เนชั่นทีวี

Feature & Lifestyle

"สงกรานต์ 69" ดวงตาต้องไม่พัง เล่นน้ำอย่างไรให้ปลอดภัยห่างไกลโรค

09 เม.ย. 2569

"สงกรานต์ 69" ดวงตาต้องไม่พัง เล่นน้ำอย่างไรให้ปลอดภัยห่างไกลโรค

แนะเคล็ดลับเล่นสงกรานต์ปลอดภัย ดวงตาไม่พัง เตือนภัยน้ำไม่สะอาดทำกระจกตาอักเสบ-สมองอักเสบ พร้อมวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น

เทศกาลสงกรานต์ ไม่ใช่เพียงแค่ช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานของการสาดน้ำคลายร้อน แต่ยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก หลังจาก “สงกรานต์ไทย” ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติโดย UNESCO ยิ่งทำให้เทศกาลนี้มีความหมายลึกซึ้งมากขึ้น ทั้งในมิติของครอบครัว สังคม และวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความสนุกของการเล่นน้ำ กลับมีความเสี่ยงด้านสุขภาพที่หลายคนอาจมองข้าม โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ “ดวงตา” ซึ่งเป็นอวัยวะที่บอบบางและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย 

 

เช็กความสะอาด "น้ำ" ก่อนสาด ภัยเงียบที่ทำลายดวงตา

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ “คุณภาพของน้ำ” ที่ใช้เล่น หลายพื้นที่ยังคงนิยมใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติ เช่น คูคลอง หรือแหล่งน้ำขัง ซึ่งอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส รวมถึงอะมีบา เชื้อเหล่านี้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายช่องทาง โดยเฉพาะดวงตา หากน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคือง แสบตา มีขี้ตาผิดปกติ และรุนแรงถึงขั้น “กระจกตาอักเสบ” ได้

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อมีน้ำไม่สะอาดเข้าตา คือการรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดจำนวนมากทันที เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกและลดปริมาณเชื้อโรค หากยังมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดตา ตาแดง หรือมองเห็นไม่ชัด ควรรีบพบจักษุแพทย์โดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจลุกลาม

ไม่ใช่แค่ "ตา" แต่สุขภาพองค์รวมก็เสี่ยง

นอกจากดวงตาแล้ว น้ำที่ไม่สะอาดยังสามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบอื่นของร่างกายได้เช่นกัน

  • หากเข้าสู่บาดแผล อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ ผิวหนังอักเสบ หรือกลายเป็นแผลเรื้อรังได้
  • การสำลักน้ำเข้าทางจมูก อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรครุนแรงอย่างเยื่อบุสมองอักเสบ
  • การรับเชื้อเข้าสู่ทางปาก อาจส่งผลให้เกิดอาการท้องเสีย อุจจาระร่วง หรือถ่ายเป็นมูกเลือด

ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ

ด้วยเหตุนี้ การเลือกใช้น้ำสะอาด เช่น น้ำประปา จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเล่นสงกรานต์ ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแหล่งที่ไม่มั่นใจในความสะอาด และหากจำเป็นต้องใช้น้ำจากธรรมชาติ ควรเลือกแหล่งน้ำที่ใส สะอาด และมีการไหลเวียนที่ดีเท่านั้น

อีกหนึ่งพฤติกรรมเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงคือการเล่นน้ำแบบรุนแรง เช่น การใช้น้ำใส่ถุงพลาสติกแล้วขว้างใส่กัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บได้ รวมถึงการผสมแป้งหรือสีลงในน้ำ เพราะนอกจากจะทำความสะอาดยากแล้ว ยังเพิ่มโอกาสในการระคายเคืองต่อผิวหนังและดวงตาอีกด้วย

-----

ในมิติทางสังคมและวัฒนธรรม สงกรานต์ยังคงเป็นช่วงเวลาแห่งการกลับบ้าน พบปะครอบครัว และร่วมทำกิจกรรมอันเป็นมงคล เช่น การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ซึ่งสะท้อนถึงความเคารพและความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ การเล่นน้ำจึงควรอยู่บนพื้นฐานของความสุภาพ เคารพสิทธิผู้อื่น และคำนึงถึงความเหมาะสม ไม่ควรประแป้งหรือกระทำการใด ๆ โดยไม่ได้รับความยินยอม

แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไป และหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยจะนับวันที่ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามสากล แต่ “สงกรานต์” ก็ยังคงเป็นเทศกาลที่มีชีวิต เป็นความทรงจำร่วมของสังคมไทยที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และมีความหมายมากกว่าการเล่นน้ำเพียงอย่างเดียว

ท้ายที่สุดแล้ว ความสนุกของสงกรานต์ไม่ควรแลกมาด้วยความเสี่ยงต่อสุขภาพ การเล่นน้ำอย่างมีสติ เลือกใช้น้ำสะอาด หลีกเลี่ยงพฤติกรรมรุนแรง และใส่ใจสุขภาพของตนเองและผู้อื่น คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เทศกาลแห่งความสุขนี้ยังคงงดงามและปลอดภัยสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง