“ปัญหายาเสพติดที่ผ่านมา แม้จะมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถทำให้หมดสิ้นไปได้ จึงจำเป็นต้องมีแนวทางที่ชัดเจน แยกการจัดการระหว่างผู้ค้าและผู้เสพอย่างเป็นระบบ โดยผู้ค้ายาเสพติดต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดจริงจัง ขณะที่ผู้เสพควรได้รับโอกาสในการบำบัดฟื้นฟูระยะยาว ควบคู่กับการฝึกทักษะอาชีพและการจัดหางาน เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นคง มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว ไม่หวนกลับไปสู่วงจรเดิม ซึ่งเรื่องนี้พรรคกล้าธรรมจะเข้ามาทำให้เกิดเป็นรูปธรรม”
ด้าน ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองหลายพรรค ผู้มีอำนาจตัวจริงกับบุคคลที่ถูกนำเสนอไม่ใช่คนเดียวกัน และเมื่อถึงเวลาบริหารประเทศจริง ผู้ที่มีบทบาทตัดสินใจสำคัญกลับเป็นบุคคลอื่นที่ไม่ได้แสดงตัวต่อประชาชน เช่น เลือก ท. ได้ ธ. เลือก อ. ได้ น. เลือก ช. ได้ ย. แต่กล้าธรรม เลือก ธ. ก็ได้ ธ. รับผิด รับชอบด้วยตัวเอง ไม่เป็นอีแอบเหมือนพรรคอื่น ไม่ไปอยู่ข้างหลังและชี้นิ้วสั่งการ
“พรรคการเมืองควรมีความชัดเจน โปร่งใส และให้ประชาชนรู้ว่าใครคือผู้รับผิดชอบตัวจริง พรรคกล้าธรรมจึงเสนอชื่อ ร.อ.ธรรมนัส เพียงชื่อเดียว เพราะเป็นผู้ทำงานและรับผิดชอบด้วยตนเอง ไม่หลบอยู่เบื้องหลังหรือให้ผู้อื่นชี้นำ การเมืองต้องตรงไปตรงมา ประชาชนควรได้ผู้นำที่กล้าแสดงตัวและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ” ศ.ดร.นฤมล กล่าว
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวปราศรัยโดยเปิดเผยถึงการลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนในจังหวัดเชียงรายก่อนหน้านี้ พบว่าได้รับเสียงสะท้อนจำนวนมากเกี่ยวกับความต้องการเห็นการพัฒนาในจังหวัด ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิต พร้อมกล่าวเปรียบเทียบถึงประสบการณ์และผลงานการทำงานในจังหวัดพะเยา ที่ถูกยกเป็นตัวอย่างของการพัฒนาในหลายด้าน โดยระบุว่าแม้ตนเองจะมีอายุ 61 ปี ไม่ใช่นักการเมืองรุ่นใหม่ในเชิงวัย แต่มีประสบการณ์และผลงานที่สามารถนำมาใช้ในการทำงานได้ทันที พร้อมตั้งคำถามกับประชาชนว่าพร้อมหรือไม่ที่จะเปิดโอกาสให้แนวทางใหม่ ๆ เข้ามาทำงาน
ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงนโยบายของ รัฐบาล ชุดก่อนว่า เป็นนโยบายขายความหวัง ขายความฝัน “อยากถามว่าวันนี้คนได้เงิน 10,000 บาทจากรัฐบาลที่แล้วหรือยัง ซึ่งยังไม่ได้ของเก่า แต่วันนี้จะแจกของใหม่อีกแล้ว อันนี้คือนโยบายขายฝัน ซึ่งเราไม่ทำ เราจะไม่ไปกู้มาแจกแล้วทำให้ประเทศชาติเผชิญกับวิกฤตทางเศรษฐกิจ”
“พรรคกล้าธรรม จะไม่เสนอนโยบายที่ทำไม่ได้จริง และจะยึดหลักความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติเป็นสำคัญ สิ่งที่เราพูดต้องทำได้ พูดแล้วต้องลงมือทำจริง ไม่ใช่พูดให้ประชาชนหวัง แล้วสุดท้ายก็ผิดหวัง”