svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Exclusive

ปิดแสงเขียว “เนวิน” คุมทั้งกระดาน “ศักดิ์สยาม” กุมงานลับรัฐบาลอำนาจใหม่

24 ก.พ. 2569

กำเนิดประชาธิปไตยบ้านใหญ่ “เนวิน” คุมเกมอำนาจ คู่น้องรัก “ศักดิ์สยาม” จัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 ไร้แสงเขียว

24 กุมภาพันธ์ 2569 พี่น้องชิดชอบ เนวิน คุมกระดานการเมือง ศักดิ์สยาม มือทำงานลับ จัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 สถาปนาอำนาจใหม่อย่างมีนัยยะ

 

จากศูนย์อำนาจชายขอบอีสานใต้ สู่ตัวแทนอนุรักษนิยม กำเนิดระบอบประชาธิปไตยบ้านใหญ่ ท้าทายพลังประชาชน (สีส้ม) 

 

สมการการเมืองรัฐบาลภูมิใจไทย ที่น่าจะตกผลึกแล้วคือ ภูมิใจไทย 193 เสียง เพื่อไทย 74 เสียง และพรรคขนาดเล็ก 21 เสียง รวม 288 เสียง โดยไม่มีกล้าธรรม และประชาธิปัตย์

 

ส่วนอีก 2 พรรคเล็กคือ พลังประชารัฐ 5 เสียง และไทรวมพลัง 6 เสียง จะโหวตอนุทินเป็นนายกฯ ซึ่งเงื่อนไขเข้าร่วมรัฐบาลมาเจรจากันทีหลัง

 

ไม่ต้องปิดบังอะไร คนการเมืองรู้ดีว่า สูตรรัฐบาลใหม่นี้ กำกับการแสดงโดยสองพี่น้อง “เนวิน ชิดชอบ” และ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ”

 

สองพี่น้องตระกูล “ชิดชอบ” วางสมการทางการเมือง “น้ำเงิน-แดง” บวกพรรคเล็ก ไม่ใช่แค่รัฐบาลผสมทั่วไป หากแต่ “อนุทิน 2” คือการจัดโครงสร้างอำนาจใหม่ของฝ่ายอนุรักษนิยม

 

40 ปีที่แล้ว ชนชั้นนำได้จัดสร้าง “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” เป็นระบอบการเมืองในยุคสงครามเย็น และวันนี้ “ประชาธิปไตยบ้านใหญ่” ก็เป็นระบอบการเมืองในยุคสงครามความคิด เจนเก่าปะทะเจนใหม่

 

นอกจากนี้ การจัดตั้งรัฐบาลผสม “น้ำเงิน-แดง” โดยไม่มี “เขียว” คือภาพสะท้อนการเมืองไม่มีมิตรแท้ ศัตรูถาวร มีเพียงผลประโยชน์และจังหวะเกมอำนาจ


 

ทำไมไม่มีกล้าธรรม
 

เนื่องจาก “ทักษิณ ชินวัตร” เปิดดีลกับฝ่ายอนุรักษ์ตั้งแต่กลางปี 2566 แต่เกมอำนาจสะดุด รัฐบาลเศรษฐาร่วง รัฐแพทองธารล่ม “นายใหญ่” บ้านจันทร์ส่องหล้า ต้องเข้าสู่เรือนจำตามคำสั่งศาล ทำให้ค่ายแดงมีอำนาจต่อรองไม่มากนัก

 

ไม่แปลกที่จะเห็นภาพแกนนำเพื่อไทย ยกขบวนไปพูดคุยกับแกนนำภูมิใจไทย เปิดดีลจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน
 

“เนวิน” คุมการเมืองทั้งกระดาน ภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำ จะดูแลกระทรวงด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ส่วนพรรคเพื่อไทยดูแลกระทรวงด้านสังคม

 

 

ทำไมไม่มี “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” และพรรคกล้าธรรม ทั้งที่ “ทีมผู้กอง” เป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นช่วงจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 1

 

คำตอบจากบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ประการแรก กล้าธรรมโตเร็ว ด้วยกลยุทธ์เดียวกับภูมิใจไทย มิตรจึงกลายเป็นคู่แข่งทางยุทธศาสตร์

 

ประการที่สอง การปล่อยให้กล้าธรรมเติบโต ภายใต้รัฐนาวาเดียวกันเท่ากับเปิดช่องให้คู่แข่งในอนาคต เซาะกร่อนอำนาจค่ายสีน้ำเงิน

 

การชิงตัดกล้าธรรมออกจากวงจรอำนาจ จึงเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม “เนวิน-ศักดิ์สยาม” คิดอ่านไปทางเดียวกัน 
 

 

ศักดิ์สยาม ไม่ได้หายหน้าไปไหน ปักอยู่บุรีรัมย์


 

มือทำงานลับหลังม่าน
 

วันนี้ของ “โอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ไม่ต่างพี่ชาย “เนวิน” ไม่ใช่ผู้เล่นในสนาม แต่เป็นผู้คุมกระดานการเมืองอยู่ข้างสนาม

 

“ปลัดโอ๋” ลูกชายคนเล็กของ กำนันชัย ชิดชอบ ลาออกจากตำแหน่งปลัดอำเภอ สังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มาสมัคร สส.บุรีรัมย์ สังกัดพรรคชาติไทย ปี 2544

 

ปี 2548 “ปลัดโอ๋” ได้เป็น สส.อีกสมัยในนามพรรคไทยรักไทย และได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะทำงานรัฐมนตรีมหาดไทย (พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ)

 

ปลายปี 2551 เนวินแหกค่ายชินวัตร หนุน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ศักดิ์สยามเป็นประธานคณะทำงานรัฐมนตรีมหาดไทย (ชวรัตน์ ชาญวีรกูล) จึงมีการวิจารณ์ว่า เนวินคือ มท.1 ตัวจริงที่เปิดการแสดงผ่านศักดิ์สยาม

 

เหตุผลที่ “ปลัดโอ๋” ดูแลมหาดไทย เพราะมีพรรคพวกในทุกสิงห์ทุกสี และด้วยเส้นสายในมหาดไทย ส่งผลให้ศักดิ์สยามไปเชื่อม “เครือข่ายโกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ แถวเมืองสตูล วางรากฐานสีน้ำเงินในปักษ์ใต้เป็นจังหวัดแรก

 

จะว่าไปแล้ว “ศักดิ์สยาม” เป็นดั่งครูการเมืองของ “โกเกี๊ยะ-เจ๊เปี๊ยะ” แม่ทัพใหญ่ของค่ายน้ำเงินปักษ์ใต้ในวันนี้

 

เหนืออื่นใด พ.ศ.โน้น ศักดิ์สยามยังเชื่อมกับ “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน แกนนำซุ้มบ้านใหญ่สามอ่าว และทำให้ “โกเกี๊ยะ” ได้เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ทีมฟุตบอล “พีทีประจวบ เอฟซี”

 

ว่ากันว่า ความสัมพันธ์ของ “โกเกี๊ยะ” กับ “นายกเกียร์”ทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ อดีตนายก อบจ.ประจวบฯ ประธานสโมสรฟุตบอลพีทีประจวบ เอฟซี ดูแน่นแฟ้นเป็นพิเศษ

 

ในวันที่ไม่มีหัวโขนการเมือง “ศักดิ์สยาม” ยังทำหน้าที่เสนาธิการหลังม่าน บัญชาการทัพน้ำเงินในสมรภูมิเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และเป็นกุนซือคู่ใจพี่ชาย นั่งคุมกระดานเมืองจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 2    


 

ภาพในอดีต สมัยภูมิใจไทย ปรับขบวนสู้ศึกปี 2562