับคำแถลงนโยบายเป็นเรื่องเด็กๆ ทั้งนั้น ที่บอกว่าจะปราบการพนัน ปราบอิทธิพล และปราบยาเสพติด เป็นเรื่องของเด็กๆ เขาทำกัน
 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ กล่าวต่อว่า ระดับนายกฯ ต้องทำในเรื่องของการพัฒนาและบริหาร ว่าจะพัฒนาอย่างไรให้กระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรตำรวจ ซึ่งเป็นต้นทางในกระบวนการยุติธรรมมีความเจริญก้าวหน้าเทียบเท่าองค์กรอื่น
 

“ตำรวจอยู่ภายใต้นายกฯ เลยถูกบีบตลอด และนายกฯ ก็ภาระเยอะเหลือเกิน เป็นทั้งรัฐมนตรีมหาดไทย จะมาดูแลอะไรตำรวจ ตำรวจก็จะเละเทะต่อไป เพราะฉะนั้นจะสอนว่าถ้าทำแบบผม เดี๋ยวมันจะได้รวยจริงๆ ไม่ใช่รวยแต่…” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ กล่าว 
 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย

"เสรีพิศุทธ์" แนะรัฐบาลหันมาดูแลตำรวจ รับวุฒิป.ตรี แทนการเรียนนายร้อยตำรวจ ประหยัดเวลา ประหยัดงบ 
 

 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปรายด้านความมั่นคงว่า การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ การปราบปรามยาเสพติด และการตรวจตราคนเข้าเมือง งานแบบนี้เป็นงานที่เด็กๆ เขาทำกันไม่ใช่งานรัฐบาล รัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีต้องทำงานหรือนโยบายที่สำคัญมากกว่านี้ คือการพัฒนาคนพัฒนาองค์กรให้มีความพร้อมสามารถ ที่จะปฏิบัติหน้าที่ต่อประชาชนได้ สมัยก่อนตำรวจและอัยการขึ้นตรงกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในสมัยนั้นตำรวจและอัยการยิ่งใหญ่ แต่เวลาผ่านไปทั้งตำรวจและอัยการออกจากมหาดไทยไปหมดแล้ว อัยการไปเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญบริหารงานบุคคลตัวเอง นายกรัฐมนตรีจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวก็ไม่ได้ แต่ในส่วนของตำรวจก็ยังขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหาร มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาและเป็นประธานก.ตร.สามารถพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย ลงโทษลงทัณฑ์ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้

 

ฉะนั้น นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ งานทุกหน่วยงาน และยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีก สงครามโลกตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นไทย-กัมพูชา หรือสงครามตะวันออกกลาง กระทบถึงราคาน้ำมันเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ข้าวของแพง ทุกอย่างขึ้นราคาทั้งหมด ตกลงใครเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบตำรวจ ไม่มี เมื่อไม่มีจะรู้ได้ยังไงว่า จะพัฒนาตำรวจอย่างไร ระบบกระบวนการยุติธรรมประกอบด้วยตำรวจอัยการ และศาล โดยตำรวจเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม แต่ปัจจุบัน การพัฒนาองค์กรตุลาการ องค์กรอัยการ ด้านสวัสดิการต่างๆ เอาเต็มที่ ไม่ได้เหลียวแลตำรวจเลย ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นที่ต้องหันมาพัฒนาตำรวจให้มาก ถ้าไม่มีคดีเกิดขึ้นบ้านเมืองก็สงบ ลดจำนวนอัยการผู้พิพากษาลงไปได้
 

"เป็นผู้บัญชาการตำรวจมามันก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ หรือจากมหาวิทยาลัย อยู่ที่คนอยู่ที่ประสบการณ์ ฉะนั้นรัฐต้องตัดสินใจได้แล้วว่า เราจะเสียงบประมาณทำไม 6 ปีให้บุคคลมาเรียนที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ กับรับจากมหาวิทยาลัย ที่มาอบรมเพียง 6 เดือน อะไรมันประหยัดกว่า ถ้าประหยัดกว่าก็ควรเอาสิ่งที่ดีกว่า ก็รับจากมหาวิทยาลัยมาเป็นตำรวจ" พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว
 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า หากได้บุคคลที่จบปริญญาตรี มาอบรม 2 ปีได้วุฒิปริญญาโท ก็จะได้ข้าราชการตำรวจที่มีคุณวุฒิ ความรู้ความสามารถทำงานให้กับประชาชนได้มากกว่านี้ นอกจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรกำหนดแผนกสอบสวนใหม่ ให้มีปริมาณเพียงพอกับปริมาณงานและรับความรับผิดชอบ โดยเฉพาะปรับอัตราเงินเดือนพนักงานสอบสวนและสวัสดิการต่างๆให้เทียบเท่าพนักงานอัยการ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น
 

"คุณอนุทินไม่ทราบว่าจะรู้หน้าที่นี้ไหม แต่ผมคิดว่าไม่ทราบ ท่านทำงานการเมืองก็ว่าแต่การเมือง รัฐธรรมนูญท่านก็ไม่ได้อ่านกฎหมายตำรวจก็ไม่ได้อ่าน ส่วนตำรวจก็อ่านแต่กฎหมายตำรวจ รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้อ่าน ก็เลยไม่มีการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญกัน เพราะฉะนั้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้มีอิทธิพล ปราบการพนันกับปราบยาเสพติด เป็นงานที่เด็กๆ เขาทำกัน"
 

จะรวยจริงหรือแค่ราคาคุย? "เสรีพิศุทธ์" ท้าสอนมวย "อนุทิน" กลางสภา  
 

เสนอ 6 อุดมการณ์ชาติ พัฒนาคน ถ้าทำได้คำว่า"รวยไม่ไหวแล้ว"จะเป็นจริงสักที
 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า บ้านเมืองต้องมีกฎหมาย ใครทำผิดก็ต้องติดคุก พระก็มีศีลให้ปฏิบัติ แต่เราก็เห็นทั้งตำรวจทั้งพระ ยังละเมิดกฎหมายกระทำผิดอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อคณะรัฐมนตรีจะบริหารประเทศ จึงอยากถามว่า ทั้งคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และประชาชน ต้องทำงานร่วมกัน ไม่มีอะไรยึดเหนี่ยว จึงขอฝากอุดมการณ์ในการทำงานคืออุดมการณ์ชาติ 6 ข้อให้คณะรัฐมนตรี 1. ขยัน 2.ประหยัด 3.ซื่อสัตย์ 4.เสียสละ 5.พึ่งตนเอง และ 6.ร่วมมือกัน อย่างในภาวะตอนนี้ถ้าไม่ขยันไม่ประหยัดคงเดินต่อไม่ได้ 
 

"เพราะฉะนั้นถ้าประชาชนอยู่อย่างเป็นสุข ก็คงเป็นเป้าหมายของรัฐบาล ที่ต้องการให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข ท่านก็ควรจะคิดแก้ไขที่ต้นเหตุคือ การพัฒนาคนให้ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ เสียสละ พึ่งตนเองและร่วมมือกันทำให้ได้ ถ้าทำได้บ้านเมืองก็จะสงบเรียบร้อย และจะสามารถพูดได้ว่า ที่พูดอยู่รวยแล้ว รวยอีก รวยไม่รู้เรื่อง รวยไม่ไหวแล้ว จะได้เป็นของจริงสักที"