'ศุภจี' สั่งทูตพาณิชย์ทำงานเชิงรุกปรับแผนรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน
13 มี.ค. 2569
พาณิชย์สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก ปรับแผนรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน ทำงานเชิงรุก ลุยตลาดใหม่ ดันสินค้าเกษตร - บริการบุกตลาดโลก
Business
13 มี.ค. 2569
พาณิชย์สั่งทูตพาณิชย์ทั่วโลก ปรับแผนรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน ทำงานเชิงรุก ลุยตลาดใหม่ ดันสินค้าเกษตร - บริการบุกตลาดโลก
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมแผนผลักดันการค้าระหว่างประเทศเชิงรุก ปี 2569 ร่วมกับนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) คณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ และผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) จากทั่วโลก 58 แห่ง ใน 43 เขตเศรษฐกิจ เพื่อประเมินสถานการณ์การค้าโลกเชิงลึก และกำหนดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการส่งออกไทยท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
นางศุภจี กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความผันผวนสูง ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามตะวันออกกลาง นโยบายการค้า และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทำให้ประเทศไทยต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด การส่งออกยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ซึ่งในปีที่ผ่านมาไทยมีมูลค่าการส่งออกกว่า 11.1 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาโครงสร้างการส่งออกพบความท้าทายสำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่
1. การกระจุกตัวของตลาดส่งออก ปัจจุบันไทยพึ่งพาตลาดหลักกว่า 30% ของการส่งออกทั้งหมด และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด และพยายามผลักดันการส่งออกไปยังตลาดใหม่ๆ
2. การกระจุกตัวของผู้ส่งออก ประเทศไทยมีผู้ประกอบการส่งออกกว่า 30,000 ราย แต่ผู้ส่งออกรายใหญ่เพียงประมาณ 7,000 ราย มีสัดส่วนการส่งออกถึง 84% ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs มีเพียง 16% จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาศักยภาพ SMEs และช่วยหาตลาดใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาดโลก
3. โครงสร้างการผลิตที่พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบสูง จำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วน Local Content และส่งเสริมสินค้า Made in Thailand เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ
นางศุภจี กล่าวว่า ในสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง หรือ VUCA World มาจาก Volatility, Uncertainty, Complexity, Ambiguity (ความผันผวน ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความคลุมเครือ) ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ต้องปรับยุทธศาสตร์การทำงาน เปลี่ยนเป็น VUCA ที่ประกอบด้วย Vision, Understanding, Clarity, Agility (วิสัยทัศน์ ความเข้าใจ ความชัดเจน และความคล่องตัว) รับมือกับความเปลี่ยนแปลงโดยนำแนวคิด TAM Model มาใช้ คือ Think Big – Act Small – Move Right คือคิดเชิงยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนเริ่มจากจุดเล็ก ๆ และปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์อย่างถูกต้องเหมาะสม พร้อมมอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกทำงานเชิงรุก โดยเน้น รักษาตลาดเดิมควบคู่กับการเปิดตลาดใหม่ (Market Diversification) เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดหลักมากเกินไป
สำหรับตลาดสำคัญที่ต้องเร่งขยาย เช่น
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยังได้กำชับให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกเร่งผลักดัน สินค้าเกษตรและผลไม้ไทย สู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมเตรียมรองรับฤดูกาลผลไม้ไทยที่กำลังจะออกสู่ตลาด
ขณะเดียวกัน กระทรวงยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริม ธุรกิจบริการของไทย อาทิ ดิจิทัลคอนเทนต์ เกม ภาพยนตร์ ซอฟต์แวร์ ร้านอาหารไทย และธุรกิจสุขภาพและเวลเนส ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ในตลาดโลก
“การส่งออกยังคงเป็นความหวังของเศรษฐกิจไทย เราต้องปรับตัวให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และทำงานเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการขยายตลาดใหม่ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทย และการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลก” นางศุภจี กล่าว
