เปิดเบื้องลึก "กล้าธรรม" วืดร่วม ครม.อนุทิน 2 "ภูมิใจไทย" มัดรวม 14 พรรครัฐบาล 295 เสียงลงตัว
16 ก.พ. 2569
เปิดเบื้องลึก "กล้าธรรม" วืดร่วม ครม.อนุทิน 2 "ภูมิใจไทย" มัดรวม 14 พรรครัฐบาล 295 เสียงลงตัว
ข่าว
16 ก.พ. 2569
เปิดเบื้องลึก "กล้าธรรม" วืดร่วม ครม.อนุทิน 2 "ภูมิใจไทย" มัดรวม 14 พรรครัฐบาล 295 เสียงลงตัว
16 กุมภาพันธ์ 2569 ความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาลภูมิใจไทย ในฐานะพรรคแกนนำอันดับ 1 ที่ได้เสียงจำนวน 193 ที่นั่ง เดินหน้าดีลพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อรวบรวมเสียงในการจัดตั้งรัฐบาล
โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการจากกรรมการบริหารพรรค ให้เป็นคีย์แมนในการประสานพรรคการเมืองต่างๆ
ทั้งนี้ระหว่างรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง นายอนุทินได้เดินหน้าดีลพรรคการเมืองต่างๆ โดยเริ่มเปิดปฏิบัติการ เชิญพรรคการเมืองขนาดเล็ก เข้าพบที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง และบรรดาพรรค 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่
จากนั้นวันถัดมา 13 ก.พ.อนุทิน ได้เชิญแกนนำพรรคเพื่อไทยเข้าหารือ นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ถือเป็นการแสดงความชัดเจนอย่างเป็นทางการในการจับขั้ว ระหว่างพรรคอันดับ 1 จำนวน 193 เสียง และพรรคอันดับ 3 จำนวน 74 เสียง
ขณะที่บรรดาพรรคการเมืองขนาดเล็ก และพรรค 1 เสียงอื่นๆ ได้ทยอยเข้าสนับสนุนรัฐบาลภูมิใจไทยอย่างต่อเนื่อง ที่น่าสนใจคือ พรรคไทรวมพลัง 6 เสียง เป็นคิวต่อไปที่จะมีการเชิญอย่างเป็นทางการ รวมถึงพรรคประชาชาติ 5 เสียง ที่ผนวกเข้ามากับพรรคเพื่อไทย และพรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง
ทำให้ล่าสุดพรรคที่ร่วมสนับสนุนรัฐบาลภูมิใจไทย มีจำนวน 13 พรรค รวม 295 เสียง ประกอบด้วย
-พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง
-พรรคเพื่อไทย 74 เสียง
-พรรคไทรวมพลัง 6 เสียง
-พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง
-พรรคประชาชาติ 5 เสียง
-พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง
-พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง
-พรรค 1 เสียง อีก 7 พรรค ได้แก่ /พรรคประชาธิปไตยใหม่ /พรรคใหม่ /พรรครวมใจไทย /พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน /พรรคมิติใหม่ /และพรรคโอกาสใหม่
หลังจากท่าที ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค มีเงื่อนไขต่อรองในการเข้าร่วมรัฐบาล โดยต้องการกระทรวงสำคัญเพื่อบริหารงานต่อเนื่อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงต้องการกระทรวงมหาดไทยเพิ่มเติม
โดยพรรคกล้าธรรมอ้างถึงตัวเลขพรรคพันธมิตรขนาดเล็ก ที่สามารถรวบรวมเสียงมาสนับสนุนรัฐบาลได้รวมกับพรรคกล้าธรรมว่ามีถึง 80 เสียง ทำให้พรรคภูมิใจไทยได้เดินเกมรวบรวมพรรคขนาดเล็ก และพรรค 1 เสียงโดยตรง เพื่อเป็นการตัดเกมต่อรองของพรรคกล้าธรรม และไม่ดึงเข้าร่วมรัฐบาล
นอกจากนี้ยังมีประเด็น เรื่องพรรคประชาชาติ 5 เสียง ที่ขอพ่วงกับพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล คีย์แมนพรรคภูมิใจไทยไม่ปฏิเสธ
แต่มีเพียงเงื่อนไขเดียวคือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค จะไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทวี มีกรณีกับพรรคภูมิใจไทย ที่โยงกับคดีฮั้ว สว.ที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีค้างอยู่ในกระบวนการยุติธรรม
เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย ที่คีย์แมนพรรคภูมิใจไทย มีเงื่อนไขจะไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย ด้วยเหตุผลเดียวกับ พ.ต.อ.ทวี
ทั้งนี้ การจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล 14 พรรคถือว่าลงตัวแล้ว เหลือเพียงการเจรจาต่อรองเงื่อนไขเรื่องโควตากระทรวงต่างๆ ทำให้มีการคาดการณ์สูตรรัฐบาลภูมิใจไทย หรือ ครม.อนุทิน 2 จะประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคเล็ก และพรรค 1 เสียง มีจำนวนรวม 295 เสียง และมีค่าเฉลี่ยในการจัดสรรโควตารัฐมนตรีให้พรรคร่วมรัฐบาล คือจำนวน สส.8 เสียง ต่อรัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง
ภายในสัปดาห์นี้แกนนำพรรคภูมิใจไทยจะเชิญพรรคการเมืองคิวต่อไปเพื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกันรัฐบาลภูมิใจไทย โดยครม.อนุทิน 2 มีโจทย์ใหญ่ อยู่ที่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งมีปัญหาทั้งเศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศ ทำให้ทีมเศรษฐกิจต้องแสดงฝีมือ ความเป็นมืออาชีพที่สามารถขับเคลื่อนนโยบายที่หาเสียงไว้อย่างรวดเร็วและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
-นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ มีโอกาสนั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.คลัง -นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ มีโอกาสนั่ง รมว.พาณิชย์ และกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
-นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว มีโอกาสนั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบรมว.การต่างประเทศ
-นายไชยชนก ชิดชอบ มีโอกาสนั่ง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
-นายสุชาติ ชมกลิ่น มีโอกาสนั่ง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนงานฟื้นฟูอุทยานแห่งชาติ ตามแนวชายแดน
-นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ มีโอกาสนั่ง รมว.อุตสาหกรรม
ในส่วนของโควตาพรรคร่วมรัฐบาล ที่จะเข้ามานั่งกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ มีแนวโน้มที่พรรคเพื่อไทย จะได้โควตา รมว.เกษตรและสหกรณ์ โดยมีเงื่อนไขให้นางศุภจี กำกับดูแลอีกชั้น
