"สุทิน" ชี้ "อีสาน" ยังมีปัญหาต้องแก้ไข "เพื่อไทย" สานต่อล้างหนี้เกษตรกร
31 ม.ค. 2569
"สุทิน" ชี้ "อีสาน" ยังมีปัญหาต้องแก้ไข "เพื่อไทย" พร้อมสานต่อระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคอีสาน- ระเบียงเศรษฐกิจชายแดน ล้างหนี้เกษตรกร
ข่าว
31 ม.ค. 2569
"สุทิน" ชี้ "อีสาน" ยังมีปัญหาต้องแก้ไข "เพื่อไทย" พร้อมสานต่อระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคอีสาน- ระเบียงเศรษฐกิจชายแดน ล้างหนี้เกษตรกร
31 มกราคม 2569 ใน Nation Election 2569 DEBATE จุดเปลี่ยนประเทศไทย “ชายแดนร้อน-ปากท้องคนจน” ณ เวทีภาคอีสาน จังหวัดอุดรธานี
• นายสุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย
• นายไชยา พรหมา พรรคกล้าธรรม
• นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน
• นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง
• นายอัมพร พินะสา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
• นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
• คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
นายสุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากให้มองรถยนต์คันหนึ่งคือรถยนต์ประเทศไทย รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยล้อ 4 ล้อ สามล้อคือภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ สามล้อนี้แข็งแกร่งแต่มี 1 ล้อที่ไม่แข็งแรงบวมและค่อนข้างที่จะรั่วบ่อยคือล้ออีสานรถยนต์คันนี้มีล้อด้านหนึ่งมีปัญหาเรารู้ข้อเท็จจริงนี้มาโดยตลอดทำให้รถคันนี้วิ่งส่าย นั่นคือประเทศไทยที่พัฒนาไม่สมดุล ทั้งนี้ เพื่อไทยมองว่าต้องจัดการล้อ ล้อนี้ให้แข็งแรงสมบูรณ์กลับมาให้ 4 ล้อนี้วิ่งด้วยความสมดุล ทำให้รถคันนี้จะได้ไม่ส่าย
นายสุทิน ยังกล่าวต่อว่า พัฒนาอีสานต้องคิดเป็นระบบคิดแยกส่วนไม่ได้ต้องบูรณาการด้านการเกษตรอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การศึกษา ต้องเป็นแพ็คเกจ นโยบายเบื้องต้นจัดการเศรษฐกิจฐานรากเพราะคนอีสานเป็นเกษตรกรส่วนใหญ่ วันนี้เพื่อไทยจึงเข้ามาล้างหนี้ก่อนรับประกันรายได้สินค้าเกษตรประกันกำไรทุกตัวแก่เกษตรกร ต่อไปนี้ไม่ต้องมาอยู่กับความเสี่ยงเรื่องราคา ประกันกำไร 30% นี่คือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและระยะยาวอยากให้นึก ที่หลายคนบอกจะทำอุตสาหกรรมจะทำเรื่องท่องเที่ยว เพื่อไทยคิดเป็นแพ็คเกจว่าต่อไปนี้อีสานจะต้องมีเขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งเราทำแล้ว รัฐบาลก่อนทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค เหนือ อีสาน ใต้ แต่อีสานยังทำไม่เป็นรูปธรรม
เพื่อไทยจะเข้ามาผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคอีสานให้สำเร็จถ้าสร้างเสร็จจะเกิดอัตราแรงงานขึ้นมา 5 แสนตำแหน่งทันที GDP จะพุ่งขึ้น 3% ทันที และสำคัญที่สุด ซึ่งในรัฐบาลก่อนทำไว้แล้วแต่ยังไม่แล้วเสร็จคือระเบียงเศรษฐกิจชายแดนซึ่งเป็นตัวทำเงินกับประเทศเพื่อนบ้านที่มุกดาหาร นครพนม หนองคายถูกปล่อยทิ้งไว้รวมกับเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ทำแล้วแต่ทำไม่เสร็จ รอเพื่อไทยเข้ามาอัดนวัตกรรมเทคโนโลยีและ AI เข้าไป
นายสุทิน ตอบว่า มองการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่ฐานราก มุ่งเน้นเศรษฐกิจฐานรากวันนี้พบว่าฐานรากคือเกษตรกรขาดกำลังที่จะเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงทำให้ เศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมภาคการท่องเที่ยวในเมืองซบเซาเพราะฉะนั้นเพื่อไทยมองว่าวันนี้ต้องอัดฉีดลงไปที่ฐานรากอีกครั้ง แต่ถ้าอัดฉีดโดย มีตัวชี้วัดมีเป้าหมายที่ชัดเจนอย่าเรียกว่าประชานิยมเลย ถ้าแจกเปล่าๆโดยไม่มีตัวชี้วัด โดยไม่มีตัวคาดหมาย อย่างนี้เรียกว่าประชานิยม วันนี้จึงต้องปลดหนี้เกษตรกรก่อนเพื่อคืนกำลังการผลิตคืนกำลังการจับจ่ายใช้สอยให้เกษตรกรแล้วอาชีพเกษตรกร จะมีการประกันรายได้ให้กับผลผลิตทางการเกษตรมีกำไรไม่ต่ำกว่า 30% ทุกรายการผลิต ถ้าเราทำให้เกษตรกรแข็งแรง นั่นคือการทำให้เกษตรกรมีเงินฐานรากมีเงินก็จะเคลื่อนไปได้จะทำให้พีระมิดเคลื่อนด้วย วันนี้ถ้าเกษตรกรทุกคนมีเงินถ้าหอการค้าภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวบูมแน่นอน
นอกเหนือจากการอัดฉีด โดยการล้างหนี้ให้ชาวบ้านมีเรี่ยวแรงขึ้นมาแล้วประกันรายได้สินค้าการเกษตรแล้ว ต่อไปนี้เกษตรต้องเป็นเกษตรมูลค่าสูงจะให้ชาวบ้านปลูกเยอะๆมูลค่าต่ำๆเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว ทุกอย่างต้องเป็นมูลค่าสูง ซึ่ง แคนดิเดตของเราที่เป็นลูกพี่ของ AI ก็จะเอาเทคโนโลยีนวัตกรรม AI เข้ามาเติมเรื่องพวกนี้ให้เป็นเศรษฐกิจที่แข็งแรง
ทั้งนี้ วันนี้อาจจะไม่ใช่แจกเงินแต่เป็นการกระตุ้นทางอ้อมอย่างนโยบายแจกเงินวันละ 9 ล้าน 9 คนนั้น นอกจากนี้ยังมีนโยบายเติมเงิน 3,000 บาท ซึ่งจะแจกตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
คนไทย 18 ปี ต่อไปนี้ต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 3,000 บาทซึ่งรวมถึงผู้สูงอายุด้วยคนตกงานคนป่วยติดเตียง
ซึ่งคนกลุ่มคนเหล่านี้จะต้องได้รับรัฐต้องดูแลคนละ 3,000 บาท เป็นเรื่องสำคัญมากที่จะลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจของอีสาน ซึ่งนโยบายนี้เป็นการเติมเงิน เพราะการให้เปล่าๆไม่ทำให้เกิดการพัฒนาของคน ไม่ได้ให้ฟรีและไม่ได้จ้าง ผู้สูงอายุให้เปล่าไปเลย
ซึ่งการเติมให้ เช่น ผู้สูงอายุ เมื่อได้เบี้ยยังชีพ 600 บาทแล้วก็เติมอีก 2,400 บาทเพื่อให้ครบ 3,000 บาท
