svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"วีระยุทธ" ย้ำ ปชน.พร้อมยก "ประกันสังคม" เป็นวาระชาติ ต้อง "ออกระบบ-โปร่งใส-ตรวจสอบได้"

26 ม.ค. 2569

"วีระยุทธ" ย้ำ ปชน.พร้อมยก "ประกันสังคม" เป็นวาระชาติ ต้อง "ออกระบบ-โปร่งใส-ตรวจสอบได้" พร้อมแก้ "ฝุ่น PM2.5-สารพิษแม่น้ำกก"

26 มกราคม 2569 ที่เวทีดีเบต NATION ELECTION 2569 : Debate จุดเปลี่ยนประเทศไทย ภาคเหนือ ณ สวนสาธารณะองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางกองเชียร์แต่ละพรรคการเมืองเข้าร่วมฟังการประชันการดีเบตครั้งนี้

โดยมีตัวแทนจากพรรคต่างๆ ได้แก่

 

 

• นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์  หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
• นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
• นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
• นายจตุพร บุรุษพัฒน์  หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
• น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม
• คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

 

 

 

 

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3 พรรคประชาชน กล่าวแสดงวิสัยทัศน์บนเวที NATION ELECTION 2569: DEBATE จุดเปลี่ยนประเทศไทย (ภูมิภาค) ที่จังหวัดเชียงใหม่ ถึงการทำให้ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือภายใต้สโลแกน ''ทวงคืนอากาศและโอกาสให้คนภาคเหนือ'' ว่า 

 

มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ข้อมูลอย่างจริงจัง เช่น ฝุ่น PM2.5 จะต้องไปให้ไกลกว่าจุดความร้อน ไปสู่จุดเผาให้ได้ จึงจะสามารถจัดการได้ดีขึ้น และจะต้องจัดการภายในก่อนจะไปภายนอก โดยเฉพาะปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นทุกปี หลายพื้นที่เป็นพื้นที่ป่าสงวน อยู่ภายใต้การกำกับขององค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. หรือเทศบาล แต่ส่วนกลางก็ไม่เคยจัดสรรงบประมาณมาอย่างเพียงพอ ไม่มีการเตรียมพร้อมล่วงหน้า ซึ่ง สส.ของพรรคประชาชน ได้ส่งเสียงไปในสภาฯ แต่ก็ยังไม่เคยได้รับการแก้ไข

 

ดังนั้น ถ้าพรรคประชาชน ได้เป็นรัฐบาล พรรคประชาชนจะจริงจังทั้งงบประมาณ และการจัดคน เพราะผู้ดับไฟป่ายังคงเป็นอาสาสมัครจำนวนมาก จะต้องให้เงินเดือนจริงจัง และยกให้เป็นอาชีพ รวมถึงภาคการเกษตรก็ยังมีความสำคัญ ซึ่งผูกโยงกับนโยบายของพรรคประชาชน ซึ่งหากไม่มีการเผา รัฐบาลจะอุดหนุน 250 บาท/ไร่ และทำให้เกษตรกร ได้ปลูกพืชที่ตรงกับดิน เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

 

 

นายวีระยุทธ ยังย้ำว่า ทั้งปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก และปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นเรื่องระหว่างประเทศ ที่จะต้องอาศัยการต่างประเทศและการทูต ซึ่งที่ผ่านมาพรรคประชาชน ผิดหวังต่อการเจรจา ทั้งที่ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเล็ก ดังนั้น จะต้องต่อรองโดยเฉพาะจีน และสารพิษอาจจะเกี่ยวกับสหรัฐอเมริกาในอนาคตจากแรร์เอิร์ธ ดังนั้น นโยบายรัฐบาลจะต้อง PRO-THAILAND ไม่ได้เป็นศัตรูประเทศไหน แต่จะต้องต่อรอง และใช้กลไกพหุภาคีเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมมองว่า ที่ผ่านมาแต่ละพรรคการเมือง ยังดำเนินการเรื่องการต่างประเทศยังไม่ดีพอ แต่พรรคประชาชน มีความพร้อมทั้งบุคลากร, ประเด็น และกรอบพหุภาคีที่จะนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนภาคเหนือ 

นายวีระยุทธ ยังหวังว่า ประชาชนชาวเชียงใหม่และภาคเหนือ จะเห็นความตั้งใจของ สส.พรรคประชาชน ตั้งแต่พรรคก้าวไกล ที่พยายามผลักดันร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด และร่างพระราชบัญญัติการขนย้ายสารเคมี ที่พรรคจริงจังโดยตลอด พร้อมมั่นใจว่า หากพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล จะยิ่งทำให้ดีกว่านี้


นายวีระยุทธ ยังได้ตอบคำถามของนายกมลวรรธ สุจริต อาจารย์ประจำภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ถึงจุดยืนต่อพรรคประชาชน ต่อการแก้ไขปัญหาสถานะสำนักงานประกันสังคม ว่า

 

สำหรับ สำนักงานและกองทุนประกันสังคมนั้น พรรคประชาชน ได้ต่อสู้มาโดยตลอด และประชาชน 24 ล้านคน ที่ต้องจ่ายเงินสมทบให้กองทุนประกันสังคมทุกเดือน ซึ่งเป็นปัญหาคาราคาซัง เพราะกลไกการบริหารอยู่ภายใต้กระทรวงแรงงาน และกระทรวงแรงงาน ถูกจัดเป็นกระทรวงที่เกรดไม่ดี แต่ก็มีนักการเมืองกลุ่มหนึ่งที่พร้อมเข้าไปบริหาร เพราะทราบว่า มีแหล่งขุมทรัพย์ในการหางบประมาณ 

ดังนั้น พรรคประชาชน ยืนยันว่า จำเป็นจะต้องปรับปรุง ทำให้การบริหารกองทุนโปร่งใส ซึ่งไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับกองทุนข้าราชการบำนาญ หรือ กบข.ได้ เพราะ กบข.เป็นกองทุนข้าราชการที่ให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการ

แต่กองทุนประกันสังคม เป็นกองทุนของพนักงานเอกชนที่ให้ข้าราชการบริหาร จึงผิดฝาผิดตัว และการนำประกันสังคมออกระบบเป็นเป้าหมายหนึ่ง รวมถึงความโปร่งใสตรวจสอบได้ ให้ประชาชนมีส่วนร่วม

ซึ่งพรรคประชาชน ยืนยันจะเดินหน้าต่อสู้ในเรื่องนี้ต่อ เพราะหากให้ปล่อยปัญหาเป็นไปเช่นนี้ เสี่ยงที่กองทุนจะล้มได้ เนื่องจาก กองทุนมีหลายกลไกสวัสดิการ ซึ่งกองทุนใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แต่การบริหารยังมีปัญหา และทุกรัฐบาลยังไม่เคยมีการตั้งคำถามต่อการจัดการ หรือแม้แต่คำมั่นสัญญา

ดังนั้น พรรคประชาชน มีความชัดเจนมากที่สุดแล้ว ที่พร้อมยกให้เป็นวาระแห่งชาติที่จะต้องแก้ไขทันที 

 

 

 

 

 

"วีระยุทธ" ย้ำ ปชน.ไม่ปิดประตู "ภูมิใจไทย" สามารถร่วมรัฐบาลประชาชนได้-ให้พรรคประชาชนเป็นผู้กำหนดวาระนำรัฐบาล

 

 

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3 พรรคประชาชน ตอบคำถามของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ที่หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะมีเงื่อนไขในการจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองใดได้บ้าง และมีข้อจำกัดในการทำการเมืองกับพรรคที่ไม่สามารถร่วมรัฐบาลได้อย่างไร

โดยได้ยืนยันตามที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนได้ประกาศชัดเจนว่า จะไม่ยกมือโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมชี้แจง ว่า 

 

หากพรรคภูมิใจไทย ได้ผลการเลือกตั้งเป็นอันดับที่ 3 หรืออันดับที่ 4 ก็สามารถมาร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาชนได้ แต่จะต้องมาตามวาระพรรคประชาชน ให้พรรคประชาชนเป็นผู้กำหนดวาระนำของประเทศ ยอมทำตามวาระของพรรคประชาชน 

 

นายวีระยุทธ ยังย้ำอีกว่า นายณัฐพงษ์ ได้ย้ำเช่นกันว่า จะไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมได้ ส่วนพรรคการเมืองอื่น ๆ ไม่ได้มีเงื่อนไขตามที่ประกาศสาธารณะไว้ 

 

นายวีระยุทธ ยังได้อธิบายเพิ่มเติมถึงเงื่อนไขที่พรรคภูมิใจไทย สามารถมาร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาชนได้ว่า เบื้องต้น ยังไม่สามารถกำหนดแทนประชาชนได้ว่า พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน จะได้จำนวน สส.เท่าใด แต่หากพิจารณาจากผลโพล จะเป็นการแข่งขันกันระหว่างพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทยในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงขอให้ประชาชนตัดสินใจให้ชัดเจนว่า ต้องการให้พรรคการเมืองใดเป็นผู้กำหนดวาระนำ เพราะยังมีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน ระหว่างวาระของพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย 

 

 

 

ส่วนความย้อนแย้งกรณีที่พรรคประชาชนจะไม่โหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี แต่สามารถยอมให้พรรคภูมิใจไทยมาร่วมรัฐบาลได้นั้น 

 

นายวีระยุทธ ชี้แจงว่า การเป็นพรรคการเมืองอันดับ 1 ควรมีสิทธิกำหนดวาระนำ และพรรคประชาชน เห็นความแตกต่างกับพรรคภูมิใจไทยอย่างชัดเจน ดังนั้น พรรคร่วมรัฐบาลอื่นหากยอมทำตามวาระของพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็สามารถร่วมรัฐบาลกันได้ ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากที่นายณัฐพงษ์ เคยชี้แจง

 

 

ส่วนหากพรรคกล้าธรรมยอมดำเนินการตามวาระของพรรคประชาชน จะสามารถมาร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาชนได้หรือไม่นั้น 

 

นายวีระยุทธ ชี้แจงว่า จะต้องมีเรื่องที่ต้องเคลียร์ พร้อมยอมรับว่า ยิ่งถามจะยิ่งงง 

 

 

ส่วนที่ยอมให้พรรคภูมิใจไทยมาร่วมรัฐบาลได้ เป็นเพราะโดนต้มมาก่อนหรือไม่นั้น 

 

นายวีระยุทธ เห็นว่า เงื่อนไขที่พรรคประชาชนประกาศ มีความชัดเจนอยู่แล้ว แต่สุดท้าย ก็ต้องอยู่ที่ผลการเลือกตั้งว่า แต่ละพรรคจะได้ สส.เท่าไร ดังนั้น การคาดการณ์ล่วงหน้า จะทำให้เกิดความเป็นไปได้เต็มไปหมด พรรคประชาชน จึงขอยืนยัน 2 เงื่อนไขที่ประกาศไว้