เมื่อถามว่าหลังเกิดการสู้รบได้หารือกับเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยแล้วหรือไม่
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ได้มีการหารือกัน สิ่งที่เราเป็นห่วงมากที่สุด คือ การนำคนไทยที่อยู่ในอิหร่านประมาณ 200 คน ซึ่งอยากอพยพออกมาทั้งหมด ขึ้นอยู่กับว่าใครพร้อมอพยพ หากคนไหนพร้อมจะนำออกจากกรุงเตหะราน เดินทางออกมาที่ตุรกี ส่วนจะอพยพเมื่อใดมีแผนอยู่แล้ว แต่ไม่ขอระบุวันเวลา ด้วยเหตุผลที่ทราบกันอยู่
เมื่อถามว่าทางอิหร่านได้มีการรับประกันความปลอดภัยหรือไม่
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่าเราได้ประสานกับเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ให้ดูแลเรื่องความปลอดภัย และประสานไปยังสหรัฐกับอิสราเอล ว่าจะมีเส้นทางการเดินทาง วันเดินทาง จุดที่จะเดินทางจากเตหะรานไปชายแดนตุรกีว่าเป็นตรงไหน อย่างไร โดยได้แจ้งรายละเอียดให้ทราบ เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องมนุษยธรรม ควรเป็นเส้นทางที่ปลอดภัยจากการสู้รบ
ส่วนกรณีที่เอกอัครราชทูตอิหร่านให้สัมภาษณ์ว่าอยากเห็นไทยเป็นตัวกลางเรื่องสันติภาพ
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่าเราอยากเห็นสันติภาพอยู่แล้ว มีบางคนบอกว่าประเทศไทยไม่มีจุดยืน จุดยืนของเราอันดับแรกคือความปลอดภัย ของคนไทยไว้ก่อน สองเราไม่ใช่คู่กรณีในความขัดแย้งอันนี้ สามเราต้องเห็นการแก้ไขโดยสันติ การเจรจาทางการทูต นี่คือจุดยืนของเรา ไม่ใช่การแก้ไขด้วยวิธีทางการทหาร สี่คือการแก้ไขด้วยวิธีพื้นฐาน กฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งทุกคนก็ทราบว่าเขียนไว้อย่างไร ยืนยันว่าเรามีความชัดเจนอยู่แล้ว และตนมีความเป็นห่วง กรณีมีผู้เชี่ยวชาญอดีตข้าราชการผู้ใหญ่ของกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาวิจารณ์ว่าเราไม่มีความชัดเจน
“ยืนยันว่าเราชัดเจน ถ้าคนที่เชี่ยวชาญเรื่องการต่างประเทศ อ่านสิ่งที่เราแถลงออกไป มีความชัดเจนพอสมควร มีความพอดี มีความเหมาะสมต่อสถานการณ์ และเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของเรา ซึ่งขณะนี้คือการดูแลประชาชนคนไทย ที่มีอยู่ 1 แสนคน ในประเทศแถบนั้น” นายสีหศักดิ์ กล่าว