โพลพระปกเกล้า ชี้ "คนใต้-อีสาน" รับรู้ซื้อเสียงพุ่ง 60%
20 ก.พ. 2569
KPI Poll เปิดผลสำรวจรับรู้ปัญหาซื้อเสียง พบภาคใต้-อีสานครองแชมป์ได้ยินข่าวแจกเงิน 500-1,000 บาท มากที่สุด ขณะที่ประชาชนเกือบครึ่ง "ไม่พอใจ" ผลงาน กกต.
ข่าว
20 ก.พ. 2569
KPI Poll เปิดผลสำรวจรับรู้ปัญหาซื้อเสียง พบภาคใต้-อีสานครองแชมป์ได้ยินข่าวแจกเงิน 500-1,000 บาท มากที่สุด ขณะที่ประชาชนเกือบครึ่ง "ไม่พอใจ" ผลงาน กกต.
20 กุมภาพันธ์ 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “การรับรู้ปัญหาซื้อเสียงของประชาชนและรัฐบาลที่อยากเห็นหลังเลือกตั้ง” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง”การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่างแท้จริง
การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 09 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 13-16 ก.พ.2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. คนส่วนใหญ่ รับรู้เรื่อง “ซื้อเสียง” ในเขตเลือกตั้งของตน
"เรื่องการซื้อเสียง ยังอยู่ใกล้ตัวประชาชนจำนวนมาก ขณะเดียวกันอีกเกือบครึ่งไม่เคยได้ยิน สะท้อนว่า ความรับรู้เรื่องนี้ “ไม่เท่ากัน” ตามพื้นที่/เครือข่ายข่าวสาร/ประสบการณ์ในชุมชน"
2. ประชาชนได้ยินราคาซื้อเสียง “500–1,000 บาท” ครองสัดส่วนสูงสุด
"สะท้อนภาพจำของการซื้อเสียงว่า “ไม่ได้เป็นเงินก้อนใหญ่” การซื้อเสียง (ในมุมประชาชน) เป็นพฤติกรรมที่ “เข้าถึงง่าย ทำซ้ำได้” และอาจเกิดเป็นวงกว้างมากกว่าการทุ่มเงินสูงเป็นรายกรณี"
3. การรับรู้เรื่องซื้อเสียงต่างกันมากตามพื้นที่: ใต้-อีสาน สูงกว่า 60% ขณะที่กรุงเทพมหานครได้ยินน้อยที่สุด
"ความต่างของสัดส่วนที่ได้ยินเรื่องซื้อเสียงระหว่างพื้นที่ค่อนข้างมาก สะท้อนว่า “บริบทพื้นที่” มีผล—บางพื้นที่การเมืองท้องถิ่นเข้มข้น/การแข่งขันสูง/ข่าวสารหนาแน่น จึงทำให้เรื่องซื้อเสียงถูกพูดถึงมากกว่า ขณะที่บางพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่มีความเป็นเมืองสูง อาจไม่พบ หรือประชาชนไม่เชื่อมโยงว่าเป็นการซื้อเสียง จึงรับรู้น้อยกว่า"
4. ผลงาน กกต. ปราบทุจริตยังไม่ชนะใจประชาชน ไม่พอใจเกือบครึ่ง
"สะท้อนว่า ประชาชนยังต้องการเห็นการทำงานที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะ “ผลลัพธ์ที่จับต้องได้” ส่วนกลุ่ม “รู้สึกเฉยๆ” จำนวนมาก อาจสะท้อนว่าอีกส่วนของสังคมอาจยังไม่แน่ใจว่า กกต.ทำได้ผลแค่ไหน หรือยังไม่เห็นหลักฐานที่ชัดพอ"
5. รูปแบบการจัดตั้งรัฐบาลแบบใดที่ชอบที่สุด ? (สำรวจโดย x LINE TODAY) พบว่า คนจำนวนมาก “ยังไม่ถูกใจสูตรรัฐบาลแบบไหนเลย” แต่มีแนวโน้มไปที่ “สูตรผสมหลายพรรค” มากกว่า
"ประชาชนจำนวนมากยังรู้สึกว่า “สูตรการเมืองที่ถูกเสนอมา ไม่ตอบโจทย์” หรือ ยังไม่มั่นใจต่อทั้งความชอบธรรม/เสถียรภาพ/ทิศทางนโยบายของการจับขั้วต่าง ๆ เมื่อจำเป็นต้องเลือก คนจำนวนหนึ่งไปทาง “รัฐบาลผสมหลายพรรค” มากกว่า สะท้อนความคาดหวังอาจอยู่ที่ “การประนีประนอมเพื่อเดินหน้า” แต่ก็ยังไม่ใช่คำตอบที่ทำให้คนส่วนใหญ่พอใจ"
บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 09
การสำรวจครั้งนี้สะท้อน 2 เรื่องใหญ่พร้อมกัน คือ ปัญหาซื้อเสียงยังเป็นความจริงที่ประชาชนจำนวนมากรับรู้ และมีลักษณะเป็นการให้ผลประโยชน์ระดับที่เข้าถึงได้ (กระจุกที่ 500–1,000 บาท)
โดยการรับรู้เข้มข้นต่างไปตามพื้นที่ และ ความเชื่อมั่นต่อการคุมเกมความสุจริตเที่ยงธรรมยังเป็นโจทย์สำคัญ เพราะประชาชนกลุ่ม “ไม่พอใจ” ต่อบทบาทการปราบทุจริตของ กกต.มีมากกว่ากลุ่ม “พอใจ”
ขณะเดียวกัน ในมิติการเมืองหลังเลือกตั้ง ประชาชนจำนวนมากยัง “ไม่ลงตัว” กับสูตรจัดตั้งรัฐบาลที่เสนอในสื่อ แม้ กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการไปแล้วก็ตาม แต่ภาพรวมการสำรวจนี้ สะท้อนบรรยากาศที่สังคมต้องการทั้งการเลือกตั้งที่โปร่งใส (อย่างจับต้องได้) และต้องการการเมืองหลังเลือกตั้งที่ตอบโจทย์ประชาชนจริงมากกว่าเกมต่อรองอำนาจตามสูตรการเมืองเพียง
อย่างเดียว
