svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ “ฉลอง” ผู้สมัคร สส.โคราช จาก “กล้าธรรม”

05 ก.พ. 2569

“พรรคกล้าธรรม” โดนอีกราย!! ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งสั่งถอนชื่อ “ฉลอง” ผู้สมัคร สส.โคราช เหตุเคยต้องโทษจำคุก ผิด พ.ร.บ.ป่าไม้

5 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า วานนี้ (4 ก.พ.) ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง ศาลได้อ่านคำสั่งคดีหมายเลขคดีดำ ลต สสข 10/25679 คดีแดงลต สสข 12/25679 ระหว่างผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 13 จ.นครราชสีมาผู้ร้อง กับ นายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ ผู้สมัคร สส. เขต13 พรรคกล้าธรรม (กธ) จ.นครราชสีมา ผู้คัดค้าน เรื่องขอให้ถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
 

โดยผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องว่า ผู้ร้องได้ประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ต่อมาผู้ร้องตรวจสอบแล้วเห็นว่า ผู้คัดค้าน ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจำคุกในคดีความผิดต่อ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และความผิดต่อ พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1821/2558 ของศาลจังหวัดสีคิ้ว พ้นโทษเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2567 ซึ่งยังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง 
 

ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิ ให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาม พ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 25671 มาตรา 42(9)
 

จึงขอให้ศาลถอนชื่อผู้คัดค้านออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 13 จ.นครราชสีมา
 

ผู้คัดค้านไม่ยื่นคําคัดค้าน 
 

ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ “ฉลอง” ผู้สมัคร สส.โคราช จาก “กล้าธรรม”

โดยในวันนัดพร้อม ผู้คัดค้านแถลงรับข้อเท็จจริงว่า ผู้คัดค้านได้กระทำความผิดต่อ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และความผิดต่อ พ.ร.บ.ป่าไม้ ได้รับโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน 15 วัน ตามคดีหมายเลขแดงที่ 2764/2558 ของศาลอุทธรณ์ภาค 3 และพ้นโทษเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2567 โดยไม่คัดค้านคำร้อง
 

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาคำร้อง  และคำแถลงของผู้คัดค้านในวันนัดพร้อมแล้ว เห็นว่าคดีไม่จำเป็นต้องไต่สวนพยานหลักฐานให้งดการไต่สวน
 

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า ผู้ร้องได้ประกาศรายชื่อนายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ ผู้คัดค้านเป็น ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 13 จ.นครราชสีมา ของพรรคกล้าธรรม แต่ปรากฏว่า ผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน 15 วัน  ในความผิดต่อ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติและความผิดต่อ พ.ร.บ.ป่าไม้ ของศาลอุทธรณ์ภาค 3 และพ้นโทษเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2567
 

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านเป็นบุคคลผู้มีลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ เห็นว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (7) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 25671 มาตรา 42 บัญญัติทำนองเดียวกันว่า "บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้าม มิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดย เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษ  มายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ"

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความเป็นยุติว่า ผู้คัดค้านได้รับโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน 15 วัน ในความผิด ต่อ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และความผิดต่อ พ.ร.บ.ป่าไม้ ตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ซึ่งมิใช่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ คดีถึงที่สุดแล้ว และผู้คัดค้านพ้นโทษเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2567 จึงเป็นกรณีที่ผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจำคุก โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (7) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 25671 มาตรา 42 (9)
 

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจึงมีคำสั่งให้ถอนชื่อ นายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ ผู้คัดค้าน ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 13 จ.นครราชสีมา ของพรรคกล้าธรรม