เมื่อถามว่า ที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ไป ไม่มีผลอะไรใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่มีผล เพราะนายณัฐพงษ์ไม่เคยช่วยเหลือประชาชนชาวชลบุรี ไม่เคยมีบ้านอยู่ชลบุรี ไม่เคยไปเยี่ยมเยียนคนที่กำลังตกทุกข์ได้ยากในชลบุรี
ส่วนจะไม่แบ่งให้เขาเลยใช่หรือไม่ และแสดงว่ามั่นใจว่าจะได้ทั้ง 10 เขต นายสุชาติ กล่าวว่า สักที่หนึ่ง ต้องบอกว่าเราทำงานกันเป็นทีม ภาพรวมใหญ่ของชลบุรีเวลาสามัคคีกันแล้ว ประชาชนทุกคน ผู้นำก็มีความสุขที่เราจะได้ร่วมมือร่วมใจและสามัคคีการทำงาน เพื่อให้ชลบุรีเดินหน้าต่อไป
เมื่อถามว่า ช่วงโค้งสุดท้ายพรรคภูมิใจไทย ต้องรณรงค์หาเสียงเชิงยุทธศาสตร์หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ชลบุรีภาคตะวันออกจบหมดแล้ว ไม่ต้องเอาสรรพกำลังทั้งหมด ไปตรงอื่นได้เลย เพราะว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือผู้ใหญ่ผู้ใหญ่ในพรรค ให้ไปในจุดที่มีความต้องการก่อน เชื่อว่าจังหวัดชลบุรีและภาคตะวันออกเข้าใจดี เพราะเราอยู่ใกล้ กทม. มีการสื่อสารกันชัดเจน บ้านตนแม่ค้าแม่ขายเยอะ ลงไปเดินไม่ต้องเอ่ยอะไรเลย มีแต่บอกว่ากลับเข้าไปขอคนละครึ่งพลัสต่อ นี่คือสิ่งหนึ่งที่พ่อค้าแม่ค้าจับต้องได้ ไม่ใช่พูดต่อว่าคนนู้นคนนี้ แต่ไม่มีวิธีแก้ปัญหา ใคร ๆ ก็พูดได้
ส่วนไม่กังวลกระแสที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ลงมาช่วยหาเสียงใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตอนพี่น้องคนไทยทั้งประเทศตกทุกข์ได้ยาก นายพิธาอยู่ประเทศไทยหรือไม่ วันที่เราสูญเสียเงินทอง จากอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ หรือเกิดวิกฤตโควิดหนัก ๆ ประชาชนเห็นพิธาหรือไม่ พิธาอยู่ตรงไหนเขาอยู่อากาศเย็นสบาย เรายังต้องลุยน้ำเข้าไปช่วยชาวบ้าน
"ผมไปเจอสภาพสตรีท่านหนึ่ง อาชีพคือขี่ Grab เขาเจอของเขาร้องไห้ สิ่งหนึ่งที่เขานึกได้ ที่เขาเกิดวิกฤตโควิดกลับมาถึงบ้าน มี สส.ที่ชื่อ สุชาติ ชมกลิ่น ไม่เคยทิ้งใครสักครอบครัว ของแห้งอาหารแห้งที่ขาดแคลนวันนั้น อยู่ที่รั้วทุกบ้าน ช่วงวัคซีนโควิดไม่มี สุชาติ ชมกลิ่น เอาทีมงานไปพ่นยาฆ่าเชื้อ หลายหมื่นหลังโดยที่ไม่คิดว่าตัวเองจะติดหรือไม่ติด นี่คือหน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้แทนราษฎร" นายสุชาติกล่าว