svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

KPI Poll เปิดโจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่! ประชาชนจี้ "แก้คอร์รัปชัน-ลดค่าครองชีพ"

13 ก.พ. 2569

KPI Poll เผยผลสำรวจ ประชาชนคาดหวังรัฐบาลใหม่หลัง เลือกตั้ง 2569 เร่งแก้เศรษฐกิจและคอร์รัปชัน ชี้คนส่วนใหญ่จี้จัดการทุจริตอย่างจริงจังขณะที่กลุ่ม Gen Z และคนเมืองในกรุงเทพฯ-ภาคกลาง ร้องขอลดค่าครองชีพ เป็นงานด่วนอันดับหนึ่ง

13 กุมภาพันธ์ 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ประเด็นเร่งด่วนที่อยากให้รัฐบาลใหม่ทำหลัง เลือกตั้ง” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมา เพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ และความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของ ประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่าง แท้จริง

KPI Poll เปิดโจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่! ประชาชนจี้ "แก้คอร์รัปชัน-ลดค่าครองชีพ"

สำหรับผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 08 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 30 ม.ค. - 2 ก.พ. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

1. ความคาดหวังหลังเลือกตั้ง แก้เศรษฐกิจนำ ตามด้วยแก้ปัญหาสังคมและการเมือง

  • สิ่งแรกที่อยากให้รัฐบาลใหม่ทำหลังเลือกตั้ง (สำรวจโดย ) พบว่า ภาพรวม ต้องการให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจมากที่สุด (38.0%) รองลงมา คือ แก้ปัญหาสังคม (32.3%) และ ปัญหาการเมือง (29.7%) ตามลำดับ

ภาพรวมประชาชนอยากเห็นรัฐบาลใหม่เริ่มงานทันทีในเรื่องที่กระทบชีวิตประจำวัน เมื่อถามเชิง ภาพใหญ่ จึงเน้นไปประเด็นที่กระทบความเป็นอยู่ก่อน ในขณะที่เรื่องสังคมและการเมืองก็มีความสำคัญ ที่ต้องการให้แก้ไขไม่แพ้กัน

2. ภาพรวมด้านการเมือง “แก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง” นำแบบทิ้งห่าง ด้านเศรษฐกิจหวังลด รายจ่ายค่าครองชีพสูงสุด ส่วนด้านสังคมเน้นแก้ปัญหายาเสพติด

ด้านเศรษฐกิจ: ลดรายจ่ายค่าครองชีพ (47.8%) สูงสุด รองลงมา คือ แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน (25.6%), กระตุ้นเศรษฐกิจ (20.8%) และ ดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ (5.8%)

ด้านสังคม: แก้ปัญหายาเสพติด (33.6%) สูงสุด รองลงมา คือ ธุรกิจผิดกฎหมาย/สแกมเมอร์ (29.4%), เพิ่มสวัสดิการแก่คนทุกวัย (24.5%) และ ปัญหาสิ่งแวดล้อม (12.5%)

ด้านการเมือง: แก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง (52.7%) สูงสุด รองลงมา คือ แก้รัฐธรรมนูญให้ เป็นประชาธิปไตย (17.8%), แก้ปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (17.4%) และ ลดความ ขัดแย้งทางการเมือง (12.0%)

สะท้อนว่า หลังเลือกตั้ง คนไม่ได้อยากได้แค่รัฐบาลใหม่ แต่ต้องการ “มาตรฐานใหม่” ของการใช้ อำนาจรัฐ คอร์รัปชันเป็นปัญหารากฐานในสายตาประชาชน ถ้าไม่จัดการคอร์รัปชัน ความหวังเรื่องอื่นจะไม่เกิด ในขณะที่เกือบครึ่งอยากให้รัฐลดรายจ่ายเป็นงานด่วน สังคมอยู่ในภาวะ “ค่าใช้จ่ายนำรายได้” ทำให้ความหวังต่อรัฐบาลใหม่ถูกวางไว้ที่การลดภาระทันที ไม่ใช่คำสัญญาเชิงภาพใหญ่ เช่นเดียวกับการ แก้ปัญหายาเสพติด ซึ่งถูกมองว่าเป็นปัญหาด่วนสุดด้านสังคม ที่โยงไปหลายปัญหาในชุมชน ทั้งความไม่ ปลอดภัย อาชญากรรม และความรุนแรง สะท้อน “ความกังวลต่อความเสี่ยง” มากกว่าการพัฒนาเชิง คุณภาพชีวิตระยะยาว

3. “ความต่างของช่วงวัย”-ส่วนใหญ่เลือก “แก้คอร์รัปชัน” ก่อน แต่ Gen Z เลือก “ลดรายจ่ายค่าครองชีพ” เร่งด่วนสุด ส่วน “ความต่างเชิงพื้นที่”- ส่วนใหญ่มอง “แก้คอร์รัปชัน” เร่งด่วน ส่วน “กรุงเทพฯ และ ภาคกลาง” เน้นลดรายจ่ายค่าครองชีพ

Gen Y (28-43 ปี), Gen X (44-59 ปี) และ Gen Baby Boomer (60 ปี ขึ้นไป) ต้องการให้ รัฐบาลใหม่แก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง สูงที่สุด ในขณะที่ Gen Z (18-27 ปี) ต้องการให้ รัฐบาลใหม่แก้เรื่อง ลดรายจ่ายค่าครองชีพ สูงที่สุด

ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ภาคตะวันออก และภาคใต้ ต้องการให้รัฐบาลใหม่ แก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง สูงที่สุด ส่วนกรุงเทพมหานครและภาคกลางต้องการให้รัฐบาล ใหม่แก้เรื่อง ลดรายจ่ายค่าครองชีพ สูงที่สุด

สะท้อนภาพของ Gen Z ที่รับแรงกดดันด้านต้นทุนชีวิต/ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูง (เช่น ค่าเดินทาง ค่าอยู่ ค่าอุปกรณ์การเรียน/ทำงาน รายได้เริ่มต้น) จึงเน้นเรื่องตอบโจทย์ที่กระทบตรงหน้า ส่วนคนรุ่นทำงาน- สูงวัยมองคอร์รัปชันเป็น “รากของปัญหา” ที่ทำให้ระบบไม่เป็นธรรม และทำให้ค่าครองชีพ/บริการรัฐ ไม่ดีขึ้น เมื่อพิจารณาตามภูมิภาค สะท้อนว่า หลายภาคมองคอร์รัปชันไม่ได้เป็นประเด็นนามธรรม แต่ถูก เชื่อมตรงกับปัญหาด้านอื่น ๆ ต่างจังหวัดมักรับรู้ความเหลื่อมล้ำเชิงอำนาจ/โอกาสผ่านประสบการณ์จริง เช่น การเข้าถึงงานรัฐ โครงการช่วยเหลือ การบังคับใช้กฎหมาย ความคาดหวังจึงเทไปที่การ “อุดรอยรั่ว ของระบบก่อน” ส่วนกรุงเทพฯและภาคกลางกำลังส่งสัญญาณว่า ขอให้รัฐบาลเริ่มจากเรื่องที่ทำให้ชีวิต เบาลงทันที เพราะถูกบีบด้วยต้นทุนชีวิตเมือง

บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 08

ผลสำรวจชี้ว่า หลังเลือกตั้งประชาชนคาดหวัง “รัฐบาลใหม่ที่เริ่มงานทันที” โดยเมื่อมองภาพใหญ่ต้องการให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจมากที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่กระทบชีวิตประจำวันโดยตรง ขณะเดียวกันเมื่อเจาะรายประเด็น พบว่า ประชาชนต้องการให้แก้คอร์รัปชันอย่างจริงจังนำแบบทิ้งห่าง สะท้อนความรู้สึกว่าหากระบบยังรั่วไหล นโยบายอื่นก็ไม่ถึงประชาชน อีกทั้งยังเห็นความต่างเชิงรุ่นและ เชิงพื้นที่ที่รัฐบาลต้อง “สื่อสารและออกแบบมาตรการให้ตรงโจทย์” สรุปแล้วรัฐบาลใหม่ควรเดิน “สอง รางคู่ขนาน” คือ ทำมาตรการปากท้องที่เห็นผลเร็วควบคู่กับยกระดับธรรมาภิบาลและความโปร่งใสให้ เป็นรูปธรรม เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญของความไว้วางใจและการทำให้นโยบายอื่นให้ถึงประชาชนได้จริง