svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดผล "ราชภัฏโพล" ครั้งที่ 3 ปชช. หนุนแก้ รธน. ใหม่-คุมค่าไฟ 3 บาท

23 ก.พ. 2569

"ราชภัฏโพล" ครั้งที่ 3 สะท้อนภาวะยอมรับรัฐบาลแบบมีเงื่อนไข ชูนโยบายปากท้อง "คนละครึ่งพลัส-ลดค่าไฟ" มาอันดับหนึ่ง ขณะที่เสียงส่วนใหญ่กว่า 50.8% ประสานเสียงต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อปฏิรูปการเมืองไทย

23 กุมภาพันธ์ 2569 ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนผ่าน "ราชภัฏโพล ครั้งที่ 3" เผยให้เห็นนัยสำคัญทางการเมืองที่รัฐบาลใหม่ต้องเผชิญ โดยสามารถวิเคราะห์เจาะลึกผ่าน 4 ประเด็นหลักที่เป็นหัวใจสำคัญของความคาดหวังคนไทยในขณะนี้ 

เปิดผล "ราชภัฏโพล" ครั้งที่ 3 ปชช. หนุนแก้ รธน. ใหม่-คุมค่าไฟ 3 บาท


1. ความพึงพอใจต่อผลการเลือกตั้ง: สะท้อนภาวะ “การยอมรับแบบระมัดระวัง” 

  • ประชาชนส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อผลการเลือกตั้งในระดับปานกลาง (ร้อยละ 30.8) ซึ่งอาจสะท้อนว่า แม้การเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย แต่ยังมีความรู้สึก “รอดูผลการทำงาน” ของรัฐบาลใหม่ก่อนที่จะให้การยอมรับอย่างเต็มที่ 
  • สถานการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ถึงภาวะการยอมรับเชิงเงื่อนไข (Conditional Acceptance) ที่ประชาชนพร้อมจะสนับสนุน หากรัฐบาลสามารถแปลงนโยบายที่หาเสียงไว้ไปสู่การปฏิบัติได้จริง 

2. การจัดตั้งรัฐบาลผสม: ความต้องการ “เสถียรภาพเชิงความร่วมมือ” 

  • ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการจัดตั้งรัฐบาลผสม โดยเฉพาะการรวมตัวของพรรคการเมืองหลักร่วมกับพรรคขนาดเล็ก ซึ่งสะท้อนว่า สังคมไทยในปัจจุบันอาจให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางการเมืองมากกว่าการแข่งขันเชิงอุดมการณ์ 
  • แนวโน้มนี้ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนต้องการรัฐบาลที่สามารถทำงานร่วมกันได้ มากกว่ารัฐบาลที่มีจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างอย่างชัดเจนแต่ขาดเสถียรภาพในการบริหารประเทศ 

3. ความคาดหวังเชิงนโยบาย: จาก “นโยบายหาเสียง” สู่ “นโยบายที่จับต้องได้” 

  • นโยบายที่ประชาชนต้องการให้ดำเนินการเป็นอันดับแรก ได้แก่ นโยบายคนละครึ่งพลัส การปราบปรามสแกมเมอร์และทุนสีเทา และการควบคุมค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย 
  • สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากการเมืองเชิงอุดมการณ์ไปสู่การเมืองเชิงคุณภาพชีวิต กล่าวคือ ประชาชนให้ความสำคัญกับนโยบายที่สามารถลดภาระค่าครองชีพ และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในชีวิตประจำวัน มากกว่านโยบายเชิงโครงสร้างระยะยาว 

4. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ: ความต้องการ “การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง” 

  • ผลการสำรวจพบว่า ประชาชนมากกว่าครึ่ง (ร้อยละ 50.8) เห็นว่าควรร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขณะที่ร้อยละ 49.2 เห็นว่าควรแก้ไขบางมาตรา 
  • ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า สังคมไทยยังคงมีความต้องการในการปรับปรุงกติกาทางการเมืองเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมประชาธิปไตยในปัจจุบัน และอาจเป็นสัญญาณของฉันทามติใหม่ทางสังคมเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองของประเทศ

 
บทสรุปเชิงนโยบาย 
โดยภาพรวม ผลการสำรวจในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนมีความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่ใน 2 มิติหลัก ได้แก่ 

  • มิติเชิงปฏิบัติการ คือ การดำเนินนโยบายที่ช่วยลดค่าครองชีพอย่างเป็นรูปธรรม
  • มิติเชิงโครงสร้าง คือ การปรับปรุงระบบการเมืองผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 

ดังนั้น ความท้าทายสำคัญของรัฐบาลใหม่ คือ การสร้างความสมดุลระหว่างการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากับการปฏิรูปเชิงโครงสร้างในระยะยาว

เปิดผล "ราชภัฏโพล" ครั้งที่ 3 ปชช. หนุนแก้ รธน. ใหม่-คุมค่าไฟ 3 บาท