svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"สะถิระ" ชูนโยบาย ปราบคอร์รัปชันด้วย One Stop Service เพิ่มกฎหมายแรงงานเพื่อคนทำงานอิสระ

21 ม.ค. 2569

"สะถิระ" ชูนโยบาย ปราบคอร์รัปชันด้วย One Stop Service เพิ่มกฎหมายแรงงานเพื่อคนทำงานอิสระ อำเภอรอง สร้างเม็ดเงินสู่ชาวบ้าน ปลดล็อกภาคตะวันออก 7 ด้าน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยสตาร์ทอัพ

21 มกราคม 2569 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เนชั่นกรุ๊ป ได้จัดเวทีดีเบต NATION ELECTION 2569 จุดเปลี่ยนประเทศไทย : เวทีภาคตะวันออก 

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ผู้สมัคร สส.ชลบุรี พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมเปรียบภาคตะวันออกเป็นแม่กุญแจโดยแบ่งกุญแจออกเป็น7 การปลดล็อก 1.การปลดล็อกการท่องเที่ยว เน้นย้ำการท่องเที่ยวเรื่องเมืองรองการท่องเที่ยว 2.ปลดล็อกอุตสาหกรรม การร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน 3.ปลดล็อกสุขภาพ ต้องเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ สนับสนุนอสม.ให้มีเทคนิคทางพยาบาล หรือหนุนบุตรหลานให้ เรียนต่อแพทย์และพยาบาล 4.ปลดล็อกความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน 5.ปลดล็อกเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นการสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจ 6.ปลดล็อกเกษตรกร จะต้องทำระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก ล้มจีนทุนเทา บาร์โค้ดติดทุเรียนประมูลสร้างมูลค่า 7.ปลดล็อกการศึกษาดึงผู้มีความรู้มาพัฒนาสถาบันการศึกษา อาชีวศึกษาต้องเรียนในสิ่งที่สังคมการทำงานต้องการ และเพิ่มบุคลากรทางการศึกษา

 

"สะถิระ" ชูนโยบาย ปราบคอร์รัปชันด้วย One Stop Service เพิ่มกฎหมายแรงงานเพื่อคนทำงานอิสระ

 

"สะถิระ" ชูนโยบาย ปราบคอร์รัปชันด้วย One Stop Service เพิ่มกฎหมายแรงงานเพื่อคนทำงานอิสระ

 

"สะถิระ" ชูนโยบาย ปราบคอร์รัปชันด้วย One Stop Service เพิ่มกฎหมายแรงงานเพื่อคนทำงานอิสระ

 

"สะถิระ" ชูนโยบาย ปราบคอร์รัปชันด้วย One Stop Service เพิ่มกฎหมายแรงงานเพื่อคนทำงานอิสระ

 

"สะถิระ" ชูนโยบาย ปราบคอร์รัปชันด้วย One Stop Service เพิ่มกฎหมายแรงงานเพื่อคนทำงานอิสระ

 

 

 

นายสะถิระ ยังได้ตอบคำถามที่ว่า รัฐบาลไทยจะบูรณาการ การทำงานอย่างไรในการส่งเสริมและขับเคลื่อน เศรษฐกิจไทยทั้งการส่งเสริมการลงทุน พัฒนาเขตพิเศษ ให้ส่งผลกระทบเชิงบวกรอบด้าน สำหรับผู้ประกอบการไทย ว่า ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอุตสาหกรรมการลงทุน ชลบุรีมีปัญหาด้านอุตสาหกรรมที่มีมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องแก้ปัญหาก่อนคือการลงทุน คือรัฐลงทุน 50% เอกชนลงทุน 50% ซึ่งอุตสาหกรรมใหม่ๆ จะต้องเริ่มต้นจากสตาร์ทอัพ เพราะสตาร์ทอัพ คือนวัตกรรมในอนาคต ที่จะสร้างเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ถ้ายั่งยืนขณะที่อุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยว ส่งเสริมเมืองรองอำเภอรอง ผลักดันอัตลักษณ์ความเป็นไทย เช่นนวดแผนไทยสมุนไพรไทย เพื่อให้เม็ดเงินลงไปสู่ชาวบ้าน

 

 

ขณะที่คำถามปัญหาคอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับประเทศไทย   

 

นายสะถิระ กล่าวว่า นโยบายปราบคอร์รัปชันพรรคกล้าธรรมพูดอยู่เสมอว่าเราสอนให้คนเก่งได้แต่เราสอน ให้คนซื่อสัตย์ไม่ได้ อยู่ที่สามัญสำนึก โดยยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ที่มีนโยบายองค์กรปราบคอร์รัปชันเพียงองค์กรเดียว เมื่อมีหลายองค์กร เกิดช่องโหว่ทางกฎหมายและทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน นอกจากนี้ขั้นตอนทางราชการที่ไม่ใช่ One Stop Service อย่างแท้จริง กว่าจะได้ 1 ใบอนุญาตต้องติดต่อหน่วยงานกว่า 5 ขั้นตอนซึ่งนี่จะทำให้เกิดการคอร์รัปชัน ฉะนั้นต้องเป็นขั้นตอนเดียวคือ One Stop Service

 

 

โดยในคำถามที่ว่าถ้าคุณเก่งจริงเหตุใดมลพิษโรงงานผิดกฎหมายน้ำเสียจึงไม่สามารถแก้ไขได้ติดที่กฎหมายระบบราชการหรือไม่กล้าแตะกลุ่มทุน


นายสะถิระ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการกิโยตินกฎหมายและเห็นด้วยกับการนำพ.ร.บ. อากาศสะอาดมาใช้ แล้วการบังคับใช้กฎหมายต้องทำมากกว่าพูด

 

 

 

ขณะที่คำถามที่ว่าทำไมงบอุดหนุนอุตสาหกรรมใน EEC มีเป็นแสนล้านแต่เกษตรกรต้องลุ้นเงินช่วยเหลือปีต่อปีพรรคท่านมอง เกษตรกรเป็นพลเมืองชั้น 2 หรือไม่ 

 

นายสะถิระ กล่าวว่าเห็นด้วยกับเรื่องโฉนดเพื่อการเกษตรซึ่งพรรคกล้าธรรมก็ทำมาแล้ว แต่เมื่อมีโฉนดเพื่อการเกษตรแล้วก็ต้องสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ด้วย แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากนัก นอกจากนี้การเพิ่มมูลค่าผลไม้ก็เป็นทางออกเราจะจัดให้มีระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก เป็นการขจัดล้งจีนเทา การติดบาร์โค้ดที่ผลไม้เพื่อให้ทราบว่าผลไม้ลูกนี้มาจากเกษตรกรคนใด

 

 


ส่วนการท่องเที่ยวของไทยที่ชะลอตัว มีคู่แข่งที่มาแรงทั้งมาเลเซีย และเวียดนาม จะแข่งขันได้อย่างไรและจะวางตำแหน่งพัทยา ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวแบบใด 

 

นายสะถิระ กล่าวว่า ปีที่แล้วนักท่องเที่ยวเข้ามา 27 ล้านคน เป็นคนไทย 17 ล้านแต่รายได้ได้แค่แสนล้าน ต่างประเทศเข้ามา 10 ล้านแต่รายได้ แสนล้าน ซึ่งรายได้ของภาคการท่องเที่ยวปัจจุบันลงไปไม่ถึงผู้ประกอบการรายย่อยรายเล็กรายน้อยกระจุกตัวอยู่ที่โรงแรม 3 ดาว 5 ดาว จึงอยากขอให้สนับสนุนการท่องเที่ยวไทยด้วยการสร้างอัตลักษณ์ของไทย ด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอรอง หากรัฐบาลมองเห็นนักท่องเที่ยวก็จะมองเห็น เช่นการปั้นเมืองสัตหีบให้ไม่เหมือนพัทยา โดยมีถนนคนเดินสัตหีบ และกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศให้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้จะต้องมีความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ด้วยการใช้โปรแกรมสแกนพื้นที่ พื้นที่ไหนเป็นพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุเยอะที่สุด

 

 


เมื่อถามว่า Hi Speed Train จะเกิดขึ้นจริง ในภาคตะวันออกต้องทำอะไร

 

นายสะถิระ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและศักยภาพทางการเมืองที่จะต่อยอดในการทำ Mega Project ต่างๆ เกิดขึ้นแน่นอน รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แต่ตอนนี้ตนเชื่อว่าทั่วโลกเกิดปัญหา และในประเทศไทยก็ยังมีปัญหาชายแดนอยู่ ดังนั้นจึงมองว่าเกิดขึ้นแน่นอน แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาที่เหมาะสมและสภาวะเศรษฐกิจโลกด้วยเช่นกัน

 

 

 

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยได้ประโยชน์จากโครงการ EEC และมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่ซ้ำรอยปัญหามลพิษมาบตาพุดในอดีต  

 

นายสะถิระ กล่าวว่า ทุกพรรคการเมืองให้คนไทยได้ประโยชน์กับ EEC แต่การที่จะทำให้ Mega Project ลงไปถึงแต่ละพื้นที่ ต้องหันกลับมาถามก่อนว่าใครได้ประโยชน์ รถไฟฟ้าสำเร็จ สนามบินสำเร็จไปถึงกลุ่มทุนนหรือไม่ สิ่งสำคัญคือกลุ่มทุนนกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่น และกระจายรายได้ไปถึงประชาชนทุกระดับชั้นทุกอาชีพ และทุกอาชีพมีกฎหมายคุ้มครองแล้วหรือยัง แรงงานใหม่ที่จะเกิดขึ้นเรามีกฎหมายรองรับเขาหรือยัง ฉะนั้นต้องมีกฎหมายคุ้มครองเกิดขึ้นก่อนโดยเฉพาะกฎหมายแรงงานทั่วไป และแรงงานอิสระ อาชีพอิสระ ฉะนั้นการดูแลเรื่องกฎหมายให้กับพี่น้องแรงงานทั่วประเทศเป็นสิ่งที่สำคัญ คือการมี พ.ร.บ. อาชีพอิสระ แรงงานอิสระ ก่อนที่ EEC จะเกิดขึ้น ตนเชื่อว่าทุกพรรคเห็นด้วย

 

 

นายสะถิระ ยังกล่าวถึงองค์กรอิสระ ว่าเกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญปี 2540 แต่ระยะเวลาจากปี 2540 จนถึง 2560 รวม 20 ปี องค์กรอิสระเหล่านี้เริ่มแปรผันไปตามกระบวนการไม่ว่าจะเป็นคอร์รัปชัน กระบวนการขั้นตอนของราชการก็ดี หรือการได้มาขององค์กรอิสระ เพราะฉะนั้นจึงมองว่าการได้มาขององค์กรอิสระจะต้องปรับเปลี่ยนใหม่