เมื่อถามว่า จะเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่เมื่อประชาชนไปร่วมสังเกตการณ์ตรวจสอบแต่กลับถูกแจ้งความกลับ
นายครรชิต บอกว่า การพิสูจน์ถ้าพิสูจน์ในกรอบของกฎหมายก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นการพิสูจน์นอกกรอบกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีทางกฎหมาย และพฤติการณ์ของภาคประชาชนในวันดังกล่าวก็มีลักษณะเกินขอบเขต จึงนำไปสู่การแจ้งความในครั้งนี้ สำหรับข้อหาที่แจ้ง คือ ความผิดตาม พ.ร.ก.กกต. ว่าด้วยการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ส่วนหลังจากนี้หากมีข้อมูลและตรวจสอบพบว่ามีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีร่วมด้วยเช่นกัน
ส่วนที่ พรุ่งนี้ 26 ก.พ. นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน จะเดินทางไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อ ยื่นฟ้อง ม.157 ต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้น
นายครรชิต บอกว่า ใครจะไปแจ้งความก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ส่วนเรามีหน้าที่พิสูจน์และชี้แจงตามขั้นตอน
ยืนยันว่า การออกมาแจ้งความของ กกต. ไม่ได้เป็นการโต้ตอบใคร แต่ทำไปตามขั้นตอนของกฎหมายเท่านั้น ยอมรับอีกว่า ไม่ได้กังวลอะไร