ด้าน ศ.ดร.นฤมล กล่าวปราศรัยว่า เหตุผลที่พรรคกล้าธรรมเสนอชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว เพราะพรรคมีความชัดเจน มีผู้นำตัวจริง และไม่เป็นนอมินีของใคร พร้อมระบุว่า แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคอื่นก็เสนอตัวมาเกือบแทบทุกพรรค มีคนที่มีอำนาจตัวจริงซ่อนอยู่เบื้องหลัง ทำให้เมื่อเข้าไปบริหารประเทศแล้ว ไม่สามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง ต้องรอคำสั่งจากบุคคลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า พรรคกล้าธรรมแตกต่าง เพราะเสนอผู้นำที่มีอำนาจตัดสินใจจริง กล้าชนกับปัญหา และพร้อมรับผิดชอบต่อประชาชนโดยตรง ไม่โยนความผิดให้ใคร พร้อมขอให้ประชาชนจังหวัดตากเลือกพรรคกล้าธรรมยกทั้งจังหวัด เพื่อให้การทำงานในสภาและการผลักดันนโยบายเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเกิดผลเป็นรูปธรรม
“เราไม่เคยใส่ร้ายพรรคอื่น ไม่โจมตีใคร แต่เราพูดในสิ่งที่เป็นความจริง และพูดในสิ่งที่เราจะทำให้พี่น้องประชาชนได้จริง พรรคกล้าธรรมอาจเป็นพรรคใหม่ แต่เราไม่ใหม่ในการทำงาน และไม่ทิ้งประชาชน” ศ.ดร.นฤมล กล่าว
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวปราศรัยว่า ชื่อพรรค “กล้าธรรม” มีความหมายชัดเจน ทุกการตัดสินใจอยู่ที่พรรคและผู้นำที่ประชาชนเลือก ไม่มีคำสั่งจากใครอยู่เบื้องหลัง พร้อมยืนยันว่าพรรคพร้อมชนกับทุกปัญหาที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงปัญหาที่ได้รับฟังจากการลงพื้นที่จังหวัดตากว่า ประชาชนส่วนใหญ่เผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รายได้กลับไม่เพิ่ม ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องแบกรับภาระหนี้สิน พร้อมย้ำว่าหากพรรคกล้าธรรมได้รับโอกาสเข้าไปบริหารประเทศ จะเร่งแก้ไขปัญหาปากท้อง ลดต้นทุนการผลิตภาคเกษตร และสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
“วันนี้ประชาชนไม่ได้ต้องการคำพูดสวยหรู แต่ต้องการคนที่ลงมือทำจริง พรรคกล้าธรรมเราพร้อมทำ พร้อมชน และพร้อมรับผิดชอบต่อทุกการตัดสินใจ ผมขอให้ประชาชนใช้โอกาสที่เหลือก่อนวันเลือกตั้ง ตัดสินใจเลือกพรรคและผู้สมัครที่ทำงานได้ทันที เพื่ออนาคตของจังหวัดตากและประเทศ“ ร.อ.ธรรมนัส กล่าว