“กล้าธรรม” ปราศรัยใหญ่แปดริ้ว ปลุกกระแส “เอาคนทำงานจริง”
31 ม.ค. 2569
“กล้าธรรม” เปิดปราศรัยใหญ่ครั้งแรกแปดริ้ว ปลุกกระแส “เอาคนทำงานจริง” กล้าชนปัญหา - ย้ำไม่ขายฝัน-พูดแล้วต้องทำได้ - "นฤมล" บี้ กกต.สอบนโยบายแจกเงินบางพรรคส่อขัดกฎหมาย
ข่าว
31 ม.ค. 2569
“กล้าธรรม” เปิดปราศรัยใหญ่ครั้งแรกแปดริ้ว ปลุกกระแส “เอาคนทำงานจริง” กล้าชนปัญหา - ย้ำไม่ขายฝัน-พูดแล้วต้องทำได้ - "นฤมล" บี้ กกต.สอบนโยบายแจกเงินบางพรรคส่อขัดกฎหมาย
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคกล้าธรรม เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรก ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยแกนนำพรรคขึ้นเวทีครบทีม
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงนโยบาย “ขายฝัน” ของหลายพรรค โดยระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการสัญญาแจกเงินโดยไม่มีความเป็นไปได้ทางงบประมาณ พร้อมย้ำหลักคิด “พูดแล้วต้องทำได้” และชูนโยบายแก้ปัญหาที่ดินทำกิน โดยเฉพาะการผลักดันเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร พร้อมแก้ปัญหาปากท้องเกษตรกร เช่น ราคาพืชผลเกษตร ต้นทุนการผลิต ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ค่าไฟ และค่าน้ำมัน ที่กระทบเกษตรกร
ร.อ.ธรรมนัส ขอให้ประชาชนฉะเชิงเทราเลือกผู้สมัครพรรคกล้าธรรมทั้ง 4 เขต และสนับสนุนพรรคในระบบบัญชีรายชื่อ โดยย้ำว่า เป็นพรรคที่ “ไม่ขายฝัน ทำจริง กล้าชนปัญหา” และมีทีมอดีต ส.ส.ที่มีประสบการณ์ จะเข้ามาช่วยกันพัฒนาจังหวัดให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผู้สมัครของพรรคมีคุณภาพ มีผลงานพิสูจน์ต่อเนื่อง ทำงานเคียงข้างประชาชนและไม่ทิ้งพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญสู่ชัยชนะของพรรคในจังหวัดนี้
ขณะที่ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคฯ ขอให้ประชาชน เลือกพรรคกล้าธรรม ที่มี ร.อ.ธรรมนัส เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตัวจริงของพรรค ที่กล้าตัดสินใจ กล้าชนปัญหาเพื่อประโยชน์ประชาชน พร้อมวิจารณ์นโยบายแจกเงินจำนวนมากของบางพรรคว่า กกต.ควรตรวจสอบอย่างรอบคอบ เพราะอาจขัดข้อเท็จจริงด้านงบประมาณและข้อกฎหมาย
ด้าน จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขตการเลือกตั้งที่ 4 พรรคกล้าธรรม ย้ำความชัดเจนถึงตัดสินใจร่วมพรรคกล้าธรรม เพราะเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของแกนนำพรรคว่า จะ “ผลักดันแปดริ้วให้ก้าวหน้าแบบจับต้องได้” พร้อมตอกย้ำภาพพรรคการเมืองที่ประชาชนเข้าถึงง่าย “ผู้บริหารพบง่าย แตะต้องได้ ไม่ปิดบ้าน ไม่ปิดหัวใจ” และต้องเป็นการเมืองที่ยืนอยู่ข้างประชาชน ไม่ใช่ยืนอยู่บนเวทีกับเเค่คำพูดสวยหรู
จ่าเอกยศสิงห์ ยังขอแรงสนับสนุนจากชาวฉะเชิงเทราทั้งจังหวัดให้ร่วมกันส่งผู้สมัครของพรรคเข้าสภาฯ เพื่อเป็นกระบอกเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง โดยชูนโยบายหลัก “กล้าทำ” และประกาศเพิ่มจุดยืนส่วนตัวเป็นคำที่ชาวบ้านได้ยินแล้วปรบมือกึกก้องคือ “กล้าชน” ชนปัญหา ชนความไม่เป็นธรรม ชนระบบที่ทำให้คนตัวเล็กถูกละเลย ภายใต้กรอบกฎหมาย และยึดประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก
จ่าเอกยศสิงห์ ยังประกาศแนวคิด “กล้าชน สู้ทุกปัญหา ไม่หวั่นต่อทุนใด” โดยระบุว่า การพัฒนาจังหวัดต้องไม่ติดเพดาน “อิทธิพล–ผลประโยชน์–ทุนสีเทา” และนักการเมืองยุคใหม่ต้องกล้ายืนข้างคนทำมาหากินจริง กล้าปกป้องคนตัวเล็ก กล้าตรวจสอบความไม่ชอบมาพากล และกล้าผลักดันทางออกที่ทำได้จริงในระดับพื้นที่
ด้านประสบการณ์ทำงาน จ่าเอกยศสิงห์ ย้ำความมั่นใจต่อประชาชนว่า ผ่านงานท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน กว่า 20 ปี ทั้งบทบาทนายกเทศมนตรี รวมถึงประสบการณ์ด้านการเมืองและการรับราชการทหารเรือ ซึ่งหล่อหลอมให้ “ทำงานเป็นระบบ มีวินัย และไม่ทอดทิ้งประชาชน” พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยทำให้ประชาชนผิดหวัง และหากได้รับความไว้วางใจเข้าสภาฯ จะนำประสบการณ์ทั้งหมดไป “แก้ปัญหาชีวิตจริง” ให้คนแปดริ้ว ตั้งแต่เรื่องปากท้อง ความเดือดร้อนในชุมชน ไปจนถึงการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานและโอกาสเศรษฐกิจให้เข้าถึงทุกพื้นที่ ดังนั้น จึงมั่นใจว่า เวทีปราศรัยครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การประกาศเบอร์หรือสโลแกน แต่เป็นสัญญาณทางการเมืองที่ชัดเจนว่า เมืองแปดริ้วกำลัง “ขานรับคนทำงาน” และกำลังส่งเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ ว่า ประเทศนี้ต้องการนักการเมืองที่ พึ่งพาได้ เข้าถึงง่าย ทำงานจริง เสียสละจริง และพร้อม “กล้าชน” เพื่อประชาชน
