svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Business

ธอส. กางเป้าปี 2569 อัดฉีด 2.4 แสนล้าน พยุงตลาดบ้านซบเซา!

24 ม.ค. 2569

ธอส.กางแผนปี 69 ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.4 แสนล้าน ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจเปราะบาง กำลังซื้อหดตัว พร้อมเปิดยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก รักษาแชมป์ดอกเบี้ยต่ำสุดในตลาด

24 มกราคม 2569 นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ว่า ธนาคารมุ่งมั่นที่จะยกระดับองค์กรภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่ “Beyond Housing Bank” หรือการเป็นมากกว่าธนาคารผู้ปล่อยกู้ โดยจะก้าวสู่การเป็น "Intelligent Sustainable Housing Companion" เพื่อนคู่คิดสำหรับการมีบ้านอย่างยั่งยืน

เป้าหมายสำคัญคือการทำให้คนไทยมีบ้านได้ "ง่ายขึ้น" ผ่านการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) มาใช้ขับเคลื่อนองค์กร ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป

ธอส. กางเป้าปี 2569 อัดฉีด 2.4 แสนล้าน พยุงตลาดบ้านซบเซา!

ปักธงปี 69 สินเชื่อใหม่ 2.42 แสนล้าน - คุม NPL ไม่เกิน 5.11%

สำหรับเป้าหมายทางการเงินใน ปี 2569 ธอส. ได้วางกรอบการดำเนินงานที่ท้าทาย โดยตั้งเป้าสินเชื่อปล่อยใหม่ (New Loan) อยู่ที่ 242,989 ล้านบาท ขยายตัว 0.5% จากปีก่อน เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยสินเชื่อคงค้าง (Outstanding Loan) คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.96 ล้านล้านบาท ซึ่งใกล้แตะระดับ 2 ล้านล้านบาทในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ ธอส. จะยังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง โดยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อวงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวนกว่า 125,762 ราย คิดเป็น 65% ของสินเชื่อทั้งหมด ซึ่ง ธอส. ถือเป็นผู้นำในตลาดดังกล่าวอยู่แล้ว

ขณะที่ตั้งเป้าควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไว้ที่ระดับไม่เกิน 5.11% ซึ่งถือเป็นระดับที่บริหารจัดการได้ ภายใต้สถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ยังกดดัน

ทั้งนี้ ในปี 2568 ที่ผ่านมา ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 247,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 241,000 ล้านบาท จากการเร่งปล่อยกู้ในช่วงไตรมาส 

ด้านเงินฝาก นายมหัทธนะ ระบุว่า ธอส. ยังสามารถระดมเงินฝากได้อย่างต่อเนื่อง จากความเชื่อมั่นในความมั่นคงของธนาคาร โดยปี 2569 ตั้งเป้าระดมเงินฝากใหม่ 100,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน พร้อมปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ

สำหรับกำไรสุทธิในปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ หมื่นล้านบาท ส่วนปี 2569 ยอมรับว่ามีแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยขาลงและปัญหาหนี้ครัวเรือน แต่ธนาคารจะพยายามรักษาความสามารถในการทำกำไร

จับตาปี 69 เศรษฐกิจโตต่ำ-หนี้ครัวเรือนค้ำคอ

นายมหัทธนะ กล่าวว่า ความท้าทายทางเศรษฐกิจ ปี 2569 ที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดใน 5 เรื่อง ได้แก่

1. การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) คาดว่าจะขยายตัวเพียง 1.5-2.3% ซึ่งสะท้อนความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย

ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2569 ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ประเมินว่า การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งระบบอาจ ติดลบ 0.5% อย่างไรก็ตาม ธอส. ยืนยันยังสามารถปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย โดยจะมุ่งขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอายุ 20–40 ปี ซึ่งมีอยู่ราว 15–19 ล้านคน ถือเป็นกลุ่มประชากรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ

“แม้เศรษฐกิจจะเปราะบาง แต่ความต้องการมีบ้านยังมีอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่และผู้จบการศึกษาใหม่ ความท้าทายคือหนี้ครัวเรือนที่กระทบความสามารถในการกู้ ซึ่ง ธอส. จะพยายามพยุงตลาดด้วยโอกาสใหม่ เช่น กรีนไฟแนนซ์” นายมหัทธนะ กล่าว

2. ภาวะหนี้ครัวเรือน ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลกดดันกำลังซื้อและความสามารถในการกู้ของประชาชน ทำให้ยอดการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ในตลาดยังคงสูง

3. ทิศทางอัตราดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง แม้จะเป็นผลดีต่อผู้กู้ แต่ธนาคารต้องบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน (Cost of Fund) และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอย่างระมัดระวัง

นายมหัทธนะ กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นต่ำที่สุดในตลาดอยู่ที่ 1.54% ต่อปี สำหรับโครงการกลุ่ม Social หรือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งถือเป็นเรตที่จูงใจและช่วยแบ่งเบาภาระการผ่อนชำระได้เป็นอย่างดี 

“ซึ่งหากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ธอส. ก็พร้อมที่จะปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงตามทันที เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน”

4. การแข่งขันที่ดุเดือด นอกจากการแข่งขันแย่งชิงลูกค้าชั้นดีในกลุ่มธนาคารพาณิชย์แล้ว ยังมีผู้เล่นรายใหม่ทั้ง Virtual Bank และ Non-bank เข้ามาในตลาด

5. ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ (Cyber Risk) ภัยคุกคามทางเทคโนโลยีและการโจรกรรมข้อมูลเป็นสิ่งที่ธนาคารให้ความสำคัญสูงสุด

ตั้งเป้าระบาย NPA 4.5 พันล้าน

นายมหัทธนะ กล่าวถึงทิศทางการบริหารจัดการทรัพย์รอการขาย (NPA) ในปี 2569 ว่า ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายที่จะระบาย NPA ออกสู่ตลาดให้ได้ประมาณ 4,000 – 4,500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขเป้าหมายที่สอดคล้องกับสภาพตลาด เพื่อรักษาสมดุลของพอร์ตสินทรัพย์ธนาคาร

ซึ่งหากย้อนดูผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา นับเป็นปีทองของการระบายทรัพย์ โดย ธอส. สามารถทำยอดขาย NPA ได้สูงถึง 5,700 ล้านบาท ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับปี 2566 ที่มียอดขายอยู่ที่ระดับ 4,400 – 4,500 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการในตลาดบ้านมือสองที่ยังคงมีอยู่จริง และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพย์ของธนาคาร

นายมหัทธนะ ระบุว่า ธนาคารจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในการระบาย NPA (Digital NPA) เพื่อให้กระบวนการขายเป็นไปอย่าง "รวดเร็ว และได้ราคาที่เหมาะสม" โดยระบบใหม่นี้จะช่วยวิเคราะห์และจับคู่ทรัพย์กับความต้องการของผู้ซื้อ ทำให้การระบายสต็อกเป็นไปอย่างคล่องตัว ลดระยะเวลาการถือครอง และสร้างรายได้กลับคืนสู่ธนาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 5 เสาหลัก

โดย ธอส. พร้อมต่อยอดพันธกิจขององค์กรสู่การเป็นเพื่อนคู่คิดที่อยู่เคียงข้างกันตั้งแต่วันแรกของการมีบ้าน ดูแลลูกค้าและเติบโตไปด้วยกัน มุ่งการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Intelligent Sustainable Housing Companion เพื่อทำให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น ด้วยดิจิทัล ดาต้า ภายใต้กรอบความเสี่ยงและสนับสนุนเสถียรภาพ ภาคอสังหาริมทรัพย์ ผ่านการวางยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก (5 Strategic Pillars) ดังนี้

1. Immediate-to-Home ปฏิรูปกระบวนการยื่นกู้ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร – ยื่นกู้ – ประเมินราคาหลักทรัพย์ - อนุมัติ – จนถึงจดจำนองให้ "เร็วกว่า ง่ายกว่า แบบไร้ขีดจำกัด" ผ่านระบบ End-to-End

2. Smart Growth บริหารสินทรัพย์อย่างมีคุณภาพด้วย Digital Driven ใช้ข้อมูลวิเคราะห์เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ให้ตรงจุดเพื่อไม่ให้หนี้ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ (SM) กลายเป็น NPL

3. Customer Obsession เข้าใจลูกค้าผ่าน Big Data เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์แบบ Hyper-Personalization ที่ "รู้ใจ ถูกที่ ถูกเวลา"

4. Digital Transformation นำ AI และ Automation มาใช้ในระบบตรวจสอบเอกสารและประเมินความเสี่ยง เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์

5. People First พัฒนาทักษะดิจิทัลให้พนักงาน (Empower People) เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

"ทั้ง 5 เสาหลักนี้จะขับเคลื่อนให้ ธอส. สามารถอัดฉีดเม็ดเงินสินเชื่อใหม่ลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย 242,989 ล้านบาทในปี 2569 เพื่อตอกย้ำการเป็นธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้านอย่างยั่งยืน" นายมหัทธนะ กล่าว

ข้อมูล : กรุงเทพธุรกิจ