อีสานโพล เปิดผลสำรวจ สูตรจัดตั้งรัฐบาลที่คนอีสานอยากเห็น
25 ม.ค. 2569
อีสานโพล เปิดผลสำรวจ สูตรจัดตั้งรัฐบาลที่คนอีสานอยากเห็น 3 อันดับ ขณะที่พรรคสีน้ำเงินในภาคอีสาน คะแนนพุ่งเมื่อเทียบปี 66
ข่าว
25 ม.ค. 2569
อีสานโพล เปิดผลสำรวจ สูตรจัดตั้งรัฐบาลที่คนอีสานอยากเห็น 3 อันดับ ขณะที่พรรคสีน้ำเงินในภาคอีสาน คะแนนพุ่งเมื่อเทียบปี 66
25 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 เวลา16.00 น. อีสานโพล (E-Saan Poll) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยผลสำรวจการเลือกตั้ง 69 เรื่อง คนอีสานกับการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ2569 พบว่า ภาพรวมของพรรคมีผลต่อการเลือก สส. เขต มากกว่า ตัวผู้สมัคร พรรคที่มีนโยบายชัดเจนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จะได้คะแนนนิยมเพิ่มสูง เกือบครึ่งตอบว่าจะไม่รับเงินซื้อเสียง
ขณะที่คะแนนนิยมของ 3 พรรคใหญ่สูสีกันอยู่ สูตรจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคเพื่อไทยบวกภูมิใจไทย หรือ เพื่อไทยบวกประชาชน เป็นสูตรที่คนอีสานอยากเห็นมากกว่า สูตรภูมิใจไทยบวกประชาชน
นอกจากนี้ เสียงคนเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ยังไม่ถึงครึ่ง แต่ยังคงสูงกว่าคนที่ไม่เห็นชอบ และยังมีคนไม่แน่ใจหรือตัดสินใจไม่ได้ในสัดส่วนที่สูง
รศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล เปิดเผยว่า การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานการเลือก สส. และการออกเสียงประชามติในปีนี้ โดยทำการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,090 ราย ในเขตพื้นที่ ภาคอีสาน 20 จังหวัด
โดยสอบถามว่า ปัจจัยใดที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้ท่านตัดสินใจเลือก ผู้สมัคร สส. เขต พบว่าอันดับ 1 ร้อยละ 55.8 พึงพอใจพรรค นโยบาย แคนดิเดตนายกฯและทีมรัฐมนตรีของพรรค รองลงมาร้อยละ 37.1 พึงพอใจผู้สมัคร ขณะที่ ร้อยละ 6.9 ระบุว่า ขึ้นกับเงินที่จะได้รับ และร้อยละ 0.2 เป็นเหตุผลอื่นๆ
เมื่อสอบถามว่า ท่านคาดหวังอะไรจาก สส. เขต ของท่าน มากที่สุด พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 21.4 ช่วยเหลือเมื่อร้องขอ รองลงมา ร้อยละ 21.1 ผลักดันโครงการ/งบที่พื้นที่ต้องการ และอันดับ 3 ร้อยละ 19.4 ผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ อันดับ 4 ร้อยละ 18.1 ประสานหน่วยงานรัฐให้บริการประชาชนได้เร็วขึ้น อันดับ 5 ร้อยละ 12.8 เป็นปากเสียงในสภา
เมื่อสอบถามว่า ท่านจะลงคะแนน สส. บัญชีรายชื่อให้พรรคที่มีนโยบายชัดเจนว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องใดมากที่สุด พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 45.2 เรื่องเศรษฐกิจ รองลงมา ร้อยละ 28.2 เรื่องความมั่นคง/แก้ปัญหาชายแดน อันดับ 3 ร้อยละ 17.8 เรื่องทุจริต/สแกมเมอร์/ทุนเทา อันดับ 4 ร้อยละ 7.5 เรื่องรัฐธรรมนูญ และร้อยละ 1.3 อื่นๆ
รศ.ดร.สุทิน กล่าวต่อว่า เมื่อสอบถามว่า ถ้าเลือกตั้ง สส. วันนี้ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ ให้พรรคใด พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 30.3 พรรคประชาชน อันดับ 2 ตามมาติดๆ ร้อยละ 30.1 พรรคเพื่อไทยอันดับ 3 ร้อยละ 27.2 พรรคภูมิใจไทย อันดับ 4 ร้อยละ 3.4 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 2.8 พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 6พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 2.6 อันดับ 7 พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 1.1 และพรรคอื่นๆ ร้อยละ 2.6
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับคะแนน สส. บัญชีรายชื่อในภาคอีสาน ในการเลือกตั้ง ปี 2566 จะพบว่า พรรคประชาชน มีความนิยมลดลงเล็กน้อยจาก ร้อยละ 33.2 เป็นร้อยละ 30.3 ขณะที่พรรคเพื่อไทย มีคะแนนนิยมลดลงจากร้อยละ 43.1 เหลือร้อยละ 30.1
"ส่วนพรรคภูมิใจไทย คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก ร้อยละ 4.1 เป็นร้อยละ 27.2"
"เมื่อสอบถามว่า ท่านต้องการให้พรรคการเมืองหลักคู่ใดร่วมกัน จัดตั้งรัฐบาลมากที่สุด พบว่าสูตรจัดตั้งรัฐบาลที่ 1 เพื่อไทยและภูมิใจไทย ร้อยละ 35.3 , สูตรที่ 2 ประชาชนและเพื่อไทย ร้อยละ 30.6 , และสูตรที่ 3 ภูมิใจไทยและประชาชน ร้อยละ 20.8
ขณะที่กว่าร้อยละ 13.3 อยากได้สูตรอื่นๆ ที่ เช่น การตั้งรัฐบาลโดยพรรคใหญ่พรรคเดียวเป็นแกนนำร่วมกับพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือการให้พรรคขนาดกลางหรือขนาดเล็กที่ตนเองชื่นชอบเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคใหญ่
เมื่อสอบถามว่า หากมีผู้สมัคร/ทีมงานเสนอเงินหรือสิ่งของเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนให้ท่านมีแนวโน้มจะทำอย่างไร พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 45.5 ตอบว่า ไม่รับ อันดับ 2 ร้อยละ 44.7 ตอบว่า รับ แต่จะเลือกคนที่ชอบ โดยเงินไม่มีผลต่อการเลือก อันดับ 3 ร้อยละ 7.0 ตอบว่า รับและมีแนวโน้มเลือกผู้ที่ให้ และอันดับ 4 ร้อยละ 2.8 ตอบว่า รับ และจะเลือกผู้ที่ให้มากที่สุด
และสุดท้ายเมื่อสอบถามว่า นโยบายหรือแนวทางใดที่จะพลิกโฉมเศรษฐกิจภาคอีสานให้คนอีสานอยู่ดีกินดีได้ดีที่สุด หากทำอย่างจริงจัง พบว่า อันดับหนึ่ง ร้อยละ 16.0 ตอบว่า กระจายอำนาจทางเศรษฐกิจให้จังหวัด อันดับ 2 ร้อยละ 15.5 กองทุนแก้หนี้+สินเชื่อเพิ่มผลิตภาพ อันดับ 3 ร้อยละ12.1 ดึงดูดการลงทุนและการจ้างงาน อันดับ 4 ร้อยละ 11.1 ยกระดับ SMEs/สินค้าชุมชน
อันดับ 5 ร้อยละ 9.3 เกษตรมูลค่าสูง/แปรรูป อันดับ 6 ร้อยละ 8.8 อุตสาหกรรมบริการสุขภาพ/ผู้สูงอายุอันดับ 7ร้อยละ 7.5 โลจิสติกส์+คมนาคม อันดับ 8 ร้อยละ 7.4 ความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกร/สหกรณ์ อันดับ 9 ร้อยละ 5.3 อาหารสัตว์ถูก+ปุ๋ยถูก อันดับ 10 ร้อยละ 4.2 บริหารจัดการน้ำ+ชลประทาน และอันดับ 11 ร้อยละ 2.7 อุตสาหกรรมชีวภาพ
