svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

จบปัญหาองค์การค้าฯ “ตำราเรียนพันล้าน” โฉมใหม่ประหยัดงบ 250 ล.

01 มี.ค. 2569

ปิดจบ “งบปลวกกินหนังสือ” สกสค. ประมูล ‘ตำราเรียนพันล้าน’ โฉมใหม่ เซฟงบรัฐ 250 ล้าน จี้ รมว.ศธ. ทลาย “แดนสนธยา” องค์การค้าฯ หนี้ท่วม-เบี้ยวลิขสิทธิ์ สพฐ. อื้อ 200 ล้าน

1 มีนาคม 2569 ก่อนหน้านี้ “ข่าวข้นคนข่าว” เนชั่นทีวี รายงาน ซีรีส์ข่าวเชิงสืบสวนของ โครงการจัดพิมพ์ตำราเรียนพันล้าน งบพันล้านคืองบต่อ 1 ปี พิมพ์กันมาต่อเนื่องไม่รู้กี่ปี โดยองค์การค้าของ สกสค. ซึ่งเต็มไปด้วยปัญหา และการถูกเอกชนฟ้องร้องต่อศาลปกครอง รวมถึงกรมบัญชีกลาง เรื่องการออกทีโออาร์ กระทั่งถูก สส.พรรคประชาชนนำไปอภิปรายในสภา เรื่อง “งบปลวกกินหนังสือเรียน” เพราะน่าจะผลาญงบปีละหลายร้อยล้าน  หากทำให้ดีกว่านี้จะประหยัดได้เกือบครึ่ง จากยอดราคาจัดพิมพ์ปีละพันล้าน

ทั้งนี้ ภายหลังรายการ “ข่าวข้นคนข่าว” และสื่อมวลชนหลายแขนง ตลอดจน สส.ในสภา ช่วยกันตรวจสอบ ปรากฏว่าปีล่าสุด เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้ว นั่นก็คือ

  • คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ สกสค. เข้าควบคุมการประกวดราคาและร่างทีโออาร์อย่างเข้มงวด ไม่ปล่อยให้องค์การค้าฯ ทำเองเหมือนปีอื่นๆ อีกต่อไป
  • ผลการประกวดราคาอย่างโปร่งใส ทำให้ลดราคาลงกว่าปีก่อนหน้ากว่า 100 ล้านบาท และต่ำกว่าราคากลางมากถึง 155 ล้านบาท ประหยัดงบประมาณที่ได้รับอนุมัติถึง 255 ล้านบาทเลยทีเดียว

จบปัญหาองค์การค้าฯ “ตำราเรียนพันล้าน” โฉมใหม่ประหยัดงบ 250 ล.

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา คุณดิศกุล เกษมสวัสดิ์ รองเลขาธิการ สกสค. ในฐานะรักษาการแทนเลขาธิการสำนักงาน สกสค. ได้ลงนามประกาศสำนักงาน สกสค. เรื่อง “ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาประกวดราคาจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนองค์การค้าของ สกสค.ปีการศึกษา 2569” จำนวน 150 รายการ วงเงินงบประมาณ 1,010 ล้านบาท ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-bidding

โดยมีการยื่นเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้ชนะการเสนอราคา มีเอกชน 5 ราย ประกอบด้วย

  • บริษัทวรรณชาติเพรส (2020) จำกัด
  • บริษัทรุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด
  • บริษัทอุดมศึกษา จำกัด
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด สำนักพิมพ์ฟิสิกส์เซ็นเตอร์
  • และ บริษัทสยามเพรส จำกัด

รวมวงเงิน 754.3 ล้านบาทเศษ ต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดไว้ 901.9 ล้านบาทเศษ หรือต่ำกว่าราคากลางถึงกว่า 155 ล้านบาท และต่ำกว่าวงเงินงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ 1,010 ล้านบาท เป็นจำนวนถึง 255.6 ล้านบาทเศษ หรือคิดเป็นร้อยละ 25.31

จบปัญหาองค์การค้าฯ “ตำราเรียนพันล้าน” โฉมใหม่ประหยัดงบ 250 ล.

นอกจากนั้น ตัวเลขงบประมาณยังลดลงจากโครงการจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนขององค์การค้าของ สกสค.ปีการศึกษา 2568 ซึ่งใช้วิธีการคัดเลือกด้วยงบประมาณทั้งสิ้นราว 852 ล้านบาท ถึงกว่า 100 ล้านบาทอีกด้วย

เป็นที่น่าสังเกตว่า การดำเนินการประกวดราคาจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนขององค์การค้าของ สกสค. มีปัญหาต่อเนื่องมาหลายปี ทั้งการถูกโรงพิมพ์เอกชนฟ้องต่อศาลปกครอง และโดนศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราว เนื่องจากทีโออาร์ ส่อไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนั้น คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง ยังข้อวินิจฉัยว่า การดำเนินโครงการจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนองค์การค้าของ สกสค.ปีการศึกษา 2568 ด้วยวิธีการคัดเลือกนั้น ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ด้วย และยังมีการพิจารณาอุทธรณ์ของกรมบัญชีกลางอีกหลายเรื่องที่ชี้ว่า องค์การค้าของ สกสค. กระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ต้องล้มการประมูล และยกเลิกประกาศผู้ชนะการประมูลซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายต่อหลายครั้ง

หลังจากโครงการจ้างพิมพ์หนังสือเรียนขององค์การค้าของ สกสค. มีปัญหาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ เลขาธิการคณะกรรมการสำนักงาน สกสค. ต้องกำชับแนวนโยบายโครงการจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียน ต้องยึดหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน ครู และระบบการศึกษาไทยเป็นสำคัญ

พร้อมกันนี้ สกสค.ยังได้นำโครงการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนขององค์การค้า สกสค.ปีการศึกษา 2569 เข้าร่วมทำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง โดยได้เชิญผู้สังเกตการณ์จากหน่วยงานภายนอก ทั้งสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. , สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. , กรมบัญชีกลาง และองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ร่วมติดตามการจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอน เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 อย่างเคร่งครัดด้วย ส่งผลให้การดำเนินการในปีนี้ ไม่ถูกร้องเรียนเหมือนที่ผ่านๆ มา

จี้สะสาง “แดนสนธยา” องค์การค้า สกสค.

แต่การประหยัดงบ ยังไม่ใช่ที่สุดของการแก้ไขปัญหา เนื่องจากยังมีการบ้านที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ ต้องเข้าไปสะสาง โดยเฉพาะการทำงานขององค์การค้า สกสค. นั่นก็คือ

  • คดีที่ถูกฟ้อง ทั้งศาลปกครอง และถูกร้องไปที่กรมบัญชีกลาง มีหลายกรณี และส่วนใหญ่ถูกวินิจฉัยว่ากระทำขัดต่อกฎหมาย โดยเฉพาะการกำหนดทีโออาร์ ควรตรวจสอบด้วยหรือไม่ว่า เป็นความประมาทเลินเล่อ หรือจงใจ
  • องค์การค้าของ สกสค.ขาดทุนมหาศาล องค์กรนี้จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร และจะมีรายได้ไปดูแลสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างไร เพราะตัวเองยังหนี้ท่วม
  • องค์การค้าของ สกสค. ยังเบี้ยวจ่ายค่าลิขสิทธิ์หนังสือแบบเรียนของส่วนราชการด้วยกัน เช่น สพฐ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เคยมีข่าวค้างชำระกว่า 200 ล้านบาท ขณะนี้เคลียร์ไปบ้างหรือยัง และเหตุใดถึงค้างจ่าย ทั้งๆ ที่มีรายได้เข้าองค์กรจากการพิมพ์ตำราเรียนทุกปี
  • มีคดีฟ้องร้องโรงพิมพ์เอกชนที่ตรวจสอบเรื่องนี้ อ้างทำให้องค์กรเสียหาย เหมือนสวมวิญญาณ กกต. ฟ้องคนตรวจสอบ

ถือเป็นประเด็นที่รัฐมนตรีใหม่น่าจะเข้าไปสะสาง

จบปัญหาองค์การค้าฯ “ตำราเรียนพันล้าน” โฉมใหม่ประหยัดงบ 250 ล.