คำถามที่ว่าชายแดนยังร้อน ปากท้องคนจนจะแก้ยังไง
นายไชยา พรหมา พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ต้องเริ่มจากการทำให้ภาคการเกษตรมีความเข้มแข็งอย่างแท้จริง
ประเด็นแรก คือ การเข้าถึงแหล่งทุนและสิทธิในที่ดินทำกินของเกษตรกร เพื่อสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพ
ประเด็นที่สอง คือ การพัฒนาระบบชลประทานให้มีความทันสมัยและเพียงพอต่อการใช้งานในทุกพื้นที่
ประเด็นที่สาม คือ การลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ย ยา และสารกำจัดวัชพืช ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่อยู่ในมือของกลุ่มธุรกิจผูกขาด ทำให้เกษตรกรแบกรับภาระต้นทุนสูง
ประเด็นที่สี่ คือ การแก้ไขปัญหาหนี้สินในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกรรายย่อยและผู้มีรายได้น้อย
เกษตรกรไม่ได้ต้องการความสงสาร แต่ต้องการกติกาที่เป็นธรรม โดยเฉพาะราคาสินค้าที่ต้องตอบแทนต้นทุนการผลิตเพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองและเลี้ยงชีพได้อย่างมั่นคง
นอกจากนี้ ตลาดต้องเป็นตลาดที่ลดการผูกขาดของทุนขนาดใหญ่ เปิดโอกาสให้เกษตรกรรายย่อยและคนจนสามารถยืนบนขาของตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินแจกจากรัฐ แต่ต้องมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
แนวคิดด้านความมั่นคงของภาคอีสาน โดยเน้นความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางสุขภาพ คุณภาพชีวิต และอนาคตของลูกหลาน รวมถึงความมั่นคงทางรายได้ของประชาชน
นายไชยยา ระบุว่า พรรคไม่ต้องการเห็นชาวอีสานต้องอพยพแรงงานออกนอกพื้นที่ ทิ้งบ้านเกิดไปทำงานไกล ซึ่งกลายเป็นปัญหาสังคมในระยะยาว จึงต้องการพัฒนาให้มีงานทำในภาคอีสาน เพื่อให้ประชาชนได้อยู่กับครอบครัวและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
โดยมองว่าจุดเริ่มต้นและศักยภาพสำคัญของอีสานอยู่ที่ภาคการเกษตร จึงต้องผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมแปรรูปทางการเกษตรในพื้นที่ พร้อมยกระดับสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่ม
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ที่เชื่อมโยงจีนตอนใต้ผ่านชายแดน รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงจากหนองคาย ซึ่งไม่ควรเป็นเพียงเส้นทางขนส่งนักท่องเที่ยวและสินค้าจากต่างประเทศเท่านั้น แต่ต้องใช้เป็นช่องทางส่งออกสินค้าเกษตรของอีสานไปสู่ตลาดขนาดใหญ่อย่างประเทศจีน
ไชยยา ย้ำว่า ภาคอีสานไม่ควรพึ่งพาการขายข้าวหรือผลไม้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปอย่างครบวงจร โดยภาครัฐต้องส่งสัญญาณเชิงนโยบายที่ชัดเจน เพื่อให้แรงงานสามารถทำงานในพื้นที่ อยู่กับครอบครัว และสร้างความมั่นคงในชีวิต
ทั้งนี้ พรรคกล้าธรรมมีเป้าหมายให้อีสานเป็นภูมิภาคที่พัฒนาอย่างยั่งยืนบนฐานอุตสาหกรรมการเกษตรและการแปรรูป ซึ่งเป็นศักยภาพหลักของพื้นที่
คำถามเกี่ยวกับปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และแนวทางการบริหารประเทศให้เป็นแบบอย่างของความสุจริตโปร่งใส
นายไชยยา ระบุว่า เป็นคำถามที่มีคุณค่าต่อคนไทยทั้งประเทศ เพราะเกี่ยวข้องกับการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐบาลในอนาคต โดยปัจจุบันสังคมกำลังตั้งคำถามต่อนักการเมืองทุกพรรคว่า เข้าสู่ตำแหน่งด้วยความสุจริตหรือไม่
นายไชชยา มองว่า กติกาที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือจิตสำนึกของนักการเมืองแต่ละคน ซึ่งย่อมรู้ดีว่าตนเองมีความซื่อสัตย์เพียงใด ประเทศไทยต้องการการเมืองที่ตรวจสอบได้ ต้องการรัฐบาลที่มีความโปร่งใส และไม่ต้องการรัฐมนตรีที่มีข้อสงสัยเรื่องความสุจริต
ไชยยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา พบว่าบางคนเมื่อเข้าสู่ตำแหน่งแล้วมีปัญหาเรื่องการบริหารประเทศ เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน มีคดีความ หรือถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่สุดท้ายกลับสามารถกลับมาเป็นนักการเมืองหรือรัฐมนตรีได้อีก ทั้งที่สังคมยังมีข้อกังขา
เขาจึงขอเรียกร้องให้ประชาชนทั่วประเทศและทุกพรรคการเมือง ร่วมกันไม่สนับสนุนการเข้าสู่อำนาจด้วยการซื้อเสียงหรือการทุจริต พร้อมเน้นว่า การเมืองที่ดีต้องเริ่มจากการปฏิเสธพฤติกรรมเหล่านี้อย่างจริงจัง
นายไชยยา ย้ำว่า เป้าหมายในอนาคต คือการมีรัฐบาลที่ประชาชนสามารถถ่วงดุลอำนาจได้ เป็นรัฐบาลที่โปร่งใส และเปิดให้ตรวจสอบได้จากสังคม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศสุจริตที่ทุกคนอยากเห็น