ส่วนเมื่อวานนี้ น.ส.รักชนก ศรีนอก ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุหากนับคะแนนใหม่แล้วคะแนนผิดเพี้ยนไปนิดนึง จะกล้าลาออก จากตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนจะไม่พูดถึงคนอื่น แต่ถ้าสื่อมวลชนไปศึกษาข้อกฎหมายดู ผู้ที่คัดค้านการเลือกตั้ง ควรเป็นประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 1 หรือใน 8 ตำบลของอำเภอเมืองชลบุรี
แต่คนที่กล่าวอ้าง มีสิทธิ์มีเสียงในเขตเลือกตั้งของตนหรือไม่ และมาในฐานะอะไร สมมุติว่าตนอยู่ชลบุรี แต่ไม่พอใจจังหวัดอื่น แล้วจะเอาคนชลบุรีไปร้องเรียนมันก็ไม่ได้ ก็อยากให้สื่อมวลชนลองสังเกตดู คนที่กล่าวหาตน มาพูดระดมต่างๆ เป็นประชาชนในเขตนั้นหรือไม่ เขาตรวจสอบมาแล้วก็เห็นแล้วว่าเ ป็นคนเขตอื่นและจังหวัดอื่น แล้วทำเพื่ออะไร
ทั้งนี้ ไม่คิดว่ามีใครอยู่หลัง แต่ให้เป็นเรื่องของ กกต. วันนี้ทำเพื่อให้ทุกคนสบายใจว่า ตนไม่ได้หนักใจ แต่แค่ทำแล้วถูกต้อง ถ้าตนเป็นคนเซ็นเอกสารไปถึง กกต. แล้วถ้าเซ็นเอกสารผิดมันก็ยุ่งเหมือนกัน ตนก็ต้องศึกษาว่า ทำได้หรือไม่ แค่เสนอ ยินดี และเต็มใจให้ กกต. ปฏิบัติอะไรก็ได้ เพื่อความสบายใจในการนับคะแนนใหม่
“ผมมองข้ามไปถึงโน่นแล้ว ไม่ได้มองเขา ไม่ได้สนใจ เป็นเรื่องปกติแต่เราต้องชี้แจงในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเราบริสุทธิ์ใจก็จบแล้ว และขอให้สื่อมวลชนมองข้ามด้วย อย่าไปจมปลักกับคนพวกนี้ เขาเลือกตั้งในเขตผมได้หรือไม่ เขาเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตผมหรือเปล่า แล้วผมสามารถไปเลือกตั้งเขตบางบอนได้หรือ กฎหมายก็บอกแล้วว่า ผู้คัดค้านผู้สมัคร จะต้องอยู่ในเขตนั้นๆ และเป็นหน้าที่ กกต.”
เมื่อถามว่า นับคะแนนใหม่แล้วจะจบหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนเป็นแค่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นผู้สมัคร และเป็นผู้ได้คะแนนสูงสุด ซึ่งคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียคือประชาชนใน 8 ตำบล ก็มีสิทธิ์ ประเทศไทยอยู่ในยุคสมัยใหม่แล้ว ไม่ได้ย้อนหลังกลับไปสู่ยุคเก่าที่ทำกันมา
"ขอร้องสื่อต้องมีจรรยาบรรณ สื่อบางช่องเสนอไฟดับชลบุรี ก็เจ้าของเพจบอกแล้วที่นนทบุรี แล้วนนทบุรีพรรคสีส้มได้ทั้งจังหวัด แล้วเกี่ยวอะไรกับจังหวัดชลบุรี ก็เสนอข่าวกัน จรรยาบรรณต้องมีบ้าง ขึ้นหัวข่าวว่าเอาหีบไปเก็บโกดังที่เคยไฟไหม้ คุณต้องการคอมเมนต์ ไลค์ หรือยอดแชร์ คุณต้องให้ข่าวที่เป็นกลางทั้งสองข้าง ผมไม่อยากมีปัญหากับสื่อมวลชน แต่กำลังบอกว่าแค่น้อยใจ ผมไม่เคยปฏิเสธสื่อสักช่อง โทรมารับสายตลอด เจอที่ทำเนียบก็ให้สัมภาษณ์ตลอด แต่ทำไมสื่อมวลชนทำกับผม มาพาดหัวข่าว หรือสื่อที่เอนเอียง แต่ไม่ควรใส่ร้ายป้ายสี"
นายสุชาติ ย้ำว่า ที่พูดในวันนี้ไม่ได้พูดด้วยอารมณ์ แต่พูดด้วยความเป็นคนไทย อยากให้คนไทยรักกัน และยืนอยู่ในหลักประชาธิปไตย ทุกคนต้องพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ เมื่อวานนี้ที่ไม่ได้พูดอะไรเพราะอยากรวบรวมข้อมูลแล้วตอบทีเดียว
ส่วนวันนี้มีคนไป กกต. เยอะมาก ไปกดดัน เรื่องการเลือกตั้ง มองอย่างไร นายสุชาติ กล่าวว่า ก็ต้องชี้แจงว่าเป็นหน้าที่ของเขา ประชาชนทุกคนมี 1 สิทธิ์ 1 เสียง การเลือกตั้งเป็นระบบประชาธิปไตย ตนยอมรับเขต 2 นับคะแนนชนะเลือกตั้ง แต่คะแนนเลือกตั้งล่วงหน้ามาเราแพ้ 1,500 คะแนน เราก็ต้องน้อมรับการตัดสินของ กกต. ในความเป็นจริงเราไม่ได้ตั้งธงอะไรทั้งสิ้น ปี 66 เราแพ้ สู้อะไรไม่ได้ ก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาทำความดี ถ้าเราไม่คิดเริ่มทำงานให้ประชาชนยอมรับ ครั้งหน้าก็พ่ายแพ้ รอบนี้ตนหาเสียงหนักมาก เช้ายันดึกดื่นทุกวัน นี่คือการหาเสียงขอคะแนนทุกบ้าน ไม่ใช่นอนอยู่กับบ้านแล้วคะแนนลอยมาเหมือนเหมือนกับที่คนอื่นคิด
เมื่อถามว่า มีกระแสทวงถามคดีที่เก็บเบอร์รี่ที่ฟินแลนด์ ซึ่ง DSI ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. เป็นคนสอบว่า นายสุชาติ รับสินบน 36 ล้านบาทหรือไม่ นายสุชาติ ตอบกลับทันทีว่า ทำไมไม่ทำหนังสือถาม ป.ป.ช. ตนเป็นรัฐมนตรี ผ่านการตรวจสอบถึง 16 หน่วยงาน ผ่านมาถึงวันนี้ได้ คนเหล่านั้นมีจุดประสงค์อะไร พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาก็บอกว่า โดนนักการเมืองฟ้อง ทำไมไม่ทำหนังสือไปถาม ป.ป.ช. ว่า แจ้งข้อกล่าวหาไปยังคนเกี่ยวข้องหรือยัง รวมถึงตนด้วย ถ้ามีการแจ้งข้อกล่าวหาถึง ตนก็คงไม่สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้
"ตรรกะแค่นี้คิดไม่ได้ แล้วจะเป็นสื่อมวลชนได้ยังไง คนที่โพสต์ก็เป็นสื่อมวลชนท้องถิ่น ผมอ่านแล้วเมื่อเช้านี้ ถ้าตรรกะแบบนี้จะให้คนไปตามข่าวจากคุณได้อย่างไร คุณยังไม่รู้เรื่องรู้ราว คนเราถ้าไม่บริสุทธิ์ผุดผ่อง จะเป็นรัฐมนตรีได้อย่างไร ผ่านหน่วยงานตรวจสอบ 16 หน่วยงาน ไม่ใช่ของง่าย พร้อมย้ำจรรยาบรรณสื่อสำคัญที่สุด"
เมื่อถามว่า มีการทักท้วงให้นับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่ จะส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายสุชาติ ย้อนถามกลับว่า พื้นที่กรุงเทพ 33 เขต ถ้าคนแพ้ขอให้นับคะแนนใหม่ หรือเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 ขอให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งครั้งหน้าขอให้มีการนับคะแนนใหม่ ทำแบบนี้มันจะอยู่ในระบบประชาธิปไตยอย่างไร
ส่วนยืนยันได้หรือไม่ว่า คะแนนที่ได้มาไม่ได้ใช้อิทธิพลบ้านใหญ่ นายสุชาติ กล่าวว่า โลกนี้ไปไกลแล้ว
กล้องวงจรปิดมีทุกเส้นทาง ใครทำอะไรก็เห็น เป็นโลกสมัยใหม่ ซึ่งตนก็ยืนยันว่า ได้กาคะแนนแค่ใบเดียว และยังไม่รู้จักกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งสักคน ใช้สิทธิ์แล้วก็กลับบ้าน
เมื่อถามว่า มีการเทียบเคียงผลคะแนนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งแบบแบ่งเขต กับแบบบัญชีรายชื่อไม่ตรงกัน จนนำมาสู่การเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ นายสุชาติ มองว่า คะแนนการเลือกตั้งในปี 2566 ที่พรรคก้าวไกลได้คะแนนนำ แต่พรรคที่ได้คะแนนรองพรรคเพื่อไทย และรวมไทยสร้างชาติ ทำไมไม่ร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ คนเรามีสิทธิ์คิดว่าจะเลือกใคร