สุชาติโยน กกต.แจงเหตุที่ชลบุรี เหตุผู้นำจิตวิญญาณไม่ยอมรับผล
10 ก.พ. 2569
''สุชาติ'' โยน กกต.แจงเหตุป่วนนับคะแนนชลบุรี เชื่อเกิดจากผู้นำจิตวิญญาณ ไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง ซัดเหมือนเด็กอยากได้อมยิ้ม
ข่าว
10 ก.พ. 2569
''สุชาติ'' โยน กกต.แจงเหตุป่วนนับคะแนนชลบุรี เชื่อเกิดจากผู้นำจิตวิญญาณ ไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง ซัดเหมือนเด็กอยากได้อมยิ้ม
10 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้ชนะการเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขตการเลือกตั้งที่ 1 พรรคภูมิใจไทย อย่างไม่เป็นทางการ กล่าวถึงกรณีที่มีการประท้วง เพื่อขอให้มีการนับผลการเลือกตั้งชลบุรี เขตการเลือกตั้งที่ 1 ใหม่ว่า หน้าที่ของตนเองจบตั้งแต่หาการหาเสียง และการลงคะแนนเสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งทุกพรรคการเมือง จะมีผู้สังเกตการณ์ที่ไปสังเกตการณ์ทุกหน่วยเลือกตั้ง และมีการบันทึกภาพพฤติกรรมแต่ละพรรคการเมือง
ในการนับคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้งนั้น ตนไม่ได้ ไปสังเกตการณ์ที่หน่วยใด และสังเกตการณ์ที่บ้าน ซึ่งในการนับคะแนน หากคะแนนตรงกับผู้ที่มาใช้สิทธิ ก็จะไม่มีปัญหา แต่หากไม่ตรง หรือเกิดบัตรเขย่ง ก็จะต้องนับใหม่ที่หน้าหน่วยเลือกตั้ง เพื่อสรุปตามข้อกฎหมาย และต้องยึดข้อกฎหมายประเทศไทย หากจะเป็นนักการเมืองไม่รับข้อกฎหมาย ก็จะเป็นนักการเมืองไม่ได้
ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น นายสุชาติ บอกว่า ตนดูจากเฟซบุ๊ก และเชื่อว่า เกิดจากผู้นำจิตวิญญาณของอีกฝ่ายในการปั่นป่วน จึงขอบอกไปยังประชาชนที่ถูกปลุกปั่นว่า เราอยู่ภายใต้ข้อกฎหมายและคะแนนของตน ได้ประมาณ 45,700 คะแนน และสีส้ม 41,000 คะแนน ต่างกันประมาณ 5,000 คะแนน และเมื่อไปพิจารณาคะแนนบัญชีรายชื่อแล้ว ได้ประมาณ 43,000 คะแนน ซึ่งก็ไม่ได้มากถึง 50,000 - 60,000 คะแนน ที่จะทำให้ผลการเลือกตั้งไม่ปกติได้ จึงถือเป็นการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง
ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ควรนำกองเชียร์แต่ละฝ่ายมาเจอกัน และควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ กกต.ในการชี้แจงข้อกฎหมาย และในการท้วงคะแนน ควรท้วงที่หน้าหน่วยเลือกตั้ง แต่หากต้องการนับใหม่ หรือสงสัย ก็ควรทำตามกฎหมาย เช่น การร้องศาล
นายสุชาติ ยังระบุว่า คะแนนที่แตกต่างกัน 4,000 - 5,000 คะแนนนี้ หากนับใหม่แล้วได้คะแนนเท่าเดิม ใครจะรับผิดชอบ ผู้ที่ปลุกปั่น หรืออยู่หลังฉาก ใส่แมส ใส่หมวก ใส่แว่น จะรับผิดชอบหรือไม่
นายสุชาติ ยังยอมรับถึงผลการเลือกตั้งชลบุรี เขตการเลือกตั้งที่ 2 ที่เมื่อมีการนับคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้งแล้ว พรรคภูมิใจไทย ได้รับชัยชนะในหลักร้อย แต่เมื่อมีผลคะแนนการเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งนับคะแนนที่ใดตนก็ไม่ทราบ แต่ตนแพ้ไป 15,000 คะแนน และเมื่อมาหักลบกับที่คะแนนนำหน้าหน่วยเลือกตั้งแล้ว ตนแพ้ไป 1,000 คะแนน ตนก็ยอมรับตามหลักประชาธิปไตย ไม่ได้เรียกร้องให้มีการนับใหม่ ทั้งที่ตนไม่ได้เห็นหีบการเลือกตั้งล่วงหน้า
ส่วนกรณีที่ปรากฏภาพใบขีดคะแนนถูกนำไปทิ้งในขยะนั้น นายสุชาติ บอกว่า ตนไม่สามารถตอบแทน กกต.ได้ แต่อาจเป็นกระดาษที่แปะกระดาน และเท่าที่ตนรู้ แต่ละหน่วยจะมีเอกสารอีกแผ่น ที่ต้องเซ็นคะแนน และเก็บในหีบ ซึ่งตนไม่ทราบขั้นตอน
ส่วน กกต.ควรจะทำอย่างไรนั้น นายสุชาติ สนับสนุนให้ กกต.ออกมาชี้แจงข้อกฎหมาย และต้องถามกลับผู้ที่ปลุกปั่น และเมื่อการนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว หากได้เท่าเดิม เช่นที่จังหวัดปทุมธานี จะรับผิดชอบอย่างไร หรือหากมีการเรียกร้องให้นับคะแนนการเลือกตั้งที่กรุงเทพฯ ทั้ง 33 เขตการเลือกตั้งใหม่ จะทำอย่างไร หรือหากตนต้องการให้ชลบุรี เขตฯ 2 นับใหม่ จะดำเนินการอย่างไร
ตนเป็นผู้ใหญ่แล้ว และเหนื่อยกับการหาเสียง ซึ่งอีกฝ่ายเคยทำแบบตนหรือไม่ หรือในช่วงที่ชาวบ้านเดือดร้อน เคยไปอยู่กับชาวบ้านแบบตนหรือไม่ ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง คือ คะแนนบริสุทธิ์ หากไม่ยอมรับกติกาการเลือกตั้ง และจะเป็นนักการเมืองทำไม ดังนั้น ตนไม่สามารถตอบแทน กกต.ได้
นายสุชาติ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในเขตการเลือกตั้งดังกล่าวว่า เพราะมีผู้ไม่ยอมรับผลลัพธ์ ซึ่งวิธีที่สุดควรอยู่ตามกฎหมาย และหลักประชาธิปไตย หรือหาก กกต.สั่งใหม่มีการลงคะแนนใหม่ ก็จะต้องว่าไปตาม กกต.ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ตนไม่ได้ซีเรียส เพราะตนอยู่ภายใต้ข้อกฎหมาย และหาเสียงต้องหยาดเหงื่อ ซึ่งทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แล้ว
พร้อมยืนยันว่า ทุกพรรคการเมือง ได้ส่งผู้แทนไปสังเกตการณ์ที่หน่วยเลือกตั้งแล้ว รวมถึงในหน่วยเลือกตั้งที่บางแสน ที่เกิดพายุและไฟดับนั้น คะแนนของตนก็นำอยู่อยู่แล้วกว่า 100 คะแนน ไม่ใช่คะแนนตามจนไฟฟ้าติด และนับคะแนนต่ออีกฝ่ายก็ได้มีผู้สังเกตการณ์อยู่แล้ว
ส่วนที่ไฟดับแต่พัดลมติดนั้น นายสุชาติ บอกว่า จะคิดแบบนั้นไม่ได้ ไฟดับก็ต้องก็ต้องดับ ไม่เช่นนั้น การไฟฟ้าจะมาซ่อมทำไม ซึ่งพูดได้ แต่ไม่มีหลักฐาน
ส่วนหาก กกต.ให้มีการนับคะแนนใหม่ จะติดใจหรือไม่นั้น นายสุชาติ ยืนยันว่า ตนไม่เคยคิด และอยู่ภายใต้กฎหมาย และขอให้ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมยังมั่นใจว่า คะแนนจะได้เท่าเดิม และอีกฝ่ายจะรับผิดชอบหรือไม่ หรือผู้ที่ปลุกปั่นจะลาออกจาก สส.หรือไม่ ดังนั้น อย่าทำอะไรหลังฉาก
ส่วนกังวลสถานการณ์ จะลุกลามหรือไม่นั้น นายสุชาติ ย้ำว่า เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องควบคุมจัดการเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้น ก็จะเป็นอย่างนี้ต่อไป
เหมือนเด็กที่อยากกินอมยิ้ม ที่ไม่ได้กิน ก็จะต้องร้องอยากกินอมยิ้มทุกวันเหมือนเป็นเด็กงอแง เพื่ออยากกินอมยิ้ม และจะบริหารประเทศอย่างไร
นายสุชาติ ยังขอว่า อย่าไปเชื่อในสิ่งที่ไม่ใช่ เช่น หากตนเองอยากกินอมยิ้ม แล้วไปร้องกับสื่อมวลชน แล้วสื่อมวลชนร้องตาม ก็จะยิ่งไปกันใหญ่หรือไม่ หากเป็นเด็กเช่นนี้จะบริหารประเทศอย่างไร
นายสุชาติ ยังชี้แจงกรณีที่โซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่ภาพหรือคลิปวิดีโอ ใบหาเสียงของตนถูกแนบธนบัตรไปด้วยว่า ใครก็ทำได้ เช่น สื่อมวลชนเป็นผู้สมัคร ตนก็นำใบแนะนำหาเสียงผู้สมัครของตนแจกไปตามบ้าน และใครก็สามารถเอาอะไรมาเหน็บด้วยก็ได้ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งหมด แต่ยืนยันว่า ตนเองได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ใครที่ใส่ร้ายป้ายสี ก็จะต้องดำเนินคดีทั้งหมด
