"ปรัก สุคน" ตีหน้าเศร้าฟ้องโลก อ้าง "ทหารไทย" ตั้งฐานในดินแดน "กัมพูชา" ทำชาวกัมพูชาหลายแสนต้องอพยพ
25 ก.พ. 2569
"ปรัก สุคน" ตีหน้าเศร้าฟ้องโลก อ้าง "ทหารไทย" ตั้งฐานในดินแดน "กัมพูชา" ทำชาวกัมพูชาหลายแสนต้องอพยพ
ข่าว
25 ก.พ. 2569
"ปรัก สุคน" ตีหน้าเศร้าฟ้องโลก อ้าง "ทหารไทย" ตั้งฐานในดินแดน "กัมพูชา" ทำชาวกัมพูชาหลายแสนต้องอพยพ
25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศและความร่วมมือแห่งกัมพูชา ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงในระหว่างการประชุม ระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (เอชอาร์ซี) สมัยที่ 61 ว่า วันนี้เรามารวมตัวกันท่ามกลางช่วงเวลาที่สิทธิมนุษยชน เผชิญกับความยากลำบาก กับเรื่องความขัดแย้งที่ใช้อาวุธ มีการเผชิญหน้า และความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการดำเนินการฝ่ายเดียวที่มากขึ้นที่ทำให้กลไกการปกป้องพลเรือนอ่อนแอลง พลเรือนสูญเสียจากมากที่สุดจากความขัดแย้งทางการเมือง และการทหาร ขณะที่สิทธิมนุษยชนไม่สามารถเดินหน้าต่อไปในระยะยาวได้ หากปราศจากสันติภาพ อีกทั้งการพัฒนาไม่สามารถเดินต่อไปได้หากไม่มีกิจการด้านความมั่นคง กัมพูชากลับมามีสันติภาพอีกครั้ง เป็นเวลา 30 ปี จากความร่วมกันภายในประเทศ
และการใช้นโยบายที่ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย ของสมเด็จฯ ฮุน เซน ขณะเดียวกัน กัมพูชายังเดินหน้าการส่งเสริมความร่วมมือเชิงรุกกับภาคประชาสังคม เพื่อให้หลุดพ้นจากปัญหาทุ่นระเบิดภายในปีค.ศ. 2030 เช่นเดียวกับช่วยเหลือประเทศอื่นๆ ในการฝึกอบรมการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเช่นกัน นอกจากนี้ กัมพูชายกระดับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติด้วยการตั้งหน่วยงานเพื่อปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์แห่งชาติ และสามารถทำลายเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์หลายแห่ง จนช่วยเหลือเหยื่อหลายพันคน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการกำจัดอาชญากรรมลักษณะนี้ให้หมดไปผ่านกลไกพหุภาคีและทวิภาคี
รองนายกฯ กัมพูชา ยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า แม้มีการหยุดยิงเมื่อช่วงปลายปี 2568 แต่ตอนนี้สถานการณ์ยังเปราะบางมาก เพราะ ไทยได้ตั้งฐานที่มั่นทางทหารลึกเข้าไปในดินแดนของกัมพูชา ยึดดินแดนและหมู่บ้านหลายแห่ง ขับไล่ชาวบ้าน รวมทั้ง ทำลายบ้านหลายหลัง และไทยตั้งฐานปฏิบัติการทหารแทน โดยกั้นรั้วลวดหนาม ทำให้ชาวกัมพูชากลับเข้าบ้านของตัวเองไม่ได้ ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงระหว่าง 2 ประเทศ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ประชาชนกัมพูชา 650,000 คน ต้องอพยพ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อประชาชน และสร้างความกังวลอย่างมาก ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิในการใช้ชีวิต สิทธิในความปลอดภัยของตัวเอง เสรีภาพในการเคลื่อนย้าย สิทธิในการมีที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้อง และการเข้าถึงการใช้ชีวิตตามเดิมของตัวเอง
นายปรัก สุคน กล่าวว่า กัมพูชายึดมั่นปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด เพื่อนำไปสู่การหารือโดยสันติ และทำให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง ควบคู่กับการปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ต้องไปพร้อมกับสันติภาพ ดังนั้น กัมพูชาจึงเรียกร้องให้ไทยเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงต่างๆ ที่มีอยู่อย่างเคร่งครัด และให้ไทยถอนกำลังทหารออกจากดินแดนของกัมพูชา การแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติและการยึดมั่นในหลักการของการไม่ใช้กำลัง ตามกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ คือหนทางเดียวที่จะทำให้ประชาชนของ 2 ประเทศจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ มีเสถียรภาพ และมีความเคารพซึ่งกันและกัน
