ดร.เรือบิน เปิดผลพิสูจน์ บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ไล่ย้อนได้แค่ไหน
25 ก.พ. 2569
ดร.เรือบิน เปิดผลพิสูจน์ บาร์โค้ด – คิวอาร์โค้ด บัตรเลือกตั้ง ไล่ย้อนกลับได้แค่ไหน หวั่นคนรู้ช่องโหว่ ใช้ข้อมูลเป็น Big Data วางแผนการเมืองในอนาคต
ข่าว
25 ก.พ. 2569
ดร.เรือบิน เปิดผลพิสูจน์ บาร์โค้ด – คิวอาร์โค้ด บัตรเลือกตั้ง ไล่ย้อนกลับได้แค่ไหน หวั่นคนรู้ช่องโหว่ ใช้ข้อมูลเป็น Big Data วางแผนการเมืองในอนาคต
25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย จัดประชุมองค์กรประชาธิปไตย นักวิชาการ และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง2569 ร่วมกำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง การตรวจสอบ กกต. ข้อเสนอ และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปองค์กรอิสระ
โดยนายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ (ดร.เรือบิน) ผอ.ดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวถึงวิธีการและผลการตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ที่สามารถย้อนกลับไปหาบุคคลที่ใช้สิทธิสามารถทำได้ ว่า ตนมีโอกาสไปตั้งกล้อง ในวันเลือกตั้งซ่อม ที่กทม. เมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 ที่ผ่านมา และมองว่า ในยุคนี้ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีตรวจสอบหลายอย่าง ใช้เพียงแค่กล้องตัวเดียว ถ่ายทั้งวัน และเมื่อช่วงนับคะแนนถ่ายบัตรสีเขียวและบัตรสีชมพูทุกใบ จากนั้นก็ใช้ AI ช่วยคำนวณคาดเดาการเลือกของบุคคลที่มาใช้สิทธิได้
พร้อมอธิบายขั้นตอนการตรวจสอบโดยช่วงเริ่มใช้สิทธิ จะเห็นคนที่ลงชื่อคนที่ 1 และคนลำดับต่อๆไป เมื่อเข้าใช้สิทธิเห็นหน้าคนใช้สิทธิ และเมื่อนับคะแนนถ่ายครบทุกใบ ก็จะสามารถลำดับคนที่มาใช้สิทธิให้ตรงกับลำดับบาร์โค้ดที่ตัวเลขเรียงกันได้ ผลพิสูจน์ดูเพียงเลข 3 หลักข้างหลัง ก็สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่า บัตรใบไหน เป็นของบุคคลที่มาผู้ใช้สิทธิคนที่เท่าไหร่
ทั้งนี้ ผลการศึกษาพบว่า การออกแบบกระบวนการสามารถทำให้ผู้ตั้งใจทุจริตการเลือกตั้งสามารถตรวจสอบได้ว่าการซื้อเสียงนั้นเกิดผลสำเร็จหรือไม่ แม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ถูกต้องใกล้เคียง 100%
หากผู้มีอำนาจได้ข้อมูลนี้ไป สั่งการบุคคลในองค์กรอิสระและหน่วยงานราชการอาจนำข้อมูลที่มีสร้างเป็น Big Data เพื่อวางแผนจัดการให้เกิดผลสำเร็จทางการเมืองในอนาคตได้
ทั้งนี้ จากการศึกษาช่องโหว่ของบัตรทำให้กระบวนการลงคะแนน อาจไม่เป็นความลับ และผู้ที่ล่วงรู้ช่องโหว่นี้สามารถนำไปใช้ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ ดังนั้นต้องออกรายงานการศึกษาการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีเพื่อการเลือกตั้งที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น
นายธรรม์ธีร์ ยังเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปน่าจะไม่มีเรื่องบาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ดแล้ว แต่ในเมื่อมีแล้ว กกต.อ้างว่าใช้เพื่อตรวจสอบบัตรปลอมบัตรเขย่ง ถ้าวันนี้เราลองนับใหม่ทั่วประเทศ ก็จะทราบว่ามีคะแนนคลาดเคลื่อนไปเท่าไหร่
ขณะที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า จากการสังเกตทำให้รู้ว่าบัตรสีเขียวที่มีคิวอาร์โค้ดซึ่งสะท้อนกลับไปยังเล่ม โดยที่แต่ละเล่มมีบัตรเลือกตั้ง 20 ใบ ใช้คิวอาร์โค้ดเดียวกันหมด หากเป็นเช่นนี้จริงไม่น่าเป็นปัญหาในการล่วงรู้ถึงการออกเสียงของผู้มีสิทธิแต่ละคน เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คิวอาร์โค้ดไม่ได้สะท้อนกลับเล่ม แต่ไปสะท้อนถึงบัตรเลือกตั้งแต่ละใบ
ในขณะที่บัตรสีชมพูมีบาร์โค้ดด้านล่าง ซึ่งสามารถสแกนจากมือถือได้ สามารถสะท้อนไปยังรหัส 9 หลักของใบเลือกตั้งแต่ละใบได้ จึงพิสูจน์ได้ว่าไม่จำเป็นต้องมีของวิเศษ 3 อย่าง คือ บัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตร บัญชีรายชื่อ อย่างที่ กกต. บอกจึงจะสามารถล่วงรู้ว่าใครเลือกใครได้ แต่ความจริงแล้วแค่สังเกตการณ์หน้าหน่วยก็สามารถบอกได้แล้ว ซึ่งง่ายมาก และเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่จะทำให้เห็น
โดยในวันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 13.30น. จะสาธิตการจัดการต้องจำลอง โดยใช้บัตรเลือกตั้งจำลอง ซึ่งจะมีรูปร่างคล้ายบัตรเลือกตั้งของ กกต. โดยจะให้ตัวแทนสื่อมวลชน 10 คน เข้าไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในคูหาและให้ถ่ายรูปเก็บไว้กับตัว ไม่ต้องเปิดเผยให้ใครรู้ หลังจากการเลือกเสร็จสิ้นจะให้ทีมตรวจสอบ เป็นทีมผู้เชี่ยวชาญ 5 ทีม และทีมประชาชน 5 ทีม ประกอบด้วย ทีมนักศึกษามหาวิทยาลัย 1 ทีม ทีมมัธยม 1 ทีม ทีมประถม 1 ทีม และประชาชนทั่วไป 2 ทีม จะใช้วิธีถอดรหัสของตัวเอง อุปกรณ์ต้องนำมาเอง โดยจะให้เวลา 30 นาที ในการถอดรหัสว่าบัตรแต่ละใบเป็นของผู้สื่อข่าวคนใด เพื่อให้คนไทยรู้ว่าการออกแบบบันทึกตามที่มีบาร์โค้ดอยู่ด้านล่างไม่ว่าจะมีต้นขั้วหรือไม่ก็สามารถบอกได้ว่าใครเลือกใคร ในการประชุมรัฐสภา โดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา จะส่งหนังสือเชิญอัครราชทูตของแต่ละประเทศ นักวิชาการชี้ให้ความเห็นว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เป็นความลับหรือไม่ มาเป็นสักขีพยานในการจำลองครั้งนี้ด้วย
