svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ชง 3 ยุทธศาสตร์รัฐบาลใหม่ รุก "ศึกไทย-เขมร" ชูสันปันน้ำสู้แผนที่ฝรั่งเศส

08 ก.พ. 2569

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเสนอ 3 ยุทธศาสตร์เชิงรุกให้รัฐบาลใหม่เร่งจัดการวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา ชูหลักฐาน "เส้นสันปันน้ำ" สู้แผนที่ฝรั่งเศส ใช้ประเด็นปราบแก๊งสแกมเมอร์สร้างความชอบธรรมคุมพื้นที่ พร้อมตั้งทีมกฎหมายโลกสู้ศึกสนธิสัญญาปี 1904

ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังเดินหน้าสู่การมีรัฐบาลชุดใหม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศและความมั่นคงได้มีข้อเสนอทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เพื่อเตรียมรับมือกับวิกฤตความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง โดยเสนอให้รัฐบาลใหม่ปรับท่าทีสู่การดำเนิน "ยุทธศาสตร์เชิงรุก" ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ เพื่อหาทางออกจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน

ยุทธศาสตร์ที่ 1: การต่อสู้ด้วยหลักฐานและแผนที่ทางภูมิศาสตร์

รัฐบาลใหม่จำเป็นต้องนำเสนอหลักฐานเชิงประจักษ์โดยใช้เกณฑ์ "เส้นสันปันน้ำ" ตามธรรมชาติเป็นบรรทัดฐานหลักในการแบ่งเขตแดน เพื่อโต้แย้งความถูกต้องของแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ที่กัมพูชามักหยิบยกมาอ้างอิงจากสมัยอาณานิคมฝรั่งเศส ควบคู่ไปกับการรวบรวมหลักฐานการเข้าใช้ประโยชน์และการดูแลรักษาพื้นที่ของไทยที่มีมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างน้ำหนักในการครอบครองพื้นที่ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ 2: เชื่อมโยงความมั่นคงและอาชญากรรมข้ามชาติ

ไทยควรใช้สถานการณ์วิกฤต "แก๊งสแกมเมอร์" และศูนย์ลวงหลอกออนไลน์ที่แพร่ระบาดตามแนวชายแดน เป็นเหตุผลสำคัญในการสนับสนุนความจำเป็นที่ไทยต้องเข้าควบคุมพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและปราบปรามอาชญากรรมระดับสากล มาตรการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องประชาชน แต่ยังเป็นการสร้างความชอบธรรมในสายตาประชาคมโลกต่อการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนของไทยในฐานะผู้พิทักษ์ความปลอดภัยในภูมิภาค

ยุทธศาสตร์ที่ 3: ยกระดับการทูตและการสื่อสารที่เป็นเอกภาพ

ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รัฐบาลต้องเร่งลดระดับการปะทะทางทหารเพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรต่อสันติภาพ โดยใช้กลไกของคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) เป็นช่องทางหลักในการเจรจา ขณะเดียวกันต้องจัดตั้งทีมกฎหมายระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษเพื่อแก้ต่างประเด็นสนธิสัญญาปี 1904 และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความเอกภาพภายในประเทศ โดยข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศและกองทัพต้องเป็นชุดเดียวกัน เพื่อเตรียมความพร้อมหากในอนาคตกรณีพิพาทนี้ต้องเข้าสู่การพิจารณาของศาลโลกอีกครั้ง

ปะทะรอบ 3 เกิดแน่! จับตากัมพูชาเสริมแกร่ง

สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายความมั่นคงว่า มีการประเมินสถานการณ์นับจากนี้ ช่วงหลังเลือกตั้ง ฝ่ายกัมพูชาจะเปิดการโจมตีไทยระลอกใหม่แน่นอน เพราะในช่วงที่ผ่านมา ได้เร่งจัดหาอาวุธมาเสริมจำนวนมาก ซึ่งมีข้อมูลข่าวกรองยืนยันชัดเจนว่า มีการส่งอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงเข้าไปในกัมพูชา ฉะนั้นจึงประเมินได้ว่า หากเกิดการปะทะรอบสาม กัมพูชาจะไม่ได้มีแค่ BM 21 หรือ ระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง อีกแล้ว

และที่ต้องเฝ้าระวังอย่างยิ่งก็คือ การจัดหาจรวดที่สามารถโจมตีหรือก่อกวนเครื่องบินรบได้ เพราะจุดที่ฝ่ายกัมพูชาคิดว่าเสียเปรียบไทยอย่างมากในการรบ ก็คือ การที่ไทยมีเครื่องบินรบทันสมัย และปฏิบัติการอย่างแม่นยำ โดยที่ฝ่ายกัมพูชาแทบไม่สามารถป้องกันได้เลย