หากตั้งต้นที่ 300 เสียงตามข่าวลือ หากพรรคเพื่อไทยถอนตัวเพียงพรรคเดียว รัฐบาลจะเหลือแค่ 226 เสียง กลายเป็น “เสียงข้างน้อย” ทันที
ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงยังเชื่อว่ามีโอกาสที่พรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาล ภายใต้เงื่อนไขไม่มี “ผู้กอง” เป็นรัฐมนตรี เพื่อความปลอดภัย ไม่ถูกสอยด้วย “นิติสงคราม” ซึ่งจะลามถึงนายกฯ
แต่หากคิดในมุม “ครูใหญ่” ซึ่งนาทีนี้ยอมรับกันว่าเป็น “เซียนเหยียบเมฆ” ทางการเมือง ก็คาดการณ์ได้ว่า น่าจะหาทางหนีทีไล่ และมาตรการป้องกันถูกตลบหลังเอาไว้หมดแล้ว
1.เงื่อนไขสำคัญที่สุด คือ เพื่อไทยต้องไม่เบี้ยว
- มีข่าวว่าก่อนเลือกตั้ง มีการพบปะกันระหว่าง “ครูใหญ่” กับ “นายหญิงบ้านต้นสัปดาห์” มีข้อตกลงร่วมงานกันชัดเจน เพื่อให้ “นายใหญ่คลองเปรม” หลุดพ้นพันธนาการเร็วที่สุด
- จะไม่มีการขวาง หรือเตะตัดขาจากค่ายสีแดง
- เป็นรัฐบาลย่อมดีกว่าเป็นฝ่ายค้านล้านเปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นไม่มีเหตุจำเป็นใดๆ ที่จะต้องถอนตัว หรือล้มรัฐบาลที่ตนเองมีส่วนร่วม (ยกเว้นเงื่อนไขทางการเมืองบีบคั้น ก็ต้องว่ากันตามหน้างานในอนาคต ซึ่งฝ่ายสีน้ำเงินก็ทราบดี)
2.ทั้งสองฝ่ายล้วนไม่มีใครเชื่อใจ “ประมุขค่ายสีเขียว”
- เพื่อไทยก็โดนหักมา จากกรณีโดนพลิกขั้วยกพรรค ทิ้งรัฐบาลแพทองธาร ไปสนับสนุนภูมิใจไทย ดัน “เสี่ยหนู” เป็นนายกฯ
**จังหวะที่หักเพื่อไทย ก็ถือว่าได้รับความไว้วางใจสูงสุดจาก “นายใหญ่” ด้วยเหมือนกัน แต่ก็ยังทำได้
- ภูมิใจไทยก็รู้ฤทธิ์ดี เพราะเคยร่วมงานกันมาตั้งแต่สมัยไทยรักไทย และช่วงต้นๆ ของเพื่อไทย
- มีเสียงเตือนจาก “ผู้ใหญ่สาย 3 ป.” โดยเฉพาะ “บ้านป่ารอยต่อฯ”
3.การพลิกขั้วทำได้ยาก เพราะ “พรรคเล็ก” ถูกย่อยสลาย รวมเสียงมาต่อรองไม่ได้
- ครูใหญ่มีวิธีดีลแบบอื่น “เอาอยู่” และ “อยู่หมัด”
- มอบหมาย “เจ้าพ่อสะแกกรัง” คุมเกมเอง ไม่ต้องผ่านนายหน้า “คนเลี้ยงลิง”
- พรรคเล็ก 2 เสียงพรรคหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นพรรค SME เกิน 5 เสียงมาก่อน บ่นว่า “ยุคนี้เขี้ยวจริงๆ เขาสกัดพวกเราหมดเลย ขยับต่อรองอะไรไม่ได้เลย”
4.เมื่อ กกต.ทยอยรับรอง สส. คาดว่าจะเริ่มตั้งแต่สัปดาห์นี้ไม่เกินสัปดาห์หน้า กระบวนการตั้งรัฐบาลจะเริ่มขึ้น
- หากสุดท้ายกล้าธรรมหลุดทั้งยวง จะเริ่มมีกระบวนการ “ดีล-ดูด-ดึง” สส.ออกจากกล้าธรรม
- จับตา “กลุ่มเพื่อนเฉลิมชัย” เพราะเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ในกล้าธรรม ประเภท “ไปไหนไปกัน”
- แว่วว่าช่วงเลือกตั้ง “กลุ่มเพื่อนเฉลิมชัย” ก็ “ใช้ทรัพยากร” ไปไม่น้อย และไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนทางตรงจากประมุขค่ายสีเขียวสักเท่าไหร่
- ต้องไม่ลืมว่า “เสี่ยต่อ” คือเพื่อนสนิทของ “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชาย “ครูใหญ่” สายสัมพันธ์สุดแนบแน่น
5.หาก “นายกฯอนุทิน” ตั้งรัฐบาลภูมิใจไทยได้โดยไม่มีกล้าธรรม จะจบปัญหาเรื่อง “เอื้อเทา” ไปได้เกือบ 100%
- ฝ่ายค้านจะไม่มีประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจตั้งแต่สมัยประชุมแรกที่เริ่มทำงาน
- มีข่าว “ว่าที่ฝ่ายค้าน” เตรียมยื่นซักฟอกประเด็น "โกงเลือกตั้ง" พ่วง "ทุนสีเทา" ที่อาละวาดช่วงเลือกตั้ง แล้วโยงมาที่ “พรรคเทา” แต่เมื่อไม่มี “พรรคเทา” (พรรคที่ถูกแต้มสีเทา) อยู่ในรัฐบาล ความชอบธรรมในการอภิปรายก็ลดลง ส่วนปัญหาการจัดการเลือกตั้ง ต้องไปอภิปราย กกต. ไม่ใช่รัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่เกี่ยว
- ภาพของรัฐบาลอนุทิน 2.0 จะสดใสสุดๆ
**มีเทคโนแครตมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และความมั่นคง
**ไม่มีพรรคที่ถูกป้ายสีเทา คือไม่ได้ร่วมรัฐบาลเลย
**สร้างภาพเหนือพรรคส้ม เพราะสลัดเทาได้จริง แต่พรรคส้มมี “เทาอยู่ในพรรค”
ได้แค่เร้าใจ? “รัฐบาลไฟจราจร”
ท่ามกลางกระแส “ปิดดีลตั้งรัฐบาลภูมิใจไทย” จบที่พรรคใหญ่ 2 พรรค คือ ภูมิใจไทยกับเพื่อไทย ไม่มีกล้าธรรม / ทำเอา “ทริปแสงเหนือ” อาจจะน่าเบื่อ มากกว่าน่าสนุก
ล่าสุดก็มีข่าวกระเซ็นกระสายออกมาทำนองว่า อาจมีการจับขั้วใหม่ทางการเมือง สู้กับพรรคสีน้ำเงินที่กำลังตั้ง “รัฐบาลสีธงชาติ” คือ “รัฐบาลไฟจราจร” แดง+ส้ม+เขียว ซึ่งหมายถึงการรวมตัวกันของ พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม
มหัศจรรย์ตัวเลขก็คือ 3 พรรคนี้รวมกัน 250 เสียงพอดี หากดึงพรรคเล็กมาได้อีกนิดหน่อย ก็มีเสียงพอเกินกึ่งหนึ่ง ตั้งรัฐบาลแข่งได้เหมือนกัน
น่าคิดว่าเรื่องนี้เป็นแค่ทฤษฎี และคณิตศาสตร์การเมือง แต่เป็นเรื่องที่เกิดจริงยากมาก ใช่หรือไม่ หรือว่าสุดท้ายประเทศไทยจะมี “รัฐบาลไฟจราจร” จริงๆ
เราสอบถาม “กูรูการเมือง” หลากหลายวงการ ได้รับคำตอบแบบนี้
รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย นักรัฐศาสตร์ จาก มสธ.
- เป็นคำขู่จากพรรคกล้าธรรม และบางปีกจากพรรคประชาชนมากกว่า
- เผชิญว่า 3 พรรครวมกันได้เสียง สส. 250 จริงในทางทฤษฎี แต่ปัญหาจะตามมามากมาย
1.ใครจะเป็นพรรคแกนนำ และใครจะเป็นนายกฯ แน่นอนว่าต้องเป็นพรรคเสียงมากที่สุด คือ พรรคประชาชน แต่คำถามคือ พรรคสีแดง คือ เพื่อไทย จะโหวตให้หรือ
2.พรรคแดงต้องพลิกขั้ว หลังเปิดตัวกับภูมิใจไทย หากพรรคแดงเสนอตัวเป็นนายกฯเอง พรรคส้มจะโหวตให้หรือไม่ แค่นี้ก็เกมแล้ว
3.เกมตั้งรัฐบาลของพรรคสีน้ำเงินยังไม่จบ แม้ขณะนี้จะมีเสียงราวๆ 300 แต่อาจเติมกล้าธรรมเข้าไปก็ได้ เพียงแต่ต้องเข้าโดย “ผู้กอง” ไม่มีตำแหน่ง
นายศักดา นพสิทธิ์ นักวิเคราะห์การเมืองชื่อดัง
- เป็นแค่หลักการ คณิตศาสตร์การเมือง ในแง่ทฤษฎีอาจเป็นไปได้ แต่ในทางปฏิบัติยากมาก
- เป็นแค่โชว์ตัวเลขให้ภูมิใจไทยเห็นว่า ถ้า 3 พรรคจับกันได้ ก็มี 250+ นะ
- แต่ต้องไม่ลืมว่า จับกันได้ ก็ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะเสียงแค่ 250 รัฐบาลที่มีเสถียรภาพต้องแตะ 300
- เกมนี้แค่เกมกระตุกภูมิใจไทย ว่าถ้าไม่เอากล้าธรรม ก็เตรียมเหนื่อยได้เลย
- เชื่อว่า เพื่อไทยไม่พลิกขั้ว เพราะไป “นั่งแท่นรออยู่แล้ว” จะดิ้นรนทำไม เปลี่ยนข้างไป สถานะก็เหมือนเดิม คือ พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ได้เป็นนายกฯ
- การรับรอง สส. คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้แล้ว
แหล่งข่าวซึ่งเป็นกลุ่มทุนใหญ่สนับสนุนค่ายสีแดง
- รัฐบาล “ไฟจราจร” เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีใครเชื่อมั่น “ประมุขสีเขียว”
- พูดเล่นพอเป็นไปได้ แต่เอาจริง คงไม่มีใครเชื่อ เพราะความแน่นอนไม่มีเลย
- เสียงข้างมากยังไม่ได้ รวมได้แค่ 250 และฝ่ายตรงข้ามยังมีตัวเล่น เช่น คดี 112 ของอดีต สส.ก้าวไกล มีว่าที่ สส.ปัจจุบัน 10 คน ถ้าโดนศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เสียงก็จะหายไปอีก 10 เสียง ไม่ใช่เสียงกึ่งหนึ่งอีกต่อไป