svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"จุลพันธ์" กางโรดแมป "ทวงคืนอากาศสะอาด" แก้ปัญหาฝุ่น เปลี่ยนใจเกษตรกรให้หยุดเผา ตัดการทุจริตในระบบตรวจจับ

26 ม.ค. 2569

"จุลพันธ์" กางโรดแมป "ทวงคืนอากาศสะอาด" ชูโมเดลแก้ปัญหาฝุ่น ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% เพื่อเปลี่ยนใจเกษตรกรให้หยุดเผา เตรียมใช้เทคโนโลยีคุมเข้มโรงงานอุตสาหกรรม ตัดการทุจริตในระบบตรวจจับ

26 มกราคม 2569 ที่เวทีดีเบต NATION ELECTION 2569 : Debate จุดเปลี่ยนประเทศไทย ภาคเหนือ ณ สวนสาธารณะองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางกองเชียร์แต่ละพรรคการเมืองเข้าร่วมฟังการประชันการดีเบตครั้งนี้

โดยมีตัวแทนจากพรรคต่างๆ ได้แก่

 

• นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์  หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
• นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
• นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
• นายจตุพร บุรุษพัฒน์  หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
• น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม
• คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

 

 

 

โดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พูดถึง นโยบายที่จะทำภายใต้สโลแกนทวงคืนอากาศและโอกาสให้คนภาคเหนือคืออะไร ว่า

 

พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าสิทธิในอากาศบริสุทธิ์เป็นสิทธิของประชาชนทุกคน และคุ้มครองไว้ภายใต้รัฐธรรมนูญ สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตเราพยายามแก้ไขมาโดยตลอดในช่วงของรัฐบาลเศรษฐา ต่อเนื่องรัฐบาลแพทองธาร เป็นความสำเร็จเพราะสามารถลดปริมาณฝุ่นในพื้นที่เชียงใหม่ได้ถึง 40% แต่กระบวนการแก้ไขพวกนี้ใช้ระยะเวลา หากจะมองย้อนกลับไปก็ต้องแบ่งแยกเรื่องของต้นตอปัญหา 

 

ประเด็นแรก เป็นเรื่องของสิ่งที่เกิดจากการไหม้ภายในพื้นที่ป่า ส่วนหนึ่งเกิดจากความขัดแย้งระหว่างรัฐและประชาชน การทำความเข้าใจกับประชาชนในทางที่ถูกต้อง และการให้ความรู้ การแสวงหาความร่วมมือกับประชาชน ในการดูแลคุ้มครองพื้นที่ป่าไม้ จึงจะเป็นทางออกที่ยั่งยืน

ประเด็นที่สอง การเผาพื้นที่โดยเกษตรกร ต้องมองเป็นเรื่องเศรษฐศาสตร์ เพราะการทำเกษตรไม่ได้มีกำไรมากมาย ไม่มีตัวเลือก การเผาจึงง่ายและเร็ว 

กระบวนการแก้ไขก็คือ พรรคเพื่อไทย มีนโยบายการเกษตรชัดเจน ในการประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% เป็นการยกระดับรายได้ให้เกษตรกร เป็นกลไกสำคัญให้เขาสามารถบริหารจัดการ และมีรายได้เพียงพอในการพิจารณาการเปลี่ยนจากการเผาเป็นวิธีอื่น

 

วันนี้ถ้าลองเอาทฤษฎี วิธีการ ไปให้เขา ถ้าทางเศรษฐศาสตร์มันเดินไม่ได้ เขาไม่สามารถมีกำไรได้ การเปลี่ยนจากการเผาเป็นวิธีอื่น เกษตรกรจะรับได้ยากมาก สุดท้ายเป็นเรื่องภาคอุตสาหกรรม ต้องมอง PM 2.5 ไม่ใช่แค่เชียงใหม่ แต่มันเกิดทั้งภาคเหนือตอนบน และภาคกลาง ซึ่งภาคกลางส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรม รถยนต์ต่างๆ ประเด็นนี้กระบวนการแก้ปัญหาต้องใช้เทคโนโลยี เช่น

การตรวจจับฝุ่นควันที่โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเดิมใช้เจ้าหน้าที่ตรวจจับ ก็จะเป็นช่องทางการทุจริตคอร์รัปชัน วันนี้จึงต้องใช้เทคโนโลยีเข้าไปจับ ด้วยการติดตั้งเครื่องมือที่ถูกต้อง ลงศูนย์ตั้งบอร์ดในส่วนกลาง เพื่อให้การแก้ปัญหายั่งยืน หากทำทุกองคาพยพ ก็เชื่อว่าการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

 


 

"จุลพันธ์" กางแผนอุ้ม SME ภาคเหนือ บอกไม่ตั้งกรมใหม่ แต่ใช้แต้มต่อสู้ยักษ์ใหญ่ 

 

 

ตอบคำถามจากประธานสมาพันธ์ SME ไทยภาคเหนือ ว่าถ้าได้เป็นรัฐบาล มีความเป็นไปได้ที่จะตั้งกรม กอง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล SME โดยตรงเพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ SME อย่างยั่งยืนหรือไม่

 

นายจุลพันธ์ ตอบว่า ถ้าตั้งกรมใหม่ยังไม่มีข้อสรุป เราไม่ได้วางแผนไว้ แต่ที่ประกาศตั้งกรมใหม่คือกรมเรื่องน้ำ ที่มาแก้น้ำท่วมน้ำแล้ง แต่ในกระบวนการ SME เชื่อว่าองคาพยพที่มีอยู่ หากขับเคลื่อนให้ร่วมแรงร่วมใจไปในทิศทางเดียวกัน ก็สามารถขับเคลื่อนในการพัฒนาได้อย่างมีความเหมาะสม คือ 

1.เรื่องทุน กระบวนการในการหา Soft Loan มาให้ SME ตั้งตัวได้ เดินหน้าได้

2.ภาครัฐเป็นตลาดสำคัญ วันนี้จะเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่มาจาก SME และนวัตกรรม และบริษัทเล็กๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ กระบวนการนี้สำคัญ เพื่อยืนยันว่าบริษัทเล็กสามารถยืนแข่งขันได้กับบริษัทใหญ่ ต้องมีแต้มต่อให้

3.การพัฒนาโลจิสติกส์ ปัจจัยที่เป็นการลดต้นทุนการผลิตให้กับภาคเอกชน นอกเหนือจากการสนับสนุนการเกิดสนามบินแห่งที่ 2 ในจังหวัดเชียงใหม่ คือสนามบินล้านนา ซึ่งพรรคเพื่อไทยเดินหน้าแน่นอน เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลับพื้นที่มากขึ้น มาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และยังเป็นช่องทางระบายสินค้าเพิ่มเติม

4.วันนี้สินค้าที่ทะลุไปจีนใช้ช่องทาง เชียงของ เชียงแสน กว่า 60-70% กระบวนการที่เราต้องไปดูแลช่องทางการคมนาคมขนส่งด้านเหนือเพื่อทะลุไปจีน ซึ่งจีนมีตัวเลขการค้าชายแดน 7 ล้านล้านบาท ตัวเลขตรงนี้ถ้าสามารถล้วงเข้าไปได้ แบ่งสัดส่วนส่วนหนึ่งเข้าประเทศไทยก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก แต่กระบวนการนำสินค้าไทยไปขาย มี 2 ทาง

 

จึงต้องมาดูอย่างรอบคอบและรัดกุม ในเรื่องของสินค้าจีนที่จะทะลักกลับเข้าประเทศไทยเช่นกัน เพราะขณะนี้สินค้าจีนที่ราคาถูกแต่คุณภาพต่ำกว่าปกติ เราก็ต้องใช้กลไกตรวจสอบอย่างละเอียด มีการเพิ่มงบประมาณให้หน่วยงานรัฐ เปิดตู้และสแกนเพื่อดูสินค้าที่ไหลเข้ามา ว่าถูกต้องตรงตามคุณภาพมาตรฐานที่เราให้การรองรับหรือไม่ เพื่อเป็นการป้องกันอุตสาหกรรมและ SME ไทย ให้สามารถแข่งขันได้กับสินค้าที่ถูกดั๊มมาจากจีน ซึ่งเราต้องให้ความคุ้มครองเอกชนไทยโดยเฉพาะ SME ต่างๆ

 

ทั้งนี้ นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน ได้ถามนายจุลพันธ์ ว่าถ้าสินค้าราคาต่ำกว่าทุนเข้ามา ไม่ได้ใช้วิธีการป้องกัน โดยกรมการค้าต่างประเทศ ขอถามว่าที่ผ่านมามันติดอุปสรรคตรงไหน ทำให้ไม่สามารถใช้กลไกเหล่านี้ในการป้องกันสินค้าทะลักเข้ามา

 

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า มาตรการที่ทำไปแล้วคือใช้เรื่องกระบวนการภาษี เดิมสินค้าที่เป็นชิ้นเล็กๆ จะมีข้อยกเว้นทางศุลกากรที่จะไม่เก็บภาษี เราก็หยุดตรงนั้น และเก็บทุกบาทตั้งแต่บาทที่ 0-1,500 เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้านี้ทะลักเข้า และกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งในข้อเท็จจริงต้องดูว่าสินค้าที่ทะลักเข้าประเทศไทยแต่ละปี ปริมาณมันเยอะเกินกว่าจะจินตนาการไหว กระบวนการตรวจสอบมีการเอกซเรย์

 

ซึ่งไม่มีประเทศไหนที่เอกซเรย์ได้ 100% และไม่มีประเทศไหนใช้กระบวนการเอ็กซเรย์ 100% เพราะมันทำไม่ได้ในทางปฏิบัติ ก็ต้องทำ ด้วยการสุ่มตรวจ ตรงไหนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ซึ่งกระบวนการที่เพื่อไทยเสนอคือ ต้องเพิ่มการเอกซเรย์ให้มากขึ้น และกลุ่มเสี่ยงต้องเอ็กซเรย์ 100% ส่วนที่เหลือก็ต้องมีการสุ่มตรวจ ตรงจุดนี้เป็นกระบวนการที่น่าจะทำให้การตรวจสอบรัดกุมมากขึ้น