svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

“สีหศักดิ์” ตั้งวอร์รูม กต.ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง

28 ก.พ. 2569

“สีหศักดิ์” ตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง ยืนยันพร้อมช่วยเหลือ-คุ้มครองคนไทย – ย้ำทุกสถานทูตเตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุ-แจ้งเตือนคนไทยแล้ว

:: “สีหศักดิ์” ตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง ยืนยันพร้อมช่วยเหลือ-คุ้มครองคนไทยในพื้นที่อย่างเต็มที่ – ย้ำทุกสถานทูตเตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุ ::

 

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางในปัจจุบัน และมีแนวโน้มความขัดแย้งอาจทวีความรุนแรง และขยายวงกว้างจนอาจส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของคนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคดังกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยทุกแห่งในภูมิภาค อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ และแจ้งพัฒนาการแก่คนไทยในพื้นที่เสมอมา โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ออกประกาศเตือนและให้คำแนะนำคนไทยตั้งแต่ช่วงต้นของสถานการณ์ และได้มี hotline ของสถานเอกอัครราชทูตฯ สำหรับคนไทยด้วยแล้ว

“สีหศักดิ์” ตั้งวอร์รูม กต.ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง “สีหศักดิ์” ตั้งวอร์รูม กต.ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง

นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ในวันนี้ (28 ก.พ.) ภายหลังเกิดเหตุการณ์ กระทรวงฯ ได้ออกประกาศแจ้งเตือนคนไทยในพื้นที่ แนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าว โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอลเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ รวมถึงขอให้คนไทยที่ไม่มีความจำเป็นพิจารณาทบทวนการเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ ในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ของไทยในภูมิภาคทุกแห่ง ได้เตรียมการช่วยเหลือที่จำเป็นแก่คนไทยในพื้นที่ รวมถึงเตรียมแผนอพยพในกรณีจำเป็นไว้แล้วด้วย และได้จัดตั้งศูนย์ 24 ชั่วโมงของกรมการกงสุลเพื่อรับความช่วยเหลือเร่งด่วน (Call Center กรมการกงสุลหมายเลข 0-2572-8442 )

นายสีหศักดิ์ ยังย้ำว่า กระทรวงฯ จะประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เพื่อให้ความคุ้มครองคนไทยในพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงประสานกับสมาคมคนไทย ในประเทศต่าง ๆ เพื่อรับทราบสถานการณ์แต่ละแห่ง และให้การช่วยเหลือที่จำเป็นอย่างใกล้ชิดต่อไป

 

:: สอท.-สกญ.ไทยในตะวันออกกลาง แจ้งเตือนคนไทยปฏิบัติตามคำแนะนำหน่วยงานความมั่นคงแต่ละประเทศ – เตรียมความพร้อมเอกสารสำคัญหากสถานการณ์ลุกลาม-จำเป็น พร้อมลงทะเบียนกับสถานทูตเพื่อการติดต่อแจ้งเตือน ::

ขณะที่ สถานเอกอัครราชทูตไทย ในประเทศแถบตะวันออกกลาง ทยอยออกประกาศเตือนพลเมืองไทยในตะวันออกกลาง ในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและสหรัฐอเมริกากับอิหร่านว่า ตามที่ปรากฏข่าวการโจมตีกรุงเตหะราน อิหร่าน โดยอิสราเอล และสหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และมีการคาดการณ์ว่า ระดับความขัดแย้งอาจจะมีเพิ่มขึ้นจากการตอบโต้ของอิหร่าน และอาจความเป็นไปได้ที่สถานการณ์รุนแรงจะขยายตัวในภูมิภาคตะวันออกกลาง

 

โดยส่วนใหญ่ขอให้พลเมืองไทยในตะวันออกกลาง ไทยเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานความมั่นคงแต่ละประเทศ รวมถึงแนะนำแนวปฏิบัติกรณีเกิดเหตุการณ์โจมตี รวมทั้งการเตรียมควาพร้อมต่าง ๆ โดยเฉพาะเอกสารสำคัญ เพื่อพร้อมปฏิบัติหากสถานการณ์ลุกลามและจำเป็น รวมทั้งการอัพเดตระบบโทรศัพท์มือถือ เพื่อรับการแจ้งเตือนจากทางการ พร้อมขอให้คนไทยลงทะเบียนคนไทยกับสถานทูต และสถานกงสุลใหญ่ไทย เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการติดต่อแจ้งเตือน และเตรียมการดำเนินการในขั้นต่อไป

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน ออกประกาศการปฏิบัติตนสำหรับคนไทยในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและสหรัฐอเมริกากับอิหร่านให้คนไทยเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานความมั่นคงของจอร์แดนและอิรัก หากสังเกตเห็นวัตถุต้องสงสัยบนท้องฟ้า ขอให้ออกห่างจากบริเวณหน้าต่าง ชั้นดาดฟ้า และระเบียงบ้าน หากอยู่ระหว่างการขับขี่รถยนต์ ขอให้พยายามจอดรถข้างทางในที่ปลอดภัย และนั่งรอในรถโดยไม่ต้องตื่นตระหนก และหากพบซากของขีปนาวุธที่ตกหล่นบนพื้นดิน ขอให้หลีกเลี่ยงจุดเกิดเหตุดังกล่าว และขอให้หลีกเลี่ยงการติดตามและการแชร์ต่อข่าวลือ โดยขอให้ประชาชนติดตามประกาศแจ้งเตือนของทางการจอร์แดนและอิรักเป็นหลัก สำหรับคนไทยในจอร์แดนขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังชายแดนระหว่างจอร์แดนกับอิสราเอล อิรัก ซีเรีย และปาเลสไตน์ สำหรับคนไทยในอิรักขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังชายแดนระหว่างอิรักกับอิหร่าน ทั้งนี้ ในกรณีฉุกเฉินสามารถติดต่อสถานทูตฯ ได้ที่สายด่วน, facebook Royal Thai Embassy in Amman และกลุ่ม Line และ WhatsApp ของสถานเอกอัครราชทูตฯ

 

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน ได้ประกาศเตือนคนไทย จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยขอความร่วมมือคนไทย มีสติ อย่าตื่นตระหนก อย่าเผยแพร่ข่าวที่ไม่ได้มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และเตรียมอาหารแห้งให้เพียงพอ ตรวจสอบเอกสารประจำตัวให้เป็นปัจจุบัน พร้อมอัพเดตระบบโทรศัพท์มือถือ เพื่อรับการแจ้งเตือนจากทางการบาห์เรน และปฏิบัติตามข้อความแจ้งเตือนจากทางการบาห์เรน ลงทะเบียนคนไทยตาม QR code เพื่อเป็นข้อมูลและเตรียมการดำเนินการในขั้นต่อไป รวมถึงการหลีกเลี่ยงการออกข้างนอกและถนนใหญ่ ให้หลบภายในตัวอาคาร ไม่อยู่ใกล้หน้าต่าง

 

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล ได้แจ้งเตือนคนไทยในอิสราเอล หลังกองบัญชาการส่วนหน้าของอิสราเอล สั่งการให้ยุติกิจกรรมต่าง ๆ และตงไว้เฉพาะที่จำเป็น รวมทั้งปิดสถานศึกษาและสถานที่ทำงานทั้งหมด ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม ถึงแนวทางปฏิบัติทั่วไปเมื่อมีเสียงสัญญาณเตือนภัย เช่น การหลบภัยในห้องนิรภัย การปฏิบัติตัวเมื่ออยู่กลางแจ้ง หรือบนขนส่งสาธารณะ โดยหลังเสียงเตือนภัยให้อยู่ในที่ปลอดภัยอย่างน้อย 10 นาที อย่าเข้าใกล้วัตถุต้องสงสัยหรือจรวดที่ตก ให้แจ้งตำรวจ และอย่ารวมตัวในที่ที่มีการตกกระทบอาจมีอันตรายซ้ำ พร้อมให้ติดตามคำแนะนำทางการผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้ และคนไทยในอิสราเอล สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตได้ตลอดเวลาตามหมายเลขสายด่วน

 

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงคูเวต ประเทศคูเวต ออกประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ คูเวต ฉบับที่ 1/2569 เรื่อง สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง แจ้งข้อมูลและคำแนะนำสำหรับคนไทยในคูเวต หลังรัฐบาลคูเวตประกาศปิดน่านฟ้าชั่วคราว โดยไม่มีกำหนดเพื่อเป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้าและรักษาความมั่นคงของประเทศภายหลังประเทศในภูมิภาคหลายแห่งเริ่มปิดสนามบินและน่านฟ้าเช่นกัน อย่างไรก็ดี ยังไม่มีรายงานข่าวว่าคูเวตถูกโจมตี แต่โปรดหลีกเลี่ยงการเดินทางนอกที่พักหากไม่จำเป็น โดยเฉพาะบริเวณฐานทัพ สถานที่ราชการ และสถานที่ที่อาจมีความอ่อนไหวทางความมั่นคง และโปรดเตรียมพร้อมด้านอาหาร น้ำ ยาเวชภัณฑ์ เอกสารที่จำเป็นสำหรับการเดินทาง พร้อมขอความร่วมมือไม่ส่งต่อข่าวลือหรือข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน และขอให้ติดตามข่าวสารจากทางการคูเวต และสถานเอกอัครราชทูตฯ ผ่านช่องทางที่เป็นทางการ ทั้ง Facebook และ Instagram รวมทั้งแนะนำให้คนไทยในคูเวตดาวน์โหลดและลงทะเบียนแอปพลิเคชัน Thai Consular ของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ พร้อมช่องทางขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่หมายเลขฉุกเฉินทันที

 

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน ขอให้คนไทยในโอมาน และเยเมนต์ ติดตาข้อมูลข่าวสารท้องถิ่น ระหว่างประเทศ และประกาศทางการจากรัฐบาลโอมานอย่างใกล้ชิด และเตรียมเอกสารสำหรับคนไทยในโอมานให้พร้อม หากมีเหตุต้องอพยพ เพื่อพร้อมปฏิบัติหากสถานการณ์ลุกลามและจำเป็น และขอให้ติดตามประกาศแจ้งเตือน และแนวปฏิบัติต่าง ๆ ของสถานทูตฯ ทั้งทางเฟสบุ๊ก เว็บไซต์ และว็อทส์แอพของสถานทูต และเตรียมพร้อมกรณีฉุนเฉินกับคนไทยในเยเมน

 

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ขอให้คนไทยในซาอุดิอาระเบีย และสาธารณรัฐเลบานอน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพิ่มความระมัดระวังในการดำเนินชีวิตประจำวัน หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง ติดตามข่าวสารจากทางการและสถานทูตฯ งดเว้นการเผยแพร่ข่าวสารที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เตรียมความพร้อมเอกสารและข้อมูลติดต่อฉุกเฉิน ปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด และลงทะเบียนฐานข้อมูลคนไทยในซาอุดีอาระเบียและเลบานอน ซึ่งสถานทูตฯ พร้อมให้ความช่วยเหลือคนไทยในซาอุดีอาระเบียและเลบานอน

 

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโดฮา ขอให้คนไทยทุกคนในกาตาร์อย่าตื่นตระหนก แต่ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง หาสถานที่ปลอดภัย และติดตามข่าวสารจากทางการกาตาร์อย่างใกล้ชิด ติดตามประกาศจากทางการกาตาร์และสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีรายงานเหตุการณ์ พร้อมขอให้ตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบินการเดินทางกับสายการบินโดยตรง เนื่องจากกาตาร์อาจประกาศปิดน่านฟ้าเป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย และลงทะเบียนคนไทยในกาตาร์เพื่อให้สามารถประสานงานได้อย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉิน

 

  •  สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แจ้งเตือนคนไทยในดูไบและรัฐทางตอนเหนือของยูเออี ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอให้พิจารณาอยู่ในอาคาร/ที่พักอาศัย/สถานที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการออกนอกพื้นที่ ซึ่งทางการยูเออีได้ประกาศปิดน่านฟ้าของยูเออีชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย และสถานกงสุลใหญ่ฯ กำลังติดตามผลกระทบต่อคนไทยที่อาจได้รับ โดยเฉพาะที่สนามบิน ซึ่งขณะนี้ ไม่ได้รับรายงานแต่อย่างใด และหากมีเหตุฉุกเฉิน ขอให้ติดต่อ hotline ของสถานกงสุลใหญ่ฯ พร้อมขอให้ลงทะเบียนฐานข้อมูลคนไทยในยูเออี