svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ประธาน สอท. บี้หยุดซื้อเสียง! แฉคอร์รัปชันทำชาติสูญ 5 แสนล้าน/ปี

08 ก.พ. 2569

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน สอท. และ กกร. ออกโรงเตือนสติคนไทย "หยุดซื้อ-ขายเสียง" ชี้คอร์รัปชันคือมะเร็งร้ายทำลายชาติ กัดกร่อนงบประมาณปีละ 5 แสนล้านบาท หวั่นทุนเทาแทรกซึมการเมืองยึดประเทศผ่านเลือกตั้ง จี้รัฐบาลใหม่เร่งสังคายนากฎหมายปราบโกง

ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งเพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงถึงปัญหา "คอร์รัปชัน" ซึ่งเปรียบเสมือนมะเร็งร้ายและเป็นปัญหาโครงสร้างอันดับ 1 ที่กัดกร่อนขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย โดยประเมินมูลค่าความเสียหายสูงถึง 5 แสนล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่มีการเรียกรับเงินใต้โต๊ะสูงถึง 20-30% นอกจากนี้ยังมีเม็ดเงินจากเศรษฐกิจนอกระบบและ "ส่วย" ที่มีมูลค่ามหาศาลถึง 1.77 ล้านล้านบาท หรือเกือบ 13% ของ GDP ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากังวลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของชาติเป็นอย่างยิ่ง

ประธาน สอท. ยังได้ฉายภาพความน่ากังวลของกลุ่ม "ทุนเทา" และ "สแกมเมอร์" ที่ใช้ปัญหาคอร์รัปชันเป็นช่องทางในการฟอกเงินอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ด้วยเงินสดและการแทรกซึมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความพยายาม "ยึดครองประเทศผ่านการเลือกตั้ง" ด้วยการสนับสนุนทางการเงินให้แก่พรรคการเมืองเพื่อหวังผลประโยชน์ในอนาคต คณะกรรมการเอกชนร่วม 3 สถาบัน (กกร.) จึงได้เปิดแคมเปญ "กกร. และเพื่อนไม่ทน" (Zero Corruption) เพื่อรณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนปฏิเสธการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และประกาศจุดยืนชัดเจนว่าภาคเอกชนจะไม่สนับสนุนพรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่มีพฤติกรรมใช้เงินซื้อเสียงอย่างเด็ดขาด

สำหรับข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลใหม่ นายเกรียงไกรเรียกร้องให้มีการสังคายนากฎหมายผ่านกระบวนการ "กิโยตินกฎหมาย" เพื่อยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัยและซ้ำซ้อนซึ่งเป็นช่องว่างให้เกิดการเรียกรับสินบน พร้อมทั้งเร่งนำเทคโนโลยี AI และระบบ Open Data มาใช้ในการตรวจสอบความโปร่งใสของภาครัฐ โดยทิ้งท้ายคำเตือนว่า หากไทยยังไม่แก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจังและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ อัตราการเติบโตของ GDP อาจจะต่ำเตี้ยเหลือเพียง 1.6% ในปีนี้ และประเทศไทยจะไม่สามารถสลัดภาพลักษณ์การเป็น "คนป่วยแห่งเอเชีย" ได้ในที่สุด