ปชป.ยกวาระกำจัดขยะระบบปิด-พร้อมสาธิตกำจัดขยะทุนเทา
05 ก.พ. 2569
ปชป.ยกวาระกำจัดขยะระบบปิด ชูเศรษฐกิจสีเขียว-กระจายอำนาจท้องถิ่นแก้ปัญหาโชว์ความพร้อมทุกระดับ - พร้อมสาธิตกำจัดขยะทุนเทา
ข่าว
05 ก.พ. 2569
ปชป.ยกวาระกำจัดขยะระบบปิด ชูเศรษฐกิจสีเขียว-กระจายอำนาจท้องถิ่นแก้ปัญหาโชว์ความพร้อมทุกระดับ - พร้อมสาธิตกำจัดขยะทุนเทา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคฯ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ และนายกิตพล เชิดชูกิจกุล ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขตเลือกตั้งที่ 21 พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวเรื่องรถขยะและการจัดการขยะว่า นอกจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับเทคนิคที่ต้องกำจัดขยะแล้ว ยังสะท้อนถึงประเด็น ที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญ ทั้งการทำเศรษฐกิจสีเขียว นอกจากการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังต้องแก้กฎหมาย 3 ฉบับ หรือการบริหารจัดการปัญหาขยะ หรือมลพิษให้ดีขึ้น พร้อมยังมองถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งหมายถึงเรื่องพลังงานที่เป็นพลังงานทางเลือกด้วย
นายอภิสิทธิ์ ยังระบุว่า แนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนการกระจายอำนาจอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะที่ตนลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และอำเภอหาดใหญ่ ก็มีการพูดถึงปัญหาขยะของพื้นที่ ซึ่งหากรอส่วนกลางก็จะล่าช้าเกินไป แต่จะหวังพึ่งท้องถิ่นก็กำลังไม่พอ ฉะนั้นแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ จะกระจายอำนาจและให้ท้องถิ่นมีทรัพยากรที่สามารถรวมทรัพยากรเพิ่มเติมขึ้น ไม่เพียงแต่เรื่องของเงินอุดหนุน แต่สามารถที่จะจัดเก็บภาษีหรือกันภาษีไว้ใช้ในท้องถิ่นเพิ่มขึ้น หรือแม้กระทั่งการมีอำนาจในการระดมทุนในรูปแบบอื่น ๆ ก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งจะทำให้การกระจายอำนาจเดินไปข้างหน้าได้อีกหนึ่งก้าวสำคัญ ควบคู่กับการจัดการปัญหาขยะได้ดียิ่งขึ้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงขณะนี้ ความสนใจส่วนใหญ่เริ่มเข้าสู่ประเด็นการเมือง ตนอยากย้ำว่า ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน ได้เก็บเรื่องปัญหาในพื้นที่ หรือปัญหาในภาพรวมของคนกรุงเทพฯ หรือแม้กระทั่งของประเทศ เพื่อเตรียมเข้าทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ขณะนี้ พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมในทุกระดับ ไม่ใช่เฉพาะในส่วนของผู้บริหารพรรค แกนนำพรรค หรือผู้ที่จะเข้าไปเป็น สส.ในระบบบัญชีรายชื่อ และพรรคฯ ให้ผู้สมัคร สส.เขต เก็บประเด็นที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน หรือปัญหาของพื้นที่ เพื่อเตรียมการแก้ไขอย่างเต็มที่
ขณะที่ นายกิตพล ระบุว่า ตนเกิดและโตมากับกองขยะ เห็นสภาพปัญหาในการจัดการขยะของคนวันละ 10,000 ตัน กับโรงงานกำจัดขยะทั้ง 3 แห่ง ปัญหาไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ แต่เป็นปัญหาของคนทั้งประเทศที่ต้องได้รับปัญหากลิ่นขยะ วันนี้แนวทางการจัดการ การทำโรงงานกำจัดขยะระบบปิด ซึ่งครั้งแรกได้ดำเนินการเป็นโครงการนำร่องในเขตหนองแขม เป็นการเผาขยะและผลิตกระแสไฟฟ้า และที่ผ่านมาได้มีการทำโรงงานแห่งที่สองเกิดขึ้นในเขตประเวศ เป็นขนาด 1,000 ตัน
นายกิตพล กล่าวอีกว่า ในส่วนของการแก้ไขปัญหาโดยท้องถิ่นมีข้อจำกัดมาก โดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณ เพราะเรื่องของการจัดการขยะของคนกรุงเทพฯ แต่ละปีใช้งบประมาณปีละ 5,000 ล้านบาท แต่เราจัดเก็บค่าทำเนียมแต่ละปีได้เพียง 400 ล้านบาท ซึ่งไม่มีเม็ดเงินพอที่จะมาสร้างโรงงานขยะระบบปิด ที่จะกำจัดขยะและทำลายขยะให้ชาวกรุงเทพมหานคร และไม่ให้มีผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่น ไม่มีปัญหาเรื่องมลพิษ ไม่มีปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 นี่ก็เป็นสิ่งที่อยากจะผลักดันในฐานะที่มาสมัคร สส.ให้เป็นวาระแห่งชาติ ที่จะต้องมีการสนับสนุนด้านงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่แค่เขตประเวศ แต่รวมถึงเขตรอบ ๆ ที่ได้รับผลกระทบ เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีอะไรให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบในฐานะผู้เสียสละเลย แต่สิ่งเหล่านี้พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายในเรื่องการจัดการ ทั้ง พ.ร.บ.อากาศสะอาด หรือพ.ร.บ.ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น จึงยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ตั้งใจมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา อาจมองว่าเป็นสิ่งเล็ก ๆ หรือเป็นปัญหาท้องถิ่น แต่ก็เป็นปัญหาที่ชาวกรุงเทพฯ และคนไทยได้รับผลกระทบตลอดมา ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะผลักดันให้เป็นโรงงานขยะระบบปิดทุกระบบ เพื่อไม่ให้เกิดมลภาวะและผลกระทบในเรื่องของกลิ่นฝุ่น PM2.5 เราไปดำเนินการในเรื่องการแก้ปัญหา
ด้าน นายสกลธี ระบุว่า นายกิตพล เป็นตัวแทนของประชาชนในเขตประเวศ ที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับบ่อขยะของกรุงเทพมหานครมาหลาย 10 ปี ซึ่งทางกรุงเทพมหานครก็ได้มีโครงการมาตั้งแต่ 4-5 ปีที่แล้ว ในการที่จะทำโรงงานกำจัดขยะที่เขตประเวศ ซึ่งจะเปิดใช้ในกลางปีนี้ แต่ในภาพรวมของทั้งประเทศเรื่องระบบการกำจัดขยะยังไม่เข้มแข็งและแข็งแรงเหมือนของกรุงเทพมหานคร ที่ได้บริหารงานท้องถิ่นด้วยตัวเอง ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่เราอยากช่วยอุดหนุนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อจะได้ดูแลเรื่องการกำจัดขยะ และมีผลต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงฝุ่น PM2.5 ด้วp ซึ่งกรุงเทพมหานครขณะนี้ ยังใช้การฝังกลบประมาณ 50% ของปริมาณขยะแต่ละวัน ซึ่งไม่ได้มีการพัฒนาที่จะเพิ่มขีดจำกัดในการกำจัดขยะในระบบปิดและถูกกับสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามได้มีการอนุมัติการฝังกลบเพิ่มสัญญาใหม่ ซึ่งทำให้การที่จะทำระบบที่ถูกสุขลักษณะเป็นไปได้ยาก
นายอภิสิทธิ์ ยังได้สาธิตการนำขยะทุนเทา มากำจัดในรถระบบปิดนี้ด้วย
:: ''อภิสิทธิ์'' เดินตลาดสวัสดิการ ทบ.ตรงข้ามพรรคฯ - แม่ค้า ลั่น! จะเลือกแค่ ปชป.เพราะอยู่ในใจเสมอ ::
นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลี่ยวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ใช้เวลาช่วงพักจากการหาเสียง เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน ภายในร้านค้าสวัสดิการกองทัพบก ซึ่งอยู่ตรงข้ามที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นการกลับมารับประทานอาหารภายในร้านสวัสดิการฯ เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ลาออกจากพรรคไป
3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทักทายพ่อค้า แม่ค้าในตลาด ซึ่งมีแม่ค้าร้านขายน้ำบอกกับนายอภิสิทธิ์ว่า มีคนมาถามจะเลือกพรรคไหน จึงได้บอกกับคนนั้นไปว่า จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และจะเลือกแค่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถูกย้อนถามกลับมาว่า ที่เลือกเพราะร้านอยู่ใกล้พรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ ซึ่งแม่ค้าบอกว่า ไม่ใช่แต่ที่เลือก เพราะพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในใจเสมอ
ขณะที่ มีพ่อค้าถามเบอร์ผู้สมัครเขตเลือกตั้งกรุงเทพฯ ซึ่งที่บ้านมีประมาณ 5 คน และพร้อมลงคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครเขตนี้ทั้งหมด
