ถล่มเคียฟยับ! รัสเซียรัวมิสไซล์-โดรนกว่า 1,500 ลำ สังหารหมู่กลางเมืองหลวงยูเครน
15 พ.ค. 2569

รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม ถล่มอพาร์ตเมนต์ในเคียฟพังราบ ดับ-เจ็บระนาว เมินข้อเรียกร้องหยุดยิงของทรัมป์
ข่าว
15 พ.ค. 2569

รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม ถล่มอพาร์ตเมนต์ในเคียฟพังราบ ดับ-เจ็บระนาว เมินข้อเรียกร้องหยุดยิงของทรัมป์
สถานการณ์สงครามในยูเครนกลับมาวิกฤตถึงขีดสุด เมื่อกองทัพรัสเซียเปิดฉากระดมโจมตีทางอากาศครั้งมโหฬารใส่กรุงเคียฟและเมืองสำคัญทั่วประเทศต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยใช้ทั้งขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic Missile) และโดรนพลีชีพจำนวนมหาศาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ท่ามกลางซากปรักหักพังของอาคารที่พักอาศัยใจกลางเมืองหลวง
รุ่งสางของวันพฤหัสบดี (14 พฤษภาคม 2569) ย่านดาร์นิตเซีย (Darnytsia) ในกรุงเคียฟ กลายเป็นสมรภูมิเลือด เมื่อขีปนาวุธของรัสเซียพุ่งเป้าถล่มอพาร์ตเมนต์สูง 9 ชั้นจนพังถล่มลงมาทั้งแถบ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องระดมกำลังขุดค้นร่างผู้เคราะห์ร้ายใต้ซากคอนกรีต
คำบอกเล่าพยาน: หญิงชราวัย 78 ปี เล่าถึงนาทีชีวิตว่าได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นตอนตี 3 ก่อนที่บ้านทั้งหลังจะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนกระจกแตกละเอียดไปทั่วบริเวณ
นายแอนดรี ซิบิฮา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้จงใจเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ โดนัลด์ ทรัมป์ และ สี จิ้นผิง กำลังร่วมประชุมซัมมิตที่กรุงปักกิ่ง เพื่อแสดงให้เห็นว่าวลาดีเมียร์ ปูติน ไม่แยแสต่อความพยายามสร้างสันติภาพโลก
ระบบป้องกันทำงานหนัก: ยูเครนสามารถสอยโดรนและขีปนาวุธร่วงได้ถึง 693 เป้าหมาย แต่ยังมีขีปนาวุธ 15 ลูก และโดรน 23 ลำ ที่หลุดรอดไปทำลายเป้าหมายสำคัญได้ถึง 24 แห่งทั่วประเทศ
การโจมตีเน้นเป้าหมายไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน ส่งผลให้กรุงเคียฟและอีก 11 ภูมิภาคทั่วประเทศต้องเผชิญกับภาวะไฟฟ้าดับชั่วคราวซ้ำเติมความลำบากของประชาชน นอกจากเคียฟแล้ว เมืองใหญ่อย่าง คาร์คีฟ, ซูมี และโอเดสซา ต่างก็รายงานความสูญเสียในลักษณะเดียวกัน โดยที่คาร์คีฟมีผู้บาดเจ็บถึง 28 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 3 ราย
การถล่มยูเครนอย่างบ้าคลั่งในครั้งนี้คือการฉีกหน้า "โดนัลด์ ทรัมป์" อย่างรุนแรง หลังจากที่เขาเพิ่งอ้างความสำเร็จในการขอให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงชั่วคราวในช่วงวันที่ 9-11 พฤษภาคมที่ผ่านมา แนวโน้มของสงครามดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นเพื่อใช้เป็นแต้มต่อบนโต๊ะเจรจาระดับโลก ข้อสังเกตสำคัญคือปูตินกำลังส่งสัญญาณว่าสันติภาพจะเกิดขึ้นได้ตามเงื่อนไขของรัสเซียเท่านั้น และตราบใดที่มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีนยังไม่มีมาตรการกดดันที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เสียงระเบิดในยูเครนก็คงจะดังต่อไปไม่จบสิ้น
ข่าวล่าสุด