svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

อดีตรอง พปชร.แนะ กกต.คุมซื้อเสียงหวั่น "สแกมเมอร์" นายทุนพรรค

01 ก.พ. 2569

อดีตรอง พปชร.ปลื้ม! ปชช.ตื่นตัวเลือกตั้งล่วงหน้า เชื่อหวังได้รัฐบาลมีเสถียรภาพ - แนะ กกต.คุมเข้มซื้อเสียงหวั่น "สแกมเมอร์" แทรกซึมนายทุนพรรค

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและ ในฐานะนักการเมืองอิสระ เปิดเผยภายหลังออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันนี้ (1 ก.พ.) ว่า บรรยากาศดูแล้วคึกคักมาก มีประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันจำนวนมาก ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประชาชนคนไทยตื่นตัวมากขึ้น ในการที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เชื่อว่า ประชาชนอยากเห็นรัฐบาลใหม่ที่สามารถเข้ามาทำงานแบบมีเสถียรภาพ เพราะที่ผ่านมา รัฐบาลทำงานในระยะเวลาที่สั้นมาก ซึ่งการเมืองจะมีผลต่อชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งนักธุรกิจ หรือคนทำงานทั่วไป ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนอยากได้จากพรรคการเมืองก็คือนโยบายที่ยั่งยืน จับต้องได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนว่า จะเลือกพรรคไหน แต่ส่วนตัวคิดว่า พรรคใหญ่อาจจะได้เปรียบพรรคเล็ก ดังนั้น ใครที่มาเป็นรัฐบาล ก็จะต้องทำให้ได้ เพราะถ้าทำไม่ได้ก็ถือว่า เป็นการผิดสัญญากับประชาชน

อดีตรอง พปชร.แนะ กกต.คุมซื้อเสียงหวั่น "สแกมเมอร์" นายทุนพรรค

นายสุรเดช ยังห่วงการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งถือเป็นองค์กรที่สำคัญมากในระบอบประชาธิปไตย ที่จะต้องตรวจสอบการทุจริตซื้อสิทธิ ขายเสียง ดังนั้น การทำงานจะต้องเข้มข้น และต้องจับคนทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมาลงโทษให้ได้ ทั้งคนซื้อหรือคนขาย แต่ที่ผ่านมา กกต.ไม่สามารถจับคนซื้อสิทธิ ขายเสียงได้ ทำให้เสียงบประมาณแผ่นดินโดยเปล่าประโยชน์ เพราะตั้งแต่ที่ตนเป็น สว.และสส.อยู่ในสภามา 10 กว่าปี ก็ตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระด้วยความเข้มข้น เพราะเราต้องการเห็นประเทศชาติได้รับการพัฒนาแบบก้าวกระโดด เพราะถ้าเราได้คนที่ทุจริตคอรัปชัน ซื้อเสียงเข้ามา ก็จะมาถอนทุนคืน ผลาญงบประมาณแผ่นดินอย่างไม่สิ้นสุด ดังนั้นจึงอยากสื่อไปถึงประชาชนทุกคนว่า อย่าไปรับเงินคนเหล่านี้ ถ้ารับก็อย่าไปลงคะแนนให้ 

อดีตรอง พปชร.แนะ กกต.คุมซื้อเสียงหวั่น "สแกมเมอร์" นายทุนพรรค

"การซื้อสิทธิ ขายเสียง อาจมีสแกมเมอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยอาจเข้ามาเป็นนายทุนให้กับพรรคการเมือง มาอัดฉีดเงินอย่างเต็มที่ ทำให้เงินสะพัดลงไปในพื้นที่ต่างๆ ส่วนประชาชนที่ไม่รู้ ไปรับเงินเขา แล้วตัดสินใจเลือกพรรคเหล่านั้น" นายสุรเดช กล่าว

 

นายสุรเดช ยังย้ำถึง กกต.ให้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่โดยเฉพาะล่าสุด ที่มีข่าวว่า มีการไปเบิกเงินสดจากธนาคารกว่า 100 ล้านบาท ดังนั้น ในช่วงนี้ กกต.ยิ่งต้องเคลื่อนไหว เพราะไม่เช่นนั้น กกต.อาจจะโดนข้อหา 

ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้ เพราะประชาชนสามารถเข้าชื่อร้องเรียนได้ และอย่าคิดว่า เป็นองค์กรอิสระแล้ว จะทำอะไรตามอิสระของตัวเองได้