นักการเมืองรุกที่ดินรัฐ 2569 “คนการเมือง” จ่อคิวถูกเชือดอื้อ!
21 มี.ค. 2569
นักการเมืองรุกที่ดินรัฐ 2569 "เช็กคิว “คนการเมือง” จ่อโดนเชือดคดีรุกที่ดินรัฐ! จาก “ปารีณา-กนกวรรณ” ถึงบิ๊กพรรคดัง เกมสกัดเก้าอี้รัฐมนตรี?"
ข่าว
21 มี.ค. 2569
นักการเมืองรุกที่ดินรัฐ 2569 "เช็กคิว “คนการเมือง” จ่อโดนเชือดคดีรุกที่ดินรัฐ! จาก “ปารีณา-กนกวรรณ” ถึงบิ๊กพรรคดัง เกมสกัดเก้าอี้รัฐมนตรี?"
21 มีนาคม 2569 ข้อกล่าวหา “คนการเมือง” ครอบครองที่ดินของรัฐโดยผิดกฎหมาย ถูกพูดถึงอีกครั้ง นอกเหนือจาก “คดีที่ดินเขากระโดง” ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินคดี ทั้งในชั้นศาล และในคณะกรรมการ ป.ป.ช.
โดย ดีเอสไอ หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ออกหมายเรียก “คนการเมือง” ตระกูล “หวังศุภกิจโกศล” เข้าให้ปากคำ กรณีถูกกล่าวหาว่า บริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด บุกรุกที่ดิน “หาดสวนยา” ต.ศรีวิเชียร อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เนื้อที่ราวๆ 16 ไร่เศษ เพื่อใช้ในกิจการโรงงานแป้งมัน โดยอ้างเอกสารสิทธิที่ดิน และที่ดินมือเปล่า แต่มีการโต้แย้งว่าที่ดินผืนนี้เป็นที่ดินของรัฐ
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นใกล้กับ ช่วงเวลาของการพิจารณารายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ที่นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเพิ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 หลังพาพรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
โดย 1 ใน “คนการเมือง” ที่ถูกดีเอสไอ ออกหมายเรียก คือ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล และมีชื่อเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีในโควตาพรรคเพื่อไทยด้วย
กรณีที่เกิดขึ้นจึงถูกมองเป็นประเด็นทางการเมือง และถูกวิจารณ์จากบางฝ่ายว่า เป็นเกมสกัดไม่ให้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่
สำหรับกรณี “นักการเมือง” ครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ระยะหลังมีคดีจำนวนไม่น้อยอยู่ใน 2 หน่วยงานสำคัญ คือ ดีเอสไอ กับสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยเส้นทางคดีดำเนินการได้ 2 มิติ คือ
มิติที่ 1 ความผิดทางอาญา ข้อหาบุกรุกที่ดินรัฐ ผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติป่าไม้ฯ กรณีบุกรุกป่า พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมฯ กรณีบุกรุกที่ ส.ป.ก. หรือนำ ส.ป.ก.ไปใช้ผิดประเภท ไม่ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เป็นต้น คดีกลุ่มนี้มักอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจ หรือ ดีเอสไอ
มิติที่ 2 ความผิดตามมาตรฐานจริยธรรม ซึ่งเป็นบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งที่ผ่านมา มีคนระดับ สส.และรัฐมนตรี โดนดำเนินคดีไปแล้วอย่างน้อย 2 ราย คือ ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กับ กนกวรรณ วิลาวัลย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จากพรรคภูมิใจไทย
คดีกลุ่มนี้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และตัดสินชี้มูลได้เร็วกว่าคดีอาญา
ในห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวน “นักการเมือง” ที่ถูกกล่าวหาครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อย่างน้อย 7 ราย มีทั้ง สส. และ สว. เข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
คดีลักษณะนี้ หาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด จะส่งสำนวนไปยังศาลฎีกา และหากศาลพิพากษาว่าผิดจริง จะโดนเพิกถอนสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี (หมายถึงไปลงคะแนนเลือกตั้งไม่ได้ 10 ปี) และดำรงตำแหน่งทางการเมืองเกือบทุกตำแหน่งไม่ได้ ตลอดชีวิต เรียกว่า “โดนใบดำ”
นอกจากนั้น ยังมีคำร้องที่อยู่ในความรับผิดชอบของ สำนักไต่สวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของ สำนักงาน ป.ป.ช. อีกกว่า 200 คำร้อง แต่คำร้องกลุ่มนี้ นอกจากพฤติการณ์บุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐแล้ว ยังมีข้อกล่าวหาประเภท ออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร และออกใบอนุญาตในการประกอบกิจการโรงแรมนอกเขตพื้นที่ที่กฎหมายกำหนดด้วย ซึ่งผู้ถูกกล่าวหามีทั้งนักการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ
สำหรับคดีที่มีความคืบหน้าล่าสุด คือ คดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เมื่อครั้งเป็น สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ในจังหวัดกระบี่กว่า 578 ไร่ โดยไม่มีคุณสมบัติครอบครองที่ดินได้ตามกฎหมาย
ก่อนหน้านั้นยังมีการชี้มูลอดีต สส.อีก 2 ราย จากพรรคการเมืองใหญ่ กรณีครอบครองที่ดินที่จังหวัดลำพูน และจันทบุรี
คำร้องและการชี้มูลดังกล่าวนี้ ยังไม่ถือว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความผิด เพราะยังสามารถต่อสู้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ในชั้นศาล
