svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

รัฐบาลงัดยาแรง สั่ง "ผู้ค้าน้ำมัน" รายงาน"สต๊อกน้ำมัน" หน้าโรงกลั่นและคลังน้ำมัน

27 มี.ค. 2569

"ราชกิจจานุเบกษา" เผยแพร่ ประกาศ "กระทรวงพลังงาน" ออกมาตรการเข้ม บังคับ ผู้ค้าน้ำมัน รายงานสต็อกน้ำมัน หน้าโรงกลั่นและคลังน้ำมันทั่วไทย มีผลบังคับใช้ทันที

27 มีนาคม 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569  ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศของ กระทรวงพลังงาน เรื่อง “กำหนดมาตรการและเงื่อนไขการดำเนินการค้าของผู้ค้าน้ำมัน อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง พ.ศ.2569”

ประกาศดังกล่าวมีสาระสำคัญว่า ปัจจุบันสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา, อิสราเอล และ อิหร่าน มีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเกิดการตอบโต้ทางทหารโดยการโจมตีทางอากาศต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์หลายแห่งในตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ ยังมีการจำกัดเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าใน อ่าวเปอร์เซีย และ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงของหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย อีกทั้งยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์จะยุติเมื่อใด

ขณะเดียวกัน รัฐบาลพบว่า ผู้ค้าน้ำมันบางรายจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากหน้าโรงกลั่น หรือ คลังน้ำมันในราคาที่สูงกว่าราคาขายปลีกที่สถานีบริการ ทำให้ผู้ค้ารายย่อยไม่สามารถจัดหาน้ำมันไปจำหน่ายให้ประชาชนได้เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชน

ทั้งนี้ ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 และการประชุมหารือสถานการณ์พลังงานเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานเร่งกำหนดมาตรการที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว

โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจึงออกประกาศกำหนดมาตรการสำคัญ ดังนี้

1. บังคับเปิดเผยราคาขายส่งและสต๊อกน้ำมัน

ผู้ค้าน้ำมันต้องแสดงราคาขายส่งน้ำมันเชื้อเพลิง รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และปริมาณน้ำมันคงเหลือในแต่ละวัน ที่หน้าโรงกลั่นและหน้าคลังน้ำมันทุกแห่ง โดยต้องแสดงหน่วยเป็นบาทต่อลิตร และลิตร พร้อมตัวเลขอารบิกอย่างชัดเจน

2. รายงานข้อมูลต่อรัฐทุกวัน

ผู้ค้าน้ำมันต้องรายงานราคาจำหน่ายและปริมาณน้ำมันคงเหลือต่ออธิบดี กรมธุรกิจพลังงาน ภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน ตามรูปแบบที่กำหนด

3. ควบคุมราคาขายส่ง

ผู้ค้าน้ำมันต้องจำหน่ายน้ำมันในราคาที่ไม่สูงกว่าโครงสร้างราคาที่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (EPPO) ประกาศแนะนำบนเว็บไซต์

สำหรับคลังน้ำมันในต่างจังหวัดสามารถรวมค่าขนส่งตามโครงสร้างราคาที่กำหนดได้

4. โรงกลั่นต้องรายงานต้นทุนการผลิต

โรงกลั่นน้ำมันต้องรายงานต้นทุนการกลั่นน้ำมันดิบต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ทุกวันศุกร์ก่อนเวลา 12.00 น. โดยต้องแจ้งรายละเอียด เช่น

ราคาน้ำมันดิบ

ค่าขนส่งและค่าระวางเรือ

ค่าประกันภัย

ค่าธรรมเนียมและภาษี

ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าแรง

ค่าซ่อมบำรุง

ค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ย

5. รายงานข้อมูลการขนส่งน้ำมัน

ผู้ค้าน้ำมันต้องรายงานข้อมูลการจำหน่ายหรือขนถ่ายน้ำมัน พร้อมสำเนาเอกสารการขนส่งเข้าสู่ระบบตรวจสอบการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงของกรมธุรกิจพลังงานทุกครั้ง

เป้าหมายของมาตรการ

กระทรวงพลังงานระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลที่จำเป็นสำหรับบริหารจัดการพลังงานของประเทศ ป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง และลดผลกระทบต่อประชาชนในช่วงที่ตลาดพลังงานโลกมีความผันผวนสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ประกาศดังกล่าว ลงนามโดย อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

รัฐบาลงัดยาแรง สั่ง "ผู้ค้าน้ำมัน" รายงาน"สต๊อกน้ำมัน" หน้าโรงกลั่นและคลังน้ำมัน

รัฐบาลงัดยาแรง สั่ง "ผู้ค้าน้ำมัน" รายงาน"สต๊อกน้ำมัน" หน้าโรงกลั่นและคลังน้ำมัน

รัฐบาลงัดยาแรง สั่ง "ผู้ค้าน้ำมัน" รายงาน"สต๊อกน้ำมัน" หน้าโรงกลั่นและคลังน้ำมัน

 

คลิกอ่านฉบับเต็ม >>>    ประกาศของ กระทรวงพลังงาน เรื่อง “กำหนดมาตรการและเงื่อนไขการดำเนินการค้าของผู้ค้าน้ำมัน อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง พ.ศ.2569”