“วันนอร์” ปัดข่าวถูกทาบนั่งที่ปรึกษานายกฯ แต่เปิดใจพร้อมทำงาน
ด้าน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ กล่าวกับ “เนชั่นทีวี” ว่า ตนยังไม่ได้รับการทาบทามจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ไปช่วยงานในฐานะ “ประธานที่ปรึกษานายกฯ” ในรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อช่วยขับเคลื่อนงานในภารกิจแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ตามที่มีข่าวในสื่อบางแขนงในช่วงเวลานี้
“ผมไม่ทราบเรื่อง ตอนนี้ผมอยู่ยะลา ยังไม่มีใครติดต่อมา” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวกับ “เนชั่นทีวี”
และว่า “เรื่องนี้ผมไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่ถ้าติดตามจากท่าทีของนายกฯอนุทิน มักจะออกตัวตลอดว่า จะไม่พูดเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี หรือตำแหน่งอื่นใดของฝ่ายบริหารก่อนที่ตัวของคุณอนุทินจะได้รับการลงมติเห็นชอบจากที่ประชุมสภาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ฉะนั้นจึงเชื่อว่ายังไม่มีการพูดอะไรในเรื่องนี้ คงต้องรอความชัดเจนหลังการโหวตนายกฯ วันที่ 19 มีนาคมนี้ก่อน”
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา
อย่างไรก็ดี นายวันมูหะมัดนอร์ บอกว่า สำหรับตนแล้ว งานอะไรที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง ตนก็พร้อมที่จะช่วย โดยเฉพาะถ้าเป็นงานที่ตนถนัด และสามารถทำได้ แต่ย้ำว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อหรือทาบทามใดๆ
สำหรับ นายวันมูหะมัดนอร์ เป็นอดีต สส.ยะลาหลายสมัย เคยดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรถึง 2 ครั้ง และเป็นรัฐมนตรีมาแล้วหลายกระทรวง รวมทั้งกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นกระทรวงสำคัญระดับเกรด A
บ้านเกิดของนายวันมูหะมัดนอร์ คือ จ.ยะลา และตัวของเขาถือเป็น “บ้านใหญ่” อันดับ 1 ของจังหวัด และในการเลือกตั้ง 2 ครั้งหลังสุด คือปี 66 และ ปี 69 พรรคประชาชาติซึ่งนายวันมูหะมัดนอร์ เคยเป็นหัวหน้าพรรค และปัจจุบันน้องชายแท้ๆ คือ นายซูการ์โน มะทา ก็เป็นเลขาธิการพรรค สามารถกวาด สส.ยะลา ยกจังหวัด 3 ที่นั่ง
จับตา “ทวี” อึดอัด โหวตหนุน “อนุทิน”
อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่า พรรคประชาชาติในปัจจุบันมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นหัวหน้าพรรค
แต่ พ.ต.อ.ทวี มีบทบาทยืนอยู่ตรงข้ามกับพรรคภูมิใจไทย เพราะทำหน้าที่ตรวจสอบปัญหาการครอบครองที่ดินรถไฟที่เขากระโดง และคดีฮั้ว สว. ตั้งแต่สมัยเป็นฝ่ายค้าน และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
โดยหลังเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พรรคประชาชาติได้ สส. 5 ที่นั่ง เป็น สส.เขต 4 ที่นั่ง และ สส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง คือ พ.ต.อ.ทวี ได้รับเชิญจากพรรคภูมิใจไทยให้เข้าร่วมรัฐบาล แต่ในวันแถลงข่าว ไม่ปรากฏว่า พ.ต.อ.ทวี ไปร่วมด้วยแต่อย่างใด
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง
ต่อมา เมื่อมีสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง นายกฯอนุทิน ได้เชิญ นายวันมูหะมัดนอร์ ไปหารือที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อหาช่องทางในการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่การสู้รบ รวมถึงประเมินทิศทางของสงคราม ท่ามกลางข่าวลือว่า อาจมีการเจรจา “ดีลทางการเมือง” หลังมีการเชิญพรรคประชาชาติเข้าร่วมรัฐบาล ถึงขั้นมีข่าวว่า นายซูการ์โน น้องชายของนายวันมูหะมัดนอร์ อาจได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งหากเป็นจริง จะสร้างแรงกดดันอย่างสูงให้กับ พ.ต.อ.ทวี ซึ่งยังเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ แต่ไม่มีตำแหน่ง และแสดงท่าทีไม่อยากร่วมรัฐบาล
ข่าวล่าสุดที่ว่า นายกฯอนุทิน ทาบทามนายวันมูหะมัดนอร์ เป็นประธานที่ปรึกษานายกฯ โดยข่าวออกมาในช่วงก่อนประชุมสภาโหวตเลือกนายกฯเพียง 1 วัน น่าจะทำให้ พ.ต.อ.ทวี มีความอึดอัดในการลงมติ ว่าจะโหวตไปในทางใด เพราะหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า พ.ต.อ.ทวี น่าจะโหวตไม่เห็นชอบนายอนุทิน หรืออย่างน้อยก็ “งดออกเสียง” หรือไม่ก็ “ลาประชุม” ไปเลย เพราะการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นเอกสิทธิ์ของ สส.
แต่เมื่อ นายวันมูหะมัดนอร์ กำลังจะมีตำแหน่งในรัฐบาล ย่อมสร้างความลำบากใจให้กับ พ.ต.อ.ทวี ในการตัดสินใจโหวตนายกฯ เพราะ นายวันมูหะมัดนอร์เคยเป็นหัวหน้าพรรคประชาชาติ แม้วันนี้จะไม่ได้เป็นแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรค ที่สำคัญเขายังเคยลาออกจาก สส.แบบบัญชีรายชื่อ หลังการเลือกตั้งปี 62 เพื่อเปิดทางให้ พ.ต.อ.ทวี ได้เป็น สส. และก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาชาติแทนด้วย
ทั้งนี้ข้อบังคับของพรรคประชาชาติ ในข้อที่ 64 ระบุว่า
"รักษาไว้ซึ่งความลับในการประชุมการพิจารณาวินิจฉัยรวมทั้งเคารพต่อมติของที่ประชุมฝ้ายข้างมากและเหตุผลของทุกฝ่ายอย่างเคร่งครัด"
ส่วนที่ 4 การฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม
ข้อ 75 การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ในส่วนที่1 ให้ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ในส่วนที่2 และส่วนที่ 3 จะถือว่ามีลักษณะร้ายแรงหรือไม่ให้พิจารณาถึงพฤติกรรมของการผ้าฝืนหรือไม่ปฏิบัติเจตนาและความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการ
ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัตินั้น
ข้อ 76 การดำเนินการแก่บุคคลใดว่ากระทำการฝ้าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ให้ เป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญกฎหมายระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยการนั้น