“อนุทิน” ประเดิมเดือด! เรียกทุกองคาพยพ ถกสางปัญหาน้ำมันหาย
19 มี.ค. 2569 | titayu_pur

“อนุทิน” ประเดิมตำแหน่งนายกฯ เดือด! เรียกทุกองคาพยพ ถกสางปัญหาน้ำมันหาย แก้ปัญหารอคิวเต็มหน้าปั๊ม ดึงความเชื่อมั่น จ่อออกประกาศข้อปฏิบัติเปิดทางคำสั่ง ศบก.
ข่าว
19 มี.ค. 2569 | titayu_pur

“อนุทิน” ประเดิมตำแหน่งนายกฯ เดือด! เรียกทุกองคาพยพ ถกสางปัญหาน้ำมันหาย แก้ปัญหารอคิวเต็มหน้าปั๊ม ดึงความเชื่อมั่น จ่อออกประกาศข้อปฏิบัติเปิดทางคำสั่ง ศบก.
19 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) มี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม , นายเอกนิติ นิติฑันประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง , นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ , นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ,นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน , พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. , นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกันยังมีภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายพลังงานน้ำมัน ตัวแทนโรงกลั่น ตัวแทนขนส่ง อาทิ ตัวแทนสถานีบริการน้ำมันภายในประเทศ ตามมาตรา 7 จำนวน 12 ราย เช่น บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) , บริษัท เชลล์ แห่งประเทศไทย จำกัด , บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) , บริษัทสตาร์ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (คาลเท็กซ์) , บริษัทซัสโก้จำกัด (มหาชน) , บริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ผู้แทนโรงกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิง 6 ราย , ผู้แทนคลังน้ำมัน 3 ราย , ผู้แทนผู้ค้าน้ำมัน จำนวน 3 ราย , ผู้แทนรถขนส่ง 3 ราย
นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนภาคประชาชน สมาคมประมงแห่งประเทศไทย , และผู้ประกอบการอื่นๆ เข้าร่วม
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้มาประชุมท่ามกลางสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่า มีแนวโน้มจะยืดเยื้อ ซึ่งสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกรวมถึงประเทศไทย ทั้งนี้ นับตั้งแต่รัฐบาลได้มีการปรับมาตรการด้านพลังงาน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งการกำหนดเพดานราคาน้ำมันใหม่ และกำหนดราคาน้ำมันเพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภคและการส่งเสริมพลังงานชีวภาพ ให้มีการผลิตและการใช้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการขยายเวลาขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้น้ำมัน สามารถไปเติมน้ำมันได้ให้ เหมือนกับสภาวะก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลาง
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า เราพยายามที่จะนำสถานการณ์ทั้งหมด กลับไปสู่สภาวะก่อนวันที่ 1 มีนาคม ส่วนในเรื่องของราคาปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งรัฐบาลเองก็ต้องหามาตรการ ในการทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ยังมีปัญหาในทางปฏิบัติโดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ ยังมีการรายงานเข้ามาว่า ไม่สามารถเข้าถึงการเติมน้ำมันได้อย่างคล่องตัว และมีความกังวลต่อความเพียงพอของปริมาณน้ำมัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยตนขอกราบเรียนต่อที่ประชุมว่า ไม่ว่าจะเป็นการประชุมวงเล็กหรือวงใหญ่ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง จนถึงปัจจุบันนี้ ยังยืนยันได้ว่า เรายังไม่มีปัญหาเรื่องการสำรองน้ำมัน และการเข้ามาของน้ำมันดิบ เรายังสามารถที่จะสั่งซื้อและนำเข้าน้ำมันดิบ จากหลายๆ ภูมิภาคทั่วโลก โดยยังไม่มีเหตุหรือตัวชี้วัดใดที่บอกว่า น้ำมันของประเทศไทย จะเข้ามาในปริมาณที่ลดน้อยลง จึงฝากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยกันให้ความเชื่อมั่นกับประชาชน
เพราะปัญหาขณะนี้ เมื่อประชาชนมีความกังวล ทั้งที่ซัพพลายไม่ได้ลดลง พร้อมยกตัวอย่าง เช่น ตู้เอทีเอ็มใส่เงินไว้ 3 ล้านบาท แต่มากด 10 ล้านบาท อย่างไรก็ไม่พอ เช่นเดียวกันเราไม่สามารถเติมน้ำมันให้เต็มปั๊มได้ตลอดเวลา เพราะก็มีวงรอบในเรื่องของการส่ง ดังนั้นจึงต้องหาวิธีในการทำอย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ เพื่อแก้ปัญหาการมารอกันเต็มหน้าปั๊มเหมือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังต้องขอความร่วมมือในเรื่องของการผ่อนผันระยะเวลา ในเรื่องรถขนส่งน้ำมัน จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้น้ำมันเข้ามาในกรุงเทพมหานครได้ตลอดเวลา
ขณะเดียวกันสิ่งที่ต้องแก้ไขสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือ เรื่องของราคาน้ำมัน โดยต้องมีมาตรการกำหนดว่า จะขายหน้าโรงกลั่น หน้าปั๊ม คนกลาง ต่างๆ ต้องเป็นไปอย่างสอดคล้องกัน ไม่ใช่หน้าโรงงานขายราคาหนึ่ง หน้าปั๊มขายอีกราคาหนึ่ง ทำให้ประชาชนเฮไปซื้อ จุดที่ราคาถูก
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า วันนี้จึงได้เชิญผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบทั้งหลาย เข้ามาร่วมประชุมเพื่อหาวิธีการดำเนินการ ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการ และมติของคณะกรรมการ ศบก. เพื่อให้มีความชัดเจน และออกประกาศส่วนที่จำเป็นในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ผู้ปฏิบัติไม่ต้องกังวล เรื่องระเบียบและกฎหมายต่างๆ
วันนี้จะมีการตั้งคำถามไปถึงแต่ละฝ่ายที่รับผิดชอบให้ชี้แจงด้วยความชัดเจน เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความมั่นใจในข้อมูล เพื่อนำไปดำเนินการต่อ เช่นผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน ฝั่งรัฐบาลก็ต้องขอให้ตอบให้ชัดเจนว่า น้ำมันดิบที่เข้าสู่โรงกลั่นแต่ละโรงมีปริมาณเท่าไหร่ แตกต่างจากช่วงปกติแค่ไหน และเดินเครื่องเต็มขีดความสามารถแล้วหรือไม่ น้ำมันแต่ละประเภทมีจำนวนที่กลั่นออกมาจากโรงกลั่นมากน้อยแค่ไหน และมีปัญหาการจัดส่งอย่างไร มีการกำหนดโควตาในการจัดส่งให้ผู้ให้บริการหรือไม่
ในส่วนของการขนส่ง ติดปัญหาอะไรหรือไม่ คลังน้ำมันได้มีการประกาศขายหน้าคลัง ตามที่รัฐบาลให้ประกาศแล้วหรือไม่อย่างไร และขายให้จ็อบเบอร์ในราคาที่ประกาศใหม่แล้วหรือไม่ มีเอกสารยืนยันหรือไม่ เพื่อทำให้ประชาชนได้เห็นว่า ได้มีการดำเนินการตามข้อสั่งการ หรือจะได้ทราบว่ามีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของจ๊อบเบอร์ ก็ขอให้ชี้แจงเรื่องสัญญาซื้อขายว่า มีปริมาณอย่างไรบ้าง มีการบวกกำไรในอัตราปกติ เหมือนช่วงก่อนมีสงครามหรือไม่ หรือใช้โอกาสนี้ในการค้ากำไรเกินควรหรือไม่ เป็นต้น
ขณะที่ด้านการให้บริการขนส่ง หลังจากมีการขยายระยะเวลาแล้ว มีการเพิ่มเที่ยวขนส่งน้ำมันหรือไม่ และสามารถเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่ รวมถึงในเรื่องของการส่งออก ซึ่งจะสั่งการให้กรมธุรกิจพลังงาน ควบคุมในเรื่องของการส่งออก และติดตามว่ามีการส่งออกในพื้นที่ใด ปริมาณเท่าไหร่บ้าง