svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"ครูใหญ่" ทำได้.. 5 ปัจจัยไม่แคร์ "กล้าธรรม" เงื่อนไขสำคัญ "เพื่อไทย" ต้องไม่เบี้ยว เสียงเตือนจาก "บ้านป่ารอยต่อฯ"

24 ก.พ. 2569

"ครูใหญ่" ทำได้.. 5 ปัจจัยไม่แคร์ "กล้าธรรม" เงื่อนไขสำคัญ "เพื่อไทย" ต้องไม่เบี้ยว เสียงเตือนจาก "บ้านป่ารอยต่อฯ" หรือ ได้แค่เร้าใจ? "รัฐบาลไฟจราจร"

24 กุมภาพันธ์ 2569 จากการ “ถอดรหัส” สองแกนนำระดับสูงสุด และเกือบสูงสุดของภูมิใจไทย (นายกฯหนู และรองนายกฯโกเกี๊ยะ) ค่อนข้างชัดเจนว่า รัฐบาลภูมิใจไทย 2.0 น่าจะไม่มีพรรคกล้าธรรมเข้าร่วม รวมถึงประชาธิปัตย์ด้วย 

 

 

 

 

แต่ก็ยังมี “กูรูการเมือง” บางส่วนมองว่า การจัดตั้งรัฐบาลแบบนี้มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะเสียงสนับสนุนใกล้ๆ 300 มาจากพรรคใหญ่ คือ ภูมิใจไทย 193 เสียง และเพื่อไทย 74 เสียง ที่เหลือเป็นพรรคเล็กๆ รวมกัน 

 

 

 

หากตั้งต้นที่ 300 เสียงตามข่าวลือ หากพรรคเพื่อไทยถอนตัวเพียงพรรคเดียว รัฐบาลจะเหลือแค่ 226 เสียง กลายเป็น “เสียงข้างน้อย” ทันที 

ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงยังเชื่อว่ามีโอกาสที่พรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาล ภายใต้เงื่อนไขไม่มี “ผู้กอง” เป็นรัฐมนตรี เพื่อความปลอดภัย ไม่ถูกสอยด้วย “นิติสงคราม” ซึ่งจะลามถึงนายกฯ 

 

 

 

แต่หากคิดในมุม “ครูใหญ่” ซึ่งนาทีนี้ยอมรับกันว่าเป็น “เซียนเหยียบเมฆ” ทางการเมือง ก็คาดการณ์ได้ว่า น่าจะหาทางหนีทีไล่ และมาตรการป้องกันถูกตลบหลังเอาไว้หมดแล้ว 

 

 

 1.เงื่อนไขสำคัญที่สุด คือ เพื่อไทยต้องไม่เบี้ยว

 - มีข่าวว่าก่อนเลือกตั้ง มีการพบปะกันระหว่าง “ครูใหญ่” กับ “นายหญิงบ้านต้นสัปดาห์” มีข้อตกลงร่วมงานกันชัดเจน เพื่อให้ “นายใหญ่คลองเปรม” หลุดพ้นพันธนาการเร็วที่สุด 

 - จะไม่มีการขวาง หรือเตะตัดขาจากค่ายสีแดง 

 - เป็นรัฐบาลย่อมดีกว่าเป็นฝ่ายค้านล้านเปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นไม่มีเหตุจำเป็นใดๆ ที่จะต้องถอนตัว หรือล้มรัฐบาลที่ตนเองมีส่วนร่วม (ยกเว้นเงื่อนไขทางการเมืองบีบคั้น ก็ต้องว่ากันตามหน้างานในอนาคต ซึ่งฝ่ายสีน้ำเงินก็ทราบดี) 

 

 

 2.ทั้งสองฝ่ายล้วนไม่มีใครเชื่อใจ “ประมุขค่ายสีเขียว” 

 - เพื่อไทยก็โดนหักมา จากกรณีโดนพลิกขั้วยกพรรค ทิ้งรัฐบาลแพทองธาร ไปสนับสนุนภูมิใจไทย ดัน “เสี่ยหนู” เป็นนายกฯ

**จังหวะที่หักเพื่อไทย ก็ถือว่าได้รับความไว้วางใจสูงสุดจาก “นายใหญ่” ด้วยเหมือนกัน แต่ก็ยังทำได้ 

 

 - ภูมิใจไทยก็รู้ฤทธิ์ดี เพราะเคยร่วมงานกันมาตั้งแต่สมัยไทยรักไทย และช่วงต้นๆ ของเพื่อไทย 

 - มีเสียงเตือนจาก “ผู้ใหญ่สาย 3 ป.” โดยเฉพาะ “บ้านป่ารอยต่อฯ” 

 

 

 3.การพลิกขั้วทำได้ยาก เพราะ “พรรคเล็ก” ถูกย่อยสลาย รวมเสียงมาต่อรองไม่ได้ 

 - ครูใหญ่มีวิธีดีลแบบอื่น “เอาอยู่” และ “อยู่หมัด” 

 - มอบหมาย “เจ้าพ่อสะแกกรัง” คุมเกมเอง ไม่ต้องผ่านนายหน้า “คนเลี้ยงลิง” 

 - พรรคเล็ก 2 เสียงพรรคหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นพรรค SME เกิน 5 เสียงมาก่อน บ่นว่า “ยุคนี้เขี้ยวจริงๆ เขาสกัดพวกเราหมดเลย ขยับต่อรองอะไรไม่ได้เลย” 

 

 4.เมื่อ กกต.ทยอยรับรอง สส. คาดว่าจะเริ่มตั้งแต่สัปดาห์นี้ไม่เกินสัปดาห์หน้า กระบวนการตั้งรัฐบาลจะเริ่มขึ้น 

 - หากสุดท้ายกล้าธรรมหลุดทั้งยวง จะเริ่มมีกระบวนการ “ดีล-ดูด-ดึง” สส.ออกจากกล้าธรรม 

 - จับตา “กลุ่มเพื่อนเฉลิมชัย” เพราะเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ในกล้าธรรม ประเภท “ไปไหนไปกัน” 

 - แว่วว่าช่วงเลือกตั้ง “กลุ่มเพื่อนเฉลิมชัย” ก็ “ใช้ทรัพยากร” ไปไม่น้อย และไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนทางตรงจากประมุขค่ายสีเขียวสักเท่าไหร่ 

 - ต้องไม่ลืมว่า “เสี่ยต่อ” คือเพื่อนสนิทของ “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชาย “ครูใหญ่” สายสัมพันธ์สุดแนบแน่น 

 

 

 5.หาก “นายกฯอนุทิน” ตั้งรัฐบาลภูมิใจไทยได้โดยไม่มีกล้าธรรม จะจบปัญหาเรื่อง “เอื้อเทา” ไปได้เกือบ 100% 

 - ฝ่ายค้านจะไม่มีประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจตั้งแต่สมัยประชุมแรกที่เริ่มทำงาน 

 - มีข่าว “ว่าที่ฝ่ายค้าน” เตรียมยื่นซักฟอกประเด็น "โกงเลือกตั้ง" พ่วง "ทุนสีเทา" ที่อาละวาดช่วงเลือกตั้ง แล้วโยงมาที่ “พรรคเทา” แต่เมื่อไม่มี “พรรคเทา” (พรรคที่ถูกแต้มสีเทา) อยู่ในรัฐบาล ความชอบธรรมในการอภิปรายก็ลดลง ส่วนปัญหาการจัดการเลือกตั้ง ต้องไปอภิปราย กกต. ไม่ใช่รัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่เกี่ยว 

 - ภาพของรัฐบาลอนุทิน 2.0 จะสดใสสุดๆ 

**มีเทคโนแครตมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และความมั่นคง
**ไม่มีพรรคที่ถูกป้ายสีเทา คือไม่ได้ร่วมรัฐบาลเลย 
**สร้างภาพเหนือพรรคส้ม เพราะสลัดเทาได้จริง แต่พรรคส้มมี “เทาอยู่ในพรรค” 

 

 

 


ได้แค่เร้าใจ? “รัฐบาลไฟจราจร” 


ท่ามกลางกระแส “ปิดดีลตั้งรัฐบาลภูมิใจไทย” จบที่พรรคใหญ่ 2 พรรค คือ ภูมิใจไทยกับเพื่อไทย ไม่มีกล้าธรรม / ทำเอา “ทริปแสงเหนือ” อาจจะน่าเบื่อ มากกว่าน่าสนุก 

ล่าสุดก็มีข่าวกระเซ็นกระสายออกมาทำนองว่า อาจมีการจับขั้วใหม่ทางการเมือง สู้กับพรรคสีน้ำเงินที่กำลังตั้ง “รัฐบาลสีธงชาติ” คือ “รัฐบาลไฟจราจร” แดง+ส้ม+เขียว ซึ่งหมายถึงการรวมตัวกันของ พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม 

มหัศจรรย์ตัวเลขก็คือ 3 พรรคนี้รวมกัน 250 เสียงพอดี หากดึงพรรคเล็กมาได้อีกนิดหน่อย ก็มีเสียงพอเกินกึ่งหนึ่ง ตั้งรัฐบาลแข่งได้เหมือนกัน

น่าคิดว่าเรื่องนี้เป็นแค่ทฤษฎี และคณิตศาสตร์การเมือง แต่เป็นเรื่องที่เกิดจริงยากมาก ใช่หรือไม่ หรือว่าสุดท้ายประเทศไทยจะมี “รัฐบาลไฟจราจร” จริงๆ 

 

 

เราสอบถาม “กูรูการเมือง” หลากหลายวงการ ได้รับคำตอบแบบนี้

 

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย นักรัฐศาสตร์ จาก มสธ. 

 - เป็นคำขู่จากพรรคกล้าธรรม และบางปีกจากพรรคประชาชนมากกว่า 

 - เผชิญว่า 3 พรรครวมกันได้เสียง สส. 250 จริงในทางทฤษฎี แต่ปัญหาจะตามมามากมาย  

 1.ใครจะเป็นพรรคแกนนำ และใครจะเป็นนายกฯ แน่นอนว่าต้องเป็นพรรคเสียงมากที่สุด คือ พรรคประชาชน แต่คำถามคือ พรรคสีแดง คือ เพื่อไทย จะโหวตให้หรือ

 2.พรรคแดงต้องพลิกขั้ว หลังเปิดตัวกับภูมิใจไทย หากพรรคแดงเสนอตัวเป็นนายกฯเอง พรรคส้มจะโหวตให้หรือไม่ แค่นี้ก็เกมแล้ว 

 3.เกมตั้งรัฐบาลของพรรคสีน้ำเงินยังไม่จบ แม้ขณะนี้จะมีเสียงราวๆ 300 แต่อาจเติมกล้าธรรมเข้าไปก็ได้ เพียงแต่ต้องเข้าโดย “ผู้กอง” ไม่มีตำแหน่ง 

 

 

 

นายศักดา นพสิทธิ์ นักวิเคราะห์การเมืองชื่อดัง 

 - เป็นแค่หลักการ คณิตศาสตร์การเมือง ในแง่ทฤษฎีอาจเป็นไปได้ แต่ในทางปฏิบัติยากมาก 

 - เป็นแค่โชว์ตัวเลขให้ภูมิใจไทยเห็นว่า ถ้า 3 พรรคจับกันได้ ก็มี 250+ นะ 

 - แต่ต้องไม่ลืมว่า จับกันได้ ก็ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะเสียงแค่ 250 รัฐบาลที่มีเสถียรภาพต้องแตะ 300 

 - เกมนี้แค่เกมกระตุกภูมิใจไทย ว่าถ้าไม่เอากล้าธรรม ก็เตรียมเหนื่อยได้เลย

 - เชื่อว่า เพื่อไทยไม่พลิกขั้ว เพราะไป “นั่งแท่นรออยู่แล้ว” จะดิ้นรนทำไม เปลี่ยนข้างไป สถานะก็เหมือนเดิม คือ พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ได้เป็นนายกฯ 

 - การรับรอง สส. คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้แล้ว 

 

 

 

 

แหล่งข่าวซึ่งเป็นกลุ่มทุนใหญ่สนับสนุนค่ายสีแดง 

 

 - รัฐบาล “ไฟจราจร” เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีใครเชื่อมั่น “ประมุขสีเขียว” 

 - พูดเล่นพอเป็นไปได้ แต่เอาจริง คงไม่มีใครเชื่อ เพราะความแน่นอนไม่มีเลย 

 - เสียงข้างมากยังไม่ได้ รวมได้แค่ 250 และฝ่ายตรงข้ามยังมีตัวเล่น เช่น คดี 112 ของอดีต สส.ก้าวไกล มีว่าที่ สส.ปัจจุบัน 10 คน ถ้าโดนศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เสียงก็จะหายไปอีก 10 เสียง ไม่ใช่เสียงกึ่งหนึ่งอีกต่อไป
 

 

"ครูใหญ่" ทำได้.. 5 ปัจจัยไม่แคร์ "กล้าธรรม" เงื่อนไขสำคัญ "เพื่อไทย" ต้องไม่เบี้ยว เสียงเตือนจาก "บ้านป่ารอยต่อฯ"

 

"ครูใหญ่" ทำได้.. 5 ปัจจัยไม่แคร์ "กล้าธรรม" เงื่อนไขสำคัญ "เพื่อไทย" ต้องไม่เบี้ยว เสียงเตือนจาก "บ้านป่ารอยต่อฯ"

 

"ครูใหญ่" ทำได้.. 5 ปัจจัยไม่แคร์ "กล้าธรรม" เงื่อนไขสำคัญ "เพื่อไทย" ต้องไม่เบี้ยว เสียงเตือนจาก "บ้านป่ารอยต่อฯ"

 

"ครูใหญ่" ทำได้.. 5 ปัจจัยไม่แคร์ "กล้าธรรม" เงื่อนไขสำคัญ "เพื่อไทย" ต้องไม่เบี้ยว เสียงเตือนจาก "บ้านป่ารอยต่อฯ"

 

"ครูใหญ่" ทำได้.. 5 ปัจจัยไม่แคร์ "กล้าธรรม" เงื่อนไขสำคัญ "เพื่อไทย" ต้องไม่เบี้ยว เสียงเตือนจาก "บ้านป่ารอยต่อฯ"

 

"ครูใหญ่" ทำได้.. 5 ปัจจัยไม่แคร์ "กล้าธรรม" เงื่อนไขสำคัญ "เพื่อไทย" ต้องไม่เบี้ยว เสียงเตือนจาก "บ้านป่ารอยต่อฯ"

 

"ครูใหญ่" ทำได้.. 5 ปัจจัยไม่แคร์ "กล้าธรรม" เงื่อนไขสำคัญ "เพื่อไทย" ต้องไม่เบี้ยว เสียงเตือนจาก "บ้านป่ารอยต่อฯ"

 

"ครูใหญ่" ทำได้.. 5 ปัจจัยไม่แคร์ "กล้าธรรม" เงื่อนไขสำคัญ "เพื่อไทย" ต้องไม่เบี้ยว เสียงเตือนจาก "บ้านป่ารอยต่อฯ"

 

"ครูใหญ่" ทำได้.. 5 ปัจจัยไม่แคร์ "กล้าธรรม" เงื่อนไขสำคัญ "เพื่อไทย" ต้องไม่เบี้ยว เสียงเตือนจาก "บ้านป่ารอยต่อฯ"

 

"ครูใหญ่" ทำได้.. 5 ปัจจัยไม่แคร์ "กล้าธรรม" เงื่อนไขสำคัญ "เพื่อไทย" ต้องไม่เบี้ยว เสียงเตือนจาก "บ้านป่ารอยต่อฯ"