สแกนบ้านใหญ่ “โคราช” จังหวัดที่มี สส. 16 ที่นั่ง สีใดจ่อผงาดในสภา
24 ม.ค. 2569
สแกนบ้านใหญ่ "โคราช" ตำนานบ้านใหญ่ของแท้ จังหวัดในภาคอีสาน ที่มีจำนวน สส.มากที่สุด ศึกหลายก๊กเลือกตั้ง 69 สีใดจ่อผงาดในสภา EP.5
ข่าว
24 ม.ค. 2569
สแกนบ้านใหญ่ "โคราช" ตำนานบ้านใหญ่ของแท้ จังหวัดในภาคอีสาน ที่มีจำนวน สส.มากที่สุด ศึกหลายก๊กเลือกตั้ง 69 สีใดจ่อผงาดในสภา EP.5
24 มกราคม 2569 Nation Election 2569 จุดเปลี่ยนประเทศไทย พาทุกท่าน เดินทางไปยังถิ่นที่ราบสูง เป็นพื้นที่มี สส.มากที่สุดในภาคอีสาน นั่นคือ จังหวัดนครราชสีมา
นครราชสีมา ได้รับสมญานามว่า ประตูสู่ภาคอีสาน เป็นจังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แน่นอนว่า มีตระกูลการเมืองหลายตระกูลเช่นกัน ท่ามกลางคำถาม พรรคการเมืองใดจะปักธงคว้าเก้าอี้ สส.ได้มากที่สุด
ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับทีมสแกนบ้านใหญ่เนชั่นทีวีว่า ตั้งแต่ปี 2566 หรือก่อนหน้านั้น ตระกูลบ้านใหญ่อยู่กับพรรคที่มีพลังสูง ต้องยอมรับว่า เป็นบ้านใหญ่สามตระกูลแห่งเพื่อไทย คือ
1. ตระกูล "ลิปตพัลลภ"
2. ตระกูล "จันทรรวงทอง"
3. ตระกูล "หวังศุภกิจโกศล"
ดร.สติธร ขยายความว่า เริ่มจาก "ตระกูลลิปตพัลลภ" โดยการเลือกตั้งก่อนหน้านี้ อาจจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จเพราะว่า ตั้งพรรคเอง คือพรรคชาติพัฒนากล้า หรือชาติพัฒนา แต่วันไหนที่ตระกูลนี้รวมพลังกับ "พรรคไทยรักไทย" "ยุคพลังประชาชน" หรือ "ยุคเพื่อไทย" เขาก็จะได้ สส.เข้าสภาอยู่เสมอ แล้วฐานการเมืองท้องถิ่นตระกูลนี้และเครือข่าย แทบไม่เคยพลาดในการเลือกตั้งระดับเทศบาลนครราชสีมา รวมถึงอบจ.ด้วย
2.ตระกูล "จันทรรวงทอง"
ส่วนอีกสองตระกูล ดร.สติธร กล่าวว่า ที่เป็นคีย์แมนของพรรคเพื่อไทยทุกวันนี้คือ ตระกูลจันทรรวงทอง โดย "ประเสริฐ" ไม่ต้องพูดถึงระดับคีย์แมนเบอร์ต้นของพรรคเพื่อไทยในระดับเขต ส่งลูกลงหนึ่งเขตก็สอบได้สบายมาก แล้วก็ดูแลเพื่อนพ้องน้องพี่ในจังหวัดได้
และตระกูลที่สาม เมื่อการเลือกตั้งปี 66 มีการจับมือครั้งใหญ่ ทำให้เพื่อไทยประสบความสำเร็จมากในโคราชทั้ง 16 เขต คือกวาดไป 12 เขต โดย "จันทรรวงทอง" จับมือกับ "หวังศุภกิจโกศล" ตอนนั้นก็ย้ายมาจากภูมิใจไทย แล้วไปดูได้จากผลการเลือกตั้งปี 2566 ปราบตระกูลดั้งเดิมราบคาบ
"รอบนี้รวมลิปตพัลลภ ด้วย 3 พลัง สามสกุลใหญ่บวกพลังกัน วันนี้เพื่อไทยในโคราชถือว่าเบ่งบานที่สุด" ดร.สติธร กล่าว
นอกจากนั้น จะเป็นตระกูลแบบประจำอำเภอ ส่งไม้ต่อจากพ่อไปสู่ลูก เช่น "ตระกูลเลิศด้วยลาภ" วันนี้ส่งหมอดาวุฒิ (นพ.วัชรากร เลิศด้วยลาภ) ลงสมัครเขต 14 ครั้งที่แล้วคุณพ่อลงแล้วก็ชนะในนามเพื่อไทย
ผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 พรรคเพื่อไทย กวาดที่นั่ง สส.เมืองย่าโม 12 ที่นั่งจากทั้งหมด 16 ที่นั่ง พรรคก้าวไกลขณะนั้น แย่งไปได้ 3 เก้าอี้ ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตเมือง เหตุผลที่ ก้าวไกล ประสบชัยชนะสามที่นั่ง เกิดจากการตัดคะแนนกันเอง ระหว่างตระกูลการเมือง ส่วนอีกที่นั่งตกเป็นของภูมิใจไทย
ครั้งที่แล้วพบว่า เกิดปัญหาของการตัดกันของสองตระกูลใหญ่ คือ ตระกูลเพื่อไทยกับลิปตพัลลภ ที่ลงในนามชาติพัฒนากล้า แข่งกัน สุดท้ายพ่ายแพ้ให้กับทีมก้าวไกล 3 เขต คือ เขต 1 - 2 - 3 ซึ่งกระจุกอยู่ตรงเขตเทศบาลนครนครราชสีมา
ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ได้แค่หนึ่งที่นั่ง คือ พลภีร์ สุวรรณฉวี เป็นอีกหนึ่งตระกูล (ไพโรจน์ สุวรรณฉวี) เมื่อก่อนก็เป็นคนเก่าแก่ เคยร่วมไทยรักไทยมาก่อน วันนี้ส่งรุ่นลูก เป็นหนึ่งเดียวของภูมิใจไทย รอบที่แล้วที่รักษาพื้นที่ในโคราชไว้ได้
การผนึกกำลังของบ้านใหญ่โคราชหลายตระกูล ที่มาอยู่ในสีเสื้อเพื่อไทย แน่นอนว่า ย่อมมีผลสะเทือนต่อพรรคการเมืองคู่แข่ง ทั้งค่ายสีส้มและสีน้ำเงิน
“ผมไป สแกนดูแล้ว ความที่พรรคเพื่อไทยเขายังแข็งแกร่งอยู่ ผู้สมัครแต่ละคนของเพื่อไทย วันนี้ย้ายออกไปคนเดียวคือ โกศล ปัทมะ ที่ย้ายไปอยู่ภูมิใจไทย แล้วเป็นเขตที่ไม่ได้ชนะขาดด้วย ไม่ได้แปลว่า การที่โกศลย้ายไปแล้ว คะแนนจะตาม "โกศล" ไป เพราะตรงนั้น น่าจะเป็นคะแนนของเพื่อไทย พอเปลี่ยนคนขึ้นมา ซึ่งก็เป็นคนตระกูลการเมืองนามสกุลภิญโญ (พัชราวรรณ ภิญโญ) ขึ้นมา ก็แปลว่า เขาก็มีโอกาสรักษาได้ ไปๆ มาๆ ภูมิใจไทยที่น่าจะได้ ผมก็คิดว่า มี พลพีร์ ที่เคยได้ครั้งที่แล้ว เพราะชนะค่อนข้างห่างแล้วเพื่อไทยยังเจาะยาก” ดร.สติธร กล่าว
“พรรคประชาชนตอนสมัยก้าวไกล ก็ไม่ได้มีกระแสอะไรสูง น่าจะรักษาไว้ได้หนึ่งเขต เขตที่พอลุ้น เช่น เขตที่มีนามสกุล "รัตนเศรษฐ" ลงสองเขต "ทวิรัตน์" กับ "ตติรัตน์" แต่ว่าพอดูคะแนนรอบที่แล้ว ก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับเพื่อไทยขนาดนั้น เอาเข้าจริงผมคิดว่า ภูมิใจไทยก็อาจจะได้แค่หนึ่ง คือของเดิม ที่เหลือเป็นของเพื่อไทยทั้งหมด 12 เขต เผลอๆ จะแย่งจากพรรคประชาชนมาอีก 3 เขต กลายเป็น 15 ที่นั่ง
"รอบนี้ผมคิดว่า เพื่อไทยน่าจะกวาดโคราชได้ 12-15 ที่นั่ง” ดร.สติธร กล่าวทิ้งท้าย
