“อรรถพล” สั่งเร่งหาแหล่งน้ำมัน-ก๊าซหุงต้ม-LNG แม้มีสำรอง 60 วัน
02 มี.ค. 2569
“อรรถพล” สั่งเร่งหาแหล่ง "น้ำมัน-ก๊าซหุงต้ม-LNG" เพิ่มเติม ป้องการขาดแคลนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แม้มีสำรอง 60 วัน
ข่าว
02 มี.ค. 2569
“อรรถพล” สั่งเร่งหาแหล่ง "น้ำมัน-ก๊าซหุงต้ม-LNG" เพิ่มเติม ป้องการขาดแคลนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แม้มีสำรอง 60 วัน
2 มีนาคม 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า หลังจากเปิดและจัดประชุมศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน เพื่อติดตามเหตุการณ์สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะยังไม่ถูกปิด 100% แต่สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก ยังคงผันผวนในระดับสูงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 75 - 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นประมาณ 7% หากจำเป็นต้องตรึงราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศ สามารถใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าชดเชย ทั้งนี้ ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นบวกอยู่ที่ 2,459 ล้านบาท
ส่วนแผนการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ในเดือนมีนาคมนี้ เนื่องจากความกังวลถึงความปลอดภัยของเรือ ที่ต้องแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้วางแผนปรับเปลี่ยนมาซื้อน้ำมันจากฝั่งแอฟริกาตะวันตกและอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะสามารถจัดหาและจัดส่งได้ภายในปลายเดือนเมษายนนี้
ส่วนมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน สำหรับสำรองใช้เพื่อความมั่นคงภายในประเทศ จะยกเว้น สปป.ลาว โดยจะยังส่งน้ำมันให้บางส่วน เนื่องจากไทยยังคงพึ่งพาพลังงานจาก สปป.ลาว แต่จะเข้มงวดไม่ให้มีการส่งต่อไปยังประเทศที่สาม และบางประเทศที่มีสัญญาซื้อขายก่อนหน้านี้ รวมทั้งจะดำเนินการตรวจสอบ และขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมัน ไม่ให้มีการกักตุนน้ำมันเกินความจำเป็น
ส่วนก๊าซหุงต้มหรือ LPG ขณะนี้ ยังไม่ได้รับผลกระทบ ในส่วนของเดือนเมษายน จะใช้วิธีบริหารจัดการจากโรงกลั่นและปิโตรเคมี รวมทั้งหาซื้อเพิ่มเติมจากแหล่งปิโตรนาส มาเลเซีย
ด้าน LNG ที่ไทยต้องนำเข้าจากกาตาร์ และต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ แต่ก็ได้เจรจาจัดหา Spot LNG จากรายอื่นเช่น อเมริกา รวมทั้งการพิจารณาเลื่อนแผนการซ่อมบำรุงเพื่อลดผลกระทบ ทั้งนี้ การจัดหา Spot LNG อาจจะมีราคาสูงกว่าที่ทาง กกพ. กำหนด และอาจจะกระทบต่อราคา Pool Gas กระทรวงพลังงานจะบริหารจัดการอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อปริมาณสำรองและราคา
ส่วนด้านไฟฟ้าคาดว่า ความต้องการไฟฟ้าสูงสุดหรือ Peak จะอยู่ที่ประมาณ 36,000 เมกะวัตต์ และจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพและเพียงพอ เช่น เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน รวมทั้งจะไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าในช่วงเวลานี้
และในด้านการบริหารจัดการการใช้พลังงาน เพื่อลดการนำเข้าเชื้อเพลิง กระทรวงพลังงาน ขอความร่วมมือภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม ปรับแผนในการผลิตสินค้าให้เหมาะสม และลดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด
“กระทรวงพลังงาน ขอยืนยันว่า จะดำเนินทุกมาตรการ ทั้งการจัดหาปริมาณสำรองน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม LNG ไฟฟ้า เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ ในช่วงที่ยังคงเกิดความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่วนด้านราคาน้ำมัน ก็จะใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้าช่วยเหลือเพื่อผลกระทบกับประชาชน กระทรวงพลังงานจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือจากภาคเอกชน ให้ใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งขอให้หน่วยงานภาครัฐ ในการลดการใช้พลังงาน และขอความร่วมมือภาคประชาชน ใช้พลังงานอย่างประหยัด และใช้รถสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว เพื่อลดการนำเข้าพลังงานให้ได้มากที่สุด” นายอรรถพล กล่าว
