🔵 [ตากแดดช่วยได้จริงไหม?]
หลายคนเชื่อว่าแค่ตากแดด ตบผ้าห่ม ก็สะอาดแล้ว ความจริงคือ รังสี UV จากแดด ไม่สามารถทะลุถึงไส้ในหนาๆ ได้ โดยเฉพาะพื้นที่อากาศชื้น ผ้าห่มจะยิ่งกักเหงื่อและเชื้อราได้ง่าย ลองคิดดูนะคะ ผ้าห่มที่ใช้มาหลายไ ปี ดูดเหงื่อไปกี่คืน หมอนที่ไม่เคยเปลี่ยนนานไ รับละอองไอจามไปกี่ครั้ง ทั้งหมดนี้ถูกสะสมเงียบๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว
🔵 [เชื้อราในเครื่องนอน ไม่ใช่เรื่องเล็ก!]
แพทย์เตือนว่า การสูดสปอร์เชื้อราเข้าไป อาจทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบจากเชื้อราแบบภูมิแพ้ ช่วงแรกอาจเหมือนหอบหรือหลอดลมอักเสบ แต่ถ้าได้รับซ้ำๆ นานๆ สมรรถภาพปอดอาจลดลงถาวรได้
🔵 [อายุเครื่องนอนที่ควรรู้]
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า “ไส้หมอน” ควรเปลี่ยนทุก 1–2 ปี ส่วน “ผ้าห่ม” ควรเปลี่ยนทุก 3–5 ปี ถึงแม้จะดูสภาพดีอยู่ก็ตาม เพราะสิ่งที่เสื่อมจริงๆ ไม่ใช่ผ้า แต่คือจุลชีพด้านใน
🔵 [ซักบ่อย = สะอาด จริงไหม?]
เครื่องซักผ้าทั่วไป อุณหภูมิไม่สูงพอฆ่าไรฝุ่นและสปอร์เชื้อรา แถมการซักบ่อย ยังทำให้เส้นใยเสื่อม ดูดความชื้นง่ายขึ้นอีก วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือ เปลี่ยนเครื่องนอนตามรอบ ใช้ไอน้ำร้อนหรือเครื่องกำจัดไรฝุ่น ตากแดดแรงเป็นระยะ
โรคจำนวนไม่น้อยมาจากการนอน และเราใช้ชีวิตเกือบ 1 ใน 3 อยู่บนเตียง แต่แทบไม่เคยถามเลยว่า สิ่งที่เรานอนกอดทุกคืน ยังปลอดภัยกับเราอยู่ไหม โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และคนเป็นภูมิแพ้ ผลกระทบจะค่อย ๆ สะสมแบบเงียบ ๆ
จากมุมมองแพทย์ การเปลี่ยนเครื่องนอน ควรถูกนับเป็นหนึ่งใน “แผนดูแลสุขภาพของบ้าน” ประหยัดอย่างอื่นได้ แต่อย่าประหยัดกับสุขภาพ เพราะผ้าห่ม หรือหมอนใหม่ อาจราคาแค่หลักร้อย แต่สิ่งที่คุณประหยัดได้ อาจคือการไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะโรคเรื้อรังที่คุณไม่รู้ตัว!