svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

“เท้ง” จี้ กกต.นับใหม่ ชลบุรี เขต 1 - โต้ “สุชาติ” ไม่มีแกนนำหนุนหลัง

10 ก.พ. 2569

“เท้ง” เรียกร้อง กกต.นับคะแนนใหม่ ชลบุรี เขต 1 เพื่อให้เกิดความโปร่งใส โต้ “สุชาติ” ไม่มีแกนนำหนุนหลัง ลั่น ยอมรับความพ่ายแพ้ แต่ไม่ยอมรับคนโกง

10 กุมภาพันธ์ 2569 ช่วงเช้า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการนับคะแนนเลือกตั้ง2569 ที่จังหวัดชลบุรี เขต 1 ว่า ตอนนี้ได้ส่ง นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ รองเลขาธิการพรรคประชาชน ที่ดูแลในพื้นที่ภาคตะวันออกไปในพื้นที่แล้ว และทางพรรคเองก็พยายามที่จะรวบรวมข้อมูล รวมถึงเขตพื้นที่อื่นๆที่มีปัญหาด้วย ทั้งนี้อยากจะเชิญชวนประชาชนทุกคนไม่ว่าจะแจ้งเข้ามาทางช่องทางภาคประชาสังคม อย่างเช่นของ VOTE62 หรือ ช่องทางของพรรค ทางพรรคจะรวบรวมข้อมูลและส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง กกต. เพื่อเรียกร้องให้เกิดการนับคะแนนใหม่ และทำให้การนับคะแนนมีความโปร่งใส ประชาชนทุกคนให้การยอมรับ

 

ส่วนกรณีที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาบอกว่า กลุ่มคนที่ออกมาเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ที่เขต 1 ชลบุรี มีผู้นำจิตวิญญาณพรรคส้มหนุนหลัง นั้น นายณัฐพงษ์ บอกว่า ไม่อยากให้ใช้การกล่าวหาแบบนั้น ยืนยันว่า ไม่มีแกนนำของพรรคคนใดคนหนึ่ง ที่จะไปเป็นแกนนำในการนำประท้วง และเราระมัดระวังตัวอย่างมากที่จะไม่ให้ฝั่งตรงข้าม เอาประเด็นเรื่องนี้ไปบิดเบือนได้

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

 

“ถ้าพูดแบบนี้ผมว่าไม่มีความเป็นธรรมกับประชาชนเลย การที่ประชาชนออกไปเรียกร้องเพราะเขาอยากปกป้องสิทธิ์และเสียงของเขา ผมและพรรคประชาชนเองก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ปกป้องสิทธิ์และเสียงของประชาชนทุกคน ทุกคนยอมรับความพ่ายแพ้ได้ แต่ทุกคนไม่สามารถยอมรับคนโกงได้ ดังนั้น คุณสุชาติ ชมกลิ่น พรรคภูมิใจไทย หรือใครก็ตามแต่ ก็ควรที่จะเรียกร้องในสิ่งเดียวกันที่อยากให้กระบวนการเลือกตั้งมีความโปร่งใสมากที่สุด”

 

ทั้งนี้ส่วนตัว มองว่า ตอนนี้อยากให้ กกต.จังหวัด หรือ กกต.กลาง ตัดสินใจได้ง่ายๆ เลยคือ ให้มีการนับคะแนนใหม่ แล้วการนับคะแนนใหม่ก็ให้ประชาชนไปเฝ้าสังเกตการณ์ได้ ณ ที่เดียวกัน ไม่ได้กระจายหน่วยตามเลือกตั้ง จะทำให้เกิดความสบายใจมากขึ้น ว่าผลที่ออกมาเป็นไปตามกากบาทในบัตรแต่ละใบที่อยู่ในหีบจริงๆ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ กกต.สามารถตัดสินใจได้ ณ ตอนนี้เลย เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เปลี่ยนผ่านไปอย่างราบรื่นให้ได้มากที่สุดและทุกคนยอมรับผลที่ออกมา

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

 

ส่วนคดี 44 สส. ของอดีตพรรคก้าวไกล ลงชื่อแก้ไขกฎหมาย มาตรา 112 ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดและส่งศาลฎีกานั้น มองว่าจะกลายเป็นหนังม้วนเก่ากลับมาฉายซ้ำอีกครั้งหรือไม่ ที่นำคดีเข้ามาหลังการเลือกตั้ง นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เป็นสิ่งที่เราจะเห็นหนังม้วนนี้ฉายซ้ำๆ ตั้งแต่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และตอนนี้เป็น ว่าที่สส.ทั้ง 10 คนของพรรคประชาชน ก็จะอยู่แบบนี้

 

ตราบใดที่ยังไม่แก้ไขระบบการเมือง ทั้งนี้ อยากจะขอบคุณประชาชนที่ออกเสียงประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะทำให้องค์กรอิสระ ทั้ง ป.ป.ช. สตง. ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ก็จะทำให้ระบบการเมืองมีความโปร่งใสและลงโทษนักการเมืองที่โกงกิน ไม่ถูกเอามาใช้เอามาเป็นอาวุธทำลายล้างทางการเมือง และยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด จึงอยากให้ทุกพรรคการเมืองทำตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ได้ออกเสียงประชามติในวันนี้

 

ส่วนเตรียมประเมินเรื่องนี้อย่างไรบ้าง หากถูกส่งศาลและถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ จะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเป็นผู้นำฝ่ายค้านหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ยอมรับว่า มีผล เพราะตอนนี้ตนเองก็กำลังหารือกับเพื่อนๆ ภายในพรรค และโดยส่วนตัวตนเองไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งอยู่แล้ว แต่หน้าที่ของตนเองคือ ทำให้พรรคเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงและเข้มแข็ง และยังคงทำหน้าที่หัวหน้าพรรคต่อไปอย่างเต็มที่ ส่วนในอนาคตหากมีการรับรองผลการเลือกตั้งและเปิดสมัยประชุมสภา แล้วมีเรื่องของการแต่งตั้งตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน เราจะมีการบริหารจัดการอย่างไรภายในพรรค คงจะต้องมีการหารือกันภายในอีกครั้ง

 

ส่วนกรณีที่จะทำหนังสือถึงศาลฎีกา ว่า ขอให้ไม่มีคำสั่งในการหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น นายณัฐพงษ์ บอกว่า กระบวนการทางกฎหมายสามารถทำได้อยู่แล้ว และขั้นตอนกระบวนการตามปกติ แต่ถ้าเรายื่นคำร้องศาลยังมีอำนาจในการใช้ดุลพินิจในการวินิจฉัยว่า จะสั่งให้หยุดหรือไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ขณะนี้ทีมกฎหมายของพรรคนำโดย นายวาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค ได้เตรียม คำร้องไว้สำหรับทั้ง 10 คนแล้ว และจะยื่นให้ทันภายใน กำหนด 30 วันนี้แน่นอน คงต้องรอดู และยังเชื่อว่าศาลฎีกาจะให้ความเป็นธรรมกับพวกเรา

 

เมื่อถามว่า ข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช.มีความร้ายแรง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้ศาลฎีกาให้ความเป็นธรรมกับพวกเรา ในเรื่องการต่อสู้ทางคดีและกฎหมายทางพรรคเราเตรียมการไว้หมดแล้ว

 

เมื่อถามว่า หากนายณัฐพงษ์ มีคำสั่งให้ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ และไม่ได้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน มีการวางตัวใครไว้เป็นรุ่นต่อไปหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า บุคลากรภายในพรรคปัจจุบันตนเองเห็นหลายคนมีศักยภาพในการขึ้นมาเป็นผู้นำพรรครุ่นถัดไปได้ แต่การตัดสินใจในครั้งนี้ ตนเองไม่ได้ตัดสินใจเพียงคนเดียว ขอหารือกันภายในพรรคก่อน และตนเองในฐานะหัวหน้าพรรค คงไม่สะดวกที่จะไปเอ่ยชื่อคนใดคนหนึ่ง หรือแค่บางคนเพราะทุกอย่างต้องเป็นกระบวนการที่ถูกต้องภายในพรรคก่อน

 

ทั้งนี้ ยืนยันว่า พรรคประชาชนไม่ขาดเสถียรภาพ และสิ่งหนึ่งที่จะช่วยรักษาเสถียรภาพภายในพรรค คือ แกนนำพรรคในปัจจุบัน ทั้งตนเอง และ นายศรายุทธ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคฯ ต้องทำหน้าที่ในตอนนี้ของหัวหน้าและเลขาฯอย่างเต็มที่ก่อน ให้ช่วงเปลี่ยนผ่านในการอบรมผู้สมัครและการต่อสู้เรื่องคดี 44 สส. รวมถึงการทำงานสภาฯต่อจากนี้ เช่น กรรมาธิการ ก็ต้องตกลงกันว่าจะเอาชุดไหนบ้าง ยังมีหลายเรื่อง ดังนั้นต้องรอให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน แล้วหากจะต้องมีการเปลี่ยนตัวหัวหน้า หรือเลขาฯพรรค ซึ่งเป็นกระบวนการภายในพรรค ก็ไม่ได้ติดใจอะไร

 

ส่วนกรณีที่มีคำถามถึงความรับผิดชอบของพรรคประชาชน หลังมีผลการเลือกตั้งออกมานั้น นายณัฐพงษ์ มองว่า เป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นผู้สนับสนุนพรรคหรือไม่ก็ตาม สามารถที่จะตั้งคำถามนี้ได้ ว่าการตัดสินใจของพรรคที่ผ่านมาสะท้อนออกมาสู่ผลการเลือกตั้งหรือไม่ ตนเองก็ไม่ได้ปฏิเสธเพราะผลการเลือกตั้งมาจากหลากหลายเหตุผล โดยหลังจากนี้จะมีการวิเคราะห์และถอดบทเรียน หากได้ข้อมูลที่แน่ชัดแบบ 100% ก็พร้อมที่จะยอมรับทุกเหตุผลตามตัวเลข แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นอยากเรียกร้องกกต. ให้ช่วยนับคะแนนให้ถูกต้องเป็นธรรมและมีความโปร่งใส รวมถึงการเปิดเผยผลคะแนนรายหน่วยออกมาให้เร็วที่สุด เพราะตนเองมองว่าเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

 

“ความรู้สึกส่วนตัวของผมเองภายใน ในฐานะหัวหน้าพรรคไม่สามารถที่จะผลักดันส่งเพื่อน สส. ในสมัยที่แล้วให้ชนะการเลือกตั้งต่อในสมัยนี้ ส่วนหนึ่งหลายคนอาจจะบอกว่า มันมีหลากหลายเหตุผลเราทำงานกันเป็นทีมไม่ได้เกี่ยวกับผมคนเดียว อาจจะถูกต้องด้วยส่วนหนึ่ง แต่ในฐานะหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคปฏิเสธไม่ได้ว่าผลที่ออกมาเรื่องของ performance ของพรรค ผลการทำงานของพรรคก็เป็นความรับผิดชอบของหัวหน้าพรรคโดยตรง” นายณัฐพงษ์ บอกถึงเหตุผลที่ร้องไห้ ในขณะให้สัมภาษณ์รายการกรรมกรข่าว

 

เมื่อถามว่า ไม่ได้ยึดติดใช่หรือไม่ หากมีคนที่เหมาะสมกว่า นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ยึดติด แต่ก็ไม่ได้ทิ้งหน้าที่ของตัวเองก็ยังทำหน้าที่อย่างเต็มที่

 

นายณัฐพงษ์ ยังย้ำอีกว่า ตอนนี้กำลังใจยังเกินร้อยอยู่ เพราะการเดินทางตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ช่วยหล่อหลอมและทำให้พวกเรามีความมั่นคง เชื่อในพลังของทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหน เราสามารถที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ และการเลือกตั้งครั้งนี้ ภาพรวมตนเองและพรรคประชาชนยอมรับผล แต่คงจะไม่เป็นธรรมกับประชาชนถ้าพรรคจะนิ่งเฉย แล้วไม่ช่วยออกมาปกป้องสิทธิ์และเสียงของประชาชน ซึ่งในระยะใกล้ อยากจะเรียกร้องไปยังกกต. เป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบโดยตรง ขอให้มีการนับคะแนนใหม่ เพื่อให้มีความโปร่งใสและยุติธรรม ส่วนการทำงานในภายภาคหน้ากำลังใจเกิน 1000% ในการทำหน้าที่ต่อในฐานะฝ่ายค้าน

ทันข่าวเที่ยง

''อนุทิน''ยังไม่คุยตั้งรบ.โวอยู่ 4 ปี | ทันข่าวเที่ยง | 10 ก.พ. 69 | PART 2

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่า เสียงของพรรคร่วมรัฐบาลใหม่ จะต้องมากกว่า 300 เสียง เพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพโดยย้ำว่า จะต้องรอให้จำนวน สส.แต่ละพรรคฯ มีความชัดเจนก่อน เพราะยังต้องรอการคำนวณ สส. บัญชีรายชื่อ และยังมีพรรคเล็กอีก จึงต้องรอให้คะแนนนิ่งก่อน พร้อมยังไม่กังวลกรณีที่มีนักวิเคราะห์ จำนวน สส.190 จะช่วยให้รัฐบาลอยู่ครบวาระ 4 ปีหรือไม่ โดยยืนยันว่า ไม่กังวล และมั่นใจด้วยว่า จะอยู่ครบวาระ 4 ปีด้วย