svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ศอ.บต.ดีล สทนช.ปูพรมแก้น้ำท่วมใต้เชิงรุก “ปิยะศิริ” ลั่นต้องยั่งยืน

23 ก.พ. 2569

ศอ.บต.ดีล สทนช.ปูพรมแก้ท่วมใต้เชิงรุก “ปิยะศิริ” ลั่นต้องยั่งยืน - ชูโมเดล “ปลูกป่าในใจคน” ฟื้นต้นน้ำ - จับตา งบประมาณบูรณาการปี 69

23 กุมภาพันธ์ 2569 ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลายเป็น "มหากาพย์" ที่ฉายซ้ำทุกปี ความสูญเสียมหาศาลที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2567-2568 ทิ้งรอยแผลไว้ในใจคนพื้นที่ แต่น้อยครั้งนักที่จะมีผู้บริหารระดับสูงยอมรับความจริงว่า ความหายนะเหล่านั้นมีสาเหตุหลักมาจาก "การบริหารจัดการที่ล้มเหลว" มากกว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา
 

ล่าสุด ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาเกิดขึ้นท่ามกลางแสงแดดจ้าในช่วงต้นปี เมื่อ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ตัดสินใจ "เร่งเครื่อง" แผนป้องกันน้ำท่วมปี 2569 ล่วงหน้าเกือบหนึ่งปีเต็ม โดยการดึง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เข้ามาเป็นหัวหอกสำคัญ หวังเปลี่ยนจาก "การตั้งรับ" ไปสู่ "เชิงรุก" อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
 

นายปิยะศิริ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า อุปสรรคสำคัญที่ทำให้การแก้ปัญหาน้ำท่วมใต้ไม่เคยยั่งยืนคือ "ความลืม"
 

"ผมประสานไปที่ สทนช. เอง เพราะนี่คือหน่วยงานเจ้าภาพหลักตามกฎหมาย ในขณะที่วันนี้ทุกคนอาจจะลืมภาพความทุกข์ยากตอนน้ำท่วมไปแล้ว แต่ในใจผมคิดตลอดว่า จะทำอย่างไรไม่ให้ภาพเหล่านั้นเกิดซ้ำซาก เราต้องใช้ช่วงเวลานี้แหละที่แดดยังออก น้ำยังไม่ท่วม เข้าไปบริหารจัดการ ไม่ใช่รอให้ถึงเดือนพฤศจิกายน แล้วค่อยมาวิ่งรอกแจกถุงยังชีพ ซึ่งนั่นคือการแก้ที่ปลายเหตุ" เลขาธิการ ศอ.บต.ระบุ
 

คำกล่าวนี้สะท้อนภาพลักษณ์การทำงานแบบ "ไฟไหม้ฟาง" ของหน่วยงานรัฐในอดีต ที่มักขยับตัวเมื่อน้ำถึงหน้าบ้าน แต่กลับ "นิ่งสงบ" ในยามที่ควรจะขุดลอกหรือวางแผนทาง 
 

นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

จากการตรวจสอบเอกสารเชิงลึกพบว่า ความพยายามของ ศอ.บต.เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมเมื่อ นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการ สทนช. ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง "คณะทำงานบูรณาการแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้" เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
 

โครงสร้างคณะทำงานชุดนี้มีความ "ไม่ธรรมดา" เพราะถูกออกแบบมาเพื่อทำลายกำแพงระหว่างกระทรวง โดยดึงผู้ทรงอิทธิพล 3 สายหลักมาผนึกกำลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแล ศอ.บต. นั่งแท่นที่ปรึกษา นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นตัวกลางเชื่อมความต้องการของประชาชน และ แม่ทัพภาคที่ 4 ดูแลเรื่องกำลังพลและมิติความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง
 

ในเอกสารคำสั่งระบุเหตุผลความจำเป็นชัดเจนว่า วิกฤตน้ำท่วมที่ผ่านมา "รุนแรงและซับซ้อนเกินกว่าหน่วยงานระดับจังหวัดจะรับมือได้ฝ่ายเดียว" จึงต้องใช้ พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 มาเป็นเครื่องมือทางกฎหมาย เพื่อบูรณาการงบประมาณให้เป็นเอกภาพ 
 

ศอ.บต.ดีล สทนช.ปูพรมแก้น้ำท่วมใต้เชิงรุก “ปิยะศิริ” ลั่นต้องยั่งยืน

นอกจากนี้ยังพบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับกรอบการทำงาน 5 ด้านของคณะทำงานชุดนี้ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การปิดช่องโหว่ที่เคยล้มเหลวในอดีต การวิเคราะห์จุดเสี่ยงระดับ Micro ไม่ใช่การดูแผนที่ภาพรวมจากกรุงเทพฯ แต่ต้องลงไปถึงจุดที่ "ตลิ่งพัง" และ "สิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำ" ในระดับหมู่บ้าน การจัดเตรียมศูนย์อพยพและคลังอาหารเวชภัณฑ์ ที่ไม่ใช่เพียงแค่การ "รอรับบริจาค" ความยั่งยืนของโครงสร้างพื้นฐาน นี่คือหัวใจสำคัญ เมื่อน้ำท่วม "ระบบไฟฟ้า ประปา และโรงพยาบาลต้องใช้งานได้" ไม่ใช่เป็นหน่วยงานแรกๆ ที่ใช้งานไม่ได้เมื่อเกิดวิกฤต
 

รวมถึง การฝึกซ้อมเสมือนจริงให้เจ้าหน้าที่ระดับล่าง รู้หน้าที่ทันทีที่ระดับน้ำถึงจุดวิกฤต โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง และ ศูนย์บัญชาการเดียว ลดความซ้ำซ้อนของการรายงานตัวเลข เพื่อให้การตัดสินใจจบที่จุดเดียว
 

ประเด็นที่แหลมคมที่สุดและอาจกระทบต่อผลประโยชน์บางกลุ่ม คือการที่เลขาธิการ ศอ.บต. หยิบยกสาเหตุทางนิเวศวิทยาขึ้นมาพูดอย่างกล้าหาญ นายปิยะศิริชี้ให้เห็นว่า การขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะ "การแห่ปลูกทุเรียนในจังหวัดยะลา" กำลังเป็นระเบิดเวลาของน้ำท่วมโคลนถล่ม
 

"ไม่มีหน่วยงานไหนพูดถึงการปลูกต้นไม้หรือรักษาป่า สังเกตไหมว่า น้ำที่ท่วมลงมาเป็นอย่างแรกจะเป็นดินโคลน เพราะมันไม่มีรากใหญ่ที่จะยึด ทุกคนถางป่าปลูกทุเรียนกันจะหมดอยู่แล้ว"
 

นายปิยะศิริ จึงชูธงนำแนวพระราชดำรัส "การปลูกป่าในใจคน" ของรัชกาลที่ 9 มาเป็นแกนหลัก โดยมองว่า ความมั่นคงที่แท้จริงไม่ใช่แค่เรื่องของทหารหรืออาวุธ แต่คือ "ความมั่นคงด้านทรัพยากร" หากประชาชนไม่มีจิตสำนึกในการรักษาป่าต้นน้ำ ต่อให้สร้างเขื่อนหรือกำแพงกั้นน้ำหนาเพียงใด ก็ไม่สามารถหยุดยั้งพิบัติภัยได้
 

การขยับตัวของ ศอ.บต.และ สทนช.ในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ของการทำงานเชิงป้องกัน ได้หรือไม่ นี่คือบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ในการเปลี่ยนโฉมหน้าการจัดการน้ำภาคใต้ จากการ "รอรับบริจาค" สู่การ "จัดการที่ต้นเหตุ" อย่างยั่งยืน 
 

ศอ.บต.ดีล สทนช.ปูพรมแก้น้ำท่วมใต้เชิงรุก “ปิยะศิริ” ลั่นต้องยั่งยืน
 

ศอ.บต.ดีล สทนช.ปูพรมแก้น้ำท่วมใต้เชิงรุก “ปิยะศิริ” ลั่นต้องยั่งยืน
 

ศอ.บต.ดีล สทนช.ปูพรมแก้น้ำท่วมใต้เชิงรุก “ปิยะศิริ” ลั่นต้องยั่งยืน
 

ศอ.บต.ดีล สทนช.ปูพรมแก้น้ำท่วมใต้เชิงรุก “ปิยะศิริ” ลั่นต้องยั่งยืน