นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ประธานงานแถลงข่าวกล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา งานแสดงสินค้า Bangkok Gems and Jewelry Fair ได้ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ โดยมีบทบาทในการเชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายจากทั่วโลก สร้างโอกาสทางธุรกิจและพันธมิตรการค้า ยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยในเวทีนานาชาติ ตลอดจนส่งเสริมการส่งออกอย่างต่อเนื่อง จนในวันนี้ประเทศไทยได้บรรลุเป้าหมายการเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลกแล้ว อีกทั้งงานบางกอกเจมส์ยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย ไม่รวมทอง ซึ่งในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 เมื่อหักมูลค่าส่งกลับ การส่งออกสินค้าดังกล่าวมีมูลค่า 12,124 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวกว่าร้อยละ 53
“งานบางกอกเจมส์เติบโตขึ้นอย่างมาก ทั้งด้านจำนวน Exhibitor, Visitor และ มูลค่าการค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนในปัจจุบันงานแสดงสินค้านี้ได้รับการยอมรับให้เป็น 1 ใน 4 งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับสำคัญของโลก ทั้งยังเป็นแหล่งค้าพลอยสีที่ใหญ่ที่สุดของโลกและเพื่อรับรองความต้องการของผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ผู้จัดงานจึงได้ขยายพื้นที่จัดแสดงสินค้าไปยัง Plenary Hall ชั้น 1 ทำให้งานบางกอกเจมส์ ครั้งที่ 73 สามารถรองรับผู้ประกอบการได้เพิ่มขึ้นกว่า 200 คูหา ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับโลก โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,300 บริษัท 2,800 คูหา มากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 45,000 ราย และสร้างมูลค่าการค้าได้มากกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ” อธิบดี DITP กล่าวเสริม