นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ผู้สมัคร สส.ชลบุรี พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมเปรียบภาคตะวันออกเป็นแม่กุญแจโดยแบ่งกุญแจออกเป็น7 การปลดล็อก 1.การปลดล็อกการท่องเที่ยว เน้นย้ำการท่องเที่ยวเรื่องเมืองรองการท่องเที่ยว 2.ปลดล็อกอุตสาหกรรม การร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน 3.ปลดล็อกสุขภาพ ต้องเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ สนับสนุนอสม.ให้มีเทคนิคทางพยาบาล หรือหนุนบุตรหลานให้ เรียนต่อแพทย์และพยาบาล 4.ปลดล็อกความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน 5.ปลดล็อกเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นการสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจ 6.ปลดล็อกเกษตรกร จะต้องทำระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก ล้มจีนทุนเทา บาร์โค้ดติดทุเรียนประมูลสร้างมูลค่า 7.ปลดล็อกการศึกษาดึงผู้มีความรู้มาพัฒนาสถาบันการศึกษา อาชีวศึกษาต้องเรียนในสิ่งที่สังคมการทำงานต้องการ และเพิ่มบุคลากรทางการศึกษา
นายสะถิระ ยังได้ตอบคำถามที่ว่า รัฐบาลไทยจะบูรณาการ การทำงานอย่างไรในการส่งเสริมและขับเคลื่อน เศรษฐกิจไทยทั้งการส่งเสริมการลงทุน พัฒนาเขตพิเศษ ให้ส่งผลกระทบเชิงบวกรอบด้าน สำหรับผู้ประกอบการไทย ว่า ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอุตสาหกรรมการลงทุน ชลบุรีมีปัญหาด้านอุตสาหกรรมที่มีมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องแก้ปัญหาก่อนคือการลงทุน คือรัฐลงทุน 50% เอกชนลงทุน 50% ซึ่งอุตสาหกรรมใหม่ๆ จะต้องเริ่มต้นจากสตาร์ทอัพ เพราะสตาร์ทอัพ คือนวัตกรรมในอนาคต ที่จะสร้างเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ถ้ายั่งยืนขณะที่อุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยว ส่งเสริมเมืองรองอำเภอรอง ผลักดันอัตลักษณ์ความเป็นไทย เช่นนวดแผนไทยสมุนไพรไทย เพื่อให้เม็ดเงินลงไปสู่ชาวบ้าน
ขณะที่คำถามปัญหาคอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับประเทศไทย
นายสะถิระ กล่าวว่า นโยบายปราบคอร์รัปชันพรรคกล้าธรรมพูดอยู่เสมอว่าเราสอนให้คนเก่งได้แต่เราสอน ให้คนซื่อสัตย์ไม่ได้ อยู่ที่สามัญสำนึก โดยยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ที่มีนโยบายองค์กรปราบคอร์รัปชันเพียงองค์กรเดียว เมื่อมีหลายองค์กร เกิดช่องโหว่ทางกฎหมายและทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน นอกจากนี้ขั้นตอนทางราชการที่ไม่ใช่ One Stop Service อย่างแท้จริง กว่าจะได้ 1 ใบอนุญาตต้องติดต่อหน่วยงานกว่า 5 ขั้นตอนซึ่งนี่จะทำให้เกิดการคอร์รัปชัน ฉะนั้นต้องเป็นขั้นตอนเดียวคือ One Stop Service
โดยในคำถามที่ว่าถ้าคุณเก่งจริงเหตุใดมลพิษโรงงานผิดกฎหมายน้ำเสียจึงไม่สามารถแก้ไขได้ติดที่กฎหมายระบบราชการหรือไม่กล้าแตะกลุ่มทุน
นายสะถิระ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการกิโยตินกฎหมายและเห็นด้วยกับการนำพ.ร.บ. อากาศสะอาดมาใช้ แล้วการบังคับใช้กฎหมายต้องทำมากกว่าพูด
ขณะที่คำถามที่ว่าทำไมงบอุดหนุนอุตสาหกรรมใน EEC มีเป็นแสนล้านแต่เกษตรกรต้องลุ้นเงินช่วยเหลือปีต่อปีพรรคท่านมอง เกษตรกรเป็นพลเมืองชั้น 2 หรือไม่
นายสะถิระ กล่าวว่าเห็นด้วยกับเรื่องโฉนดเพื่อการเกษตรซึ่งพรรคกล้าธรรมก็ทำมาแล้ว แต่เมื่อมีโฉนดเพื่อการเกษตรแล้วก็ต้องสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ด้วย แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากนัก นอกจากนี้การเพิ่มมูลค่าผลไม้ก็เป็นทางออกเราจะจัดให้มีระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก เป็นการขจัดล้งจีนเทา การติดบาร์โค้ดที่ผลไม้เพื่อให้ทราบว่าผลไม้ลูกนี้มาจากเกษตรกรคนใด
ส่วนการท่องเที่ยวของไทยที่ชะลอตัว มีคู่แข่งที่มาแรงทั้งมาเลเซีย และเวียดนาม จะแข่งขันได้อย่างไรและจะวางตำแหน่งพัทยา ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวแบบใด
นายสะถิระ กล่าวว่า ปีที่แล้วนักท่องเที่ยวเข้ามา 27 ล้านคน เป็นคนไทย 17 ล้านแต่รายได้ได้แค่แสนล้าน ต่างประเทศเข้ามา 10 ล้านแต่รายได้ แสนล้าน ซึ่งรายได้ของภาคการท่องเที่ยวปัจจุบันลงไปไม่ถึงผู้ประกอบการรายย่อยรายเล็กรายน้อยกระจุกตัวอยู่ที่โรงแรม 3 ดาว 5 ดาว จึงอยากขอให้สนับสนุนการท่องเที่ยวไทยด้วยการสร้างอัตลักษณ์ของไทย ด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอรอง หากรัฐบาลมองเห็นนักท่องเที่ยวก็จะมองเห็น เช่นการปั้นเมืองสัตหีบให้ไม่เหมือนพัทยา โดยมีถนนคนเดินสัตหีบ และกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศให้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้จะต้องมีความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ด้วยการใช้โปรแกรมสแกนพื้นที่ พื้นที่ไหนเป็นพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุเยอะที่สุด
เมื่อถามว่า Hi Speed Train จะเกิดขึ้นจริง ในภาคตะวันออกต้องทำอะไร
นายสะถิระ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและศักยภาพทางการเมืองที่จะต่อยอดในการทำ Mega Project ต่างๆ เกิดขึ้นแน่นอน รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แต่ตอนนี้ตนเชื่อว่าทั่วโลกเกิดปัญหา และในประเทศไทยก็ยังมีปัญหาชายแดนอยู่ ดังนั้นจึงมองว่าเกิดขึ้นแน่นอน แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาที่เหมาะสมและสภาวะเศรษฐกิจโลกด้วยเช่นกัน
เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยได้ประโยชน์จากโครงการ EEC และมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่ซ้ำรอยปัญหามลพิษมาบตาพุดในอดีต
นายสะถิระ กล่าวว่า ทุกพรรคการเมืองให้คนไทยได้ประโยชน์กับ EEC แต่การที่จะทำให้ Mega Project ลงไปถึงแต่ละพื้นที่ ต้องหันกลับมาถามก่อนว่าใครได้ประโยชน์ รถไฟฟ้าสำเร็จ สนามบินสำเร็จไปถึงกลุ่มทุนนหรือไม่ สิ่งสำคัญคือกลุ่มทุนนกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่น และกระจายรายได้ไปถึงประชาชนทุกระดับชั้นทุกอาชีพ และทุกอาชีพมีกฎหมายคุ้มครองแล้วหรือยัง แรงงานใหม่ที่จะเกิดขึ้นเรามีกฎหมายรองรับเขาหรือยัง ฉะนั้นต้องมีกฎหมายคุ้มครองเกิดขึ้นก่อนโดยเฉพาะกฎหมายแรงงานทั่วไป และแรงงานอิสระ อาชีพอิสระ ฉะนั้นการดูแลเรื่องกฎหมายให้กับพี่น้องแรงงานทั่วประเทศเป็นสิ่งที่สำคัญ คือการมี พ.ร.บ. อาชีพอิสระ แรงงานอิสระ ก่อนที่ EEC จะเกิดขึ้น ตนเชื่อว่าทุกพรรคเห็นด้วย
นายสะถิระ ยังกล่าวถึงองค์กรอิสระ ว่าเกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญปี 2540 แต่ระยะเวลาจากปี 2540 จนถึง 2560 รวม 20 ปี องค์กรอิสระเหล่านี้เริ่มแปรผันไปตามกระบวนการไม่ว่าจะเป็นคอร์รัปชัน กระบวนการขั้นตอนของราชการก็ดี หรือการได้มาขององค์กรอิสระ เพราะฉะนั้นจึงมองว่าการได้มาขององค์กรอิสระจะต้องปรับเปลี่ยนใหม่