เนชั่นทีวี

ข่าว

"ชูวิทย์" ปูดคลิปเสียง "บิ๊กโจ๊ก" ดีลพรรคส้มชิงเก้าอี้รองนายกฯ

29 ม.ค. 2569 | thunchanok_kul

"ชูวิทย์" ปูดคลิปเสียง "บิ๊กโจ๊ก" ดีลพรรคส้มชิงเก้าอี้รองนายกฯ

"ชูวิทย์" แฉยับโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 2569 เปิดคลิปเสียงคล้าย "บิ๊กโจ๊ก" ดีล "ชัยธวัช" นั่งรองนายกฯ แลก สส.ใต้ พร้อมแฉผู้สมัครพรรคส้มขาดคุณสมบัติ

29 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 13.03 น. ที่โรงแรมเดอะเดวิส สุขุมวิท 24 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงพรรคประชาชนเป็นครั้งที่ 2 โดยตั้งหัวข้อ “จริยธรรมพรรคส้ม ส่งผู้สมัครเทาอีกแล้ว“ การแถลงครั้งนี้มีการเตรียม "สตรอว์เบอร์รี" แทนพรรคสีแดง, "บลูเบอร์รี" แทนพรรคสีน้ำเงิน และ "ส้ม" แทนพรรคสีส้ม แล้วเปิดด้วยการผ่าส้มแล้วคั้นน้ำส้มกิน พร้อมบอกว่า ”ภายในผลส้มนั้นเละหมดแล้ว สุดท้ายบลูเบอร์รีก็จะรวมกับสตรอว์เบอร์รีจัดตั้งรัฐบาล“

นายชูวิทย์ กล่าวว่า หลังจากมีการแถลงข่าวครั้งก่อนไปมีคนกล่าวหาว่าตนไม่มีหลักฐาน แต่จริง ๆ แล้วมีหลักฐานเพียบ ก็เลยมาเปิดแถลงข่าวในครั้งนี้ จากนั้นได้เปิดคลิปเสียงบางส่วน ซึ่งมีเสียงคล้ายกับ พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ "บิ๊กโจ๊ก" โทรศัพท์คุยกับบุคคลอีกคนหนึ่ง ซึ่งมีการพูดถึงชื่อ นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน และนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งเนื้อหาเต็มมีการพูดคุยว่าได้มีการเจรจาว่าถ้าสามารถช่วยให้พรรคประชาชนได้ สส.ภาคใต้ 10 ที่นั่ง จะได้เป็นรองนายกรัฐมนตรีคุมตำรวจ นี่เป็นหลักฐานหนึ่งที่ตนเองมีจากอีกจำนวนมาก

"ชูวิทย์" ปูดคลิปเสียง "บิ๊กโจ๊ก" ดีลพรรคส้มชิงเก้าอี้รองนายกฯ  

ส่วนได้คลิปสนทนามาอย่างไรนั้น นายชูวิทย์ บอกว่า ได้มาจากคนในพรรคส้ม ที่เจ็บใจโกรธแค้นที่ไม่ได้ลงสมัคร สส. จึงส่งคลิปมาให้ตนเป็นการบ่งบอกถึงความแตกแยกภายในพรรค

พร้อมกันนี้ นายชูวิทย์ ยังมีการบอกใบ้อีกว่า ยังมีผู้สมัครของพรรคส้มคนหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เบอร์ 1  และผู้สมัครของพรรคส้มเขตหนึ่งในจังหวัดตาก เบอร์ 6 ที่มีพฤติกรรมสีเทาไปเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ยังนำหลักฐานมาชี้แจงว่า นางสาวขวัญรัตน์ พนมขวัญ ผู้สมัครหมายเลข 4 พรรคประชาชน เขต 1 จังหวัดแพร่ ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้สมัคร สส. โดยเล่าว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2566 นายโชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ ผู้เป็นอา ลงนามให้ นางสาวขวัญรัตน์ ดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 

ต่อมาวันที่ 30 มีนาคม 2566 นายโชคชัย มีหนังสือคำสั่งให้นางสาวขวัญรัตน์ รองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่พ้นจากตำแหน่ง หลังจากดำรงตำแหน่งได้ไม่ถึง 1 เดือน และมีการคืนเงินเดือนให้หน่วยงาน เนื่องจากขาดคุณสมบัติ ตามประมวลกฎหมายพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 48 เบญจ บุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี ต้องมีคุณสมบัติมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง แต่ตอนนั้น นางสาวขวัญรัตน์ อายุ 32 ปี เพราะเกิดวันที่ 7 พฤษภาคม 2533

"ชูวิทย์" ปูดคลิปเสียง "บิ๊กโจ๊ก" ดีลพรรคส้มชิงเก้าอี้รองนายกฯ

การถูกสั่งให้พ้นจากราชการหน่วยงานของรัฐ ถือว่าเข้าหลักเกณฑ์ว่าความผิดสำเร็จ จึงเข้าข่ายบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัคร สส. เพราะขาดคุณสมบัติ ถือว่าการคัดกรองผู้สมัคร สส. ในพรรคนั้นมีปัญหา ซึ่งนางสาวรักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หรือ ไอซ์ วีรสตรีสีส้มประกันสังคม ก็เคยไปช่วยหาเสียง

อีกทั้งยังอยากให้พรรคส้มเลิกใช้วิธีการปราศรัยแบบที่สามย่านมิดทาวน์ เพราะเป็นการปลุกระดม ปลุกปั่น, สร้างความเกลียดชัง, แบ่งแยก ทำให้เกิดความโกรธเกลียด ชิงชังระหว่างประชาชนด้วยกัน ถือเป็นอันตราย

จากนั้น นายชูวิทย์ ได้นำคลิปวิดีโอมาเปิดให้ผู้สื่อข่าวดู ซึ่งเป็นคลิปชายคนหนึ่งเหมือนมีอาการเมาสุราหรือไม่ก็เมายา ขับรถมาจอดที่หน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร โดยอ้างว่าชายคนดังกล่าวเป็นอดีต สส. และเป็นผู้สมัคร สส.พรรคสีส้ม ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ตนได้เบลอหน้าไว้เพราะไม่อยากเปิดเผยให้เกิดความเสียหาย เพราะตนเองนั้นไม่ใช่คู่แข่ง ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง ไม่อยากไปทำลายอนาคต แต่ขู่ว่าถ้ายังหาเสียงใช้วิธีการปลุกระดมแบบนี้ ก็จะเปิดคลิปนี้แฉไปเรื่อย ๆ เพื่อให้รู้ถึงตัวตนว่าชายคนดังกล่าวเป็นใคร

นายชูวิทย์ ยืนยันว่าโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งตนจะมีการแฉข้อมูลเพิ่มเติมอีก ซึ่งภารกิจของตนเองจะสิ้นสุดในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นี้ หลัง 6 โมงเย็น

"ชูวิทย์" ปูดคลิปเสียง "บิ๊กโจ๊ก" ดีลพรรคส้มชิงเก้าอี้รองนายกฯ

นอกจากนี้ยังได้เปิดเผยโพลชูวิทย์ชี้ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย โดยชี้ให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยจะมาเป็นอันดับ 1 จะได้ สส.แบบแบ่งเขต 155 - 160 คน, สส.แบบบัญชีรายชื่อ 15 - 20 คน  รวมแล้ว 170 - 180 คน

ส่วนอันดับที่ 2 คือพรรคเพื่อไทย โดยจะได้ สส.แบบแบ่งเขต 115 - 120 คน, แบบบัญชีรายชื่อ 25 - 28 คน รวมแล้ว 140-148 คน

ส่วนอันดับ 3 คือ พรรคส้มหรือพรรคประชาชนที่รอบนี้จะได้ สส.แบบแบ่งเขต 80 - 85 คน และ สส.บัญชีรายชื่อ 20 - 25 คน รวมแล้วได้ 100 - 110 คน ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะได้ สส.เพียง 20-25 คนเท่านั้น

นายชูวิทย์ ทิ้งท้ายด้วยการย้ำว่าถึงแม้พรรคส้มจะหยุดหาเสียงด้วยการปลุกระดมแล้วก็ตาม ส่วนตัวตนเองก็จะต้องพิจารณาก่อนเนื่องจากพรรคส้มมีเทาเยอะ และเลือกตั้งก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง ตนก็ยอมรับว่าได้เลือกพรรคส้มมา แต่ครั้งนี้ขอคิดดูก่อน

"ชูวิทย์" ปูดคลิปเสียง "บิ๊กโจ๊ก" ดีลพรรคส้มชิงเก้าอี้รองนายกฯ

ข่าวล่าสุด