นายอภิสิทธิ์ ยังเห็นว่า การทุจริตคอรัปชัน ในปัจจุบันร้ายยิ่งกว่าเดิม ยังมีทุนเทาสแกมเมอร์ ที่หลอกคนทั่วโลก และนำเงินมาซื้ออำนาจ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ถูกจับ ไม่ถูกดำเนินคดี ซึ่งต่างประเทศได้ไล่ยึดทรัพ์ แต่ประเทศไทย กลับถูกทั่วโลกมองว่า ล่าช้าแม้จะมีหลักฐานเส้นทางการเงินที่ชัดเจน แต่หน่วยงานต่าง ๆ กลัวดำเนินการช้ามาก ดังนั้น จะต้องทำให้บ้านเมืองกลับมาเป็นบ้านเมืองที่สุจริต เพื่อที่จะได้มีรัฐบาล และผู้แทนที่ทำงานเพื่อประชาชนตริง ๆ
นายอภิสิทธิ์ ยังได้ย้ำนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งเบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาท/เดือน, เบี้ยผู้พิการ 800 บาท/เดือน พร้อมย้ำว่า นโยบายของพรรคฯ ไม่ใช่เพียงคำพูดตอนหาเสียง แต่เป็นสิ่งที่ทำมาต่อเนื่อง ภายใต้อุดมการณ์ในการสร้างความมั่นคงในชีวิตประชาชน ตั้งแต่เกิดจนตาย ดังนั้น ขอให้ประชาชนมั่นใจประชาธิปัตย์ได้
ทั้งนี้ ในระหว่างการปราศรัย ยังมีประชาชนถามนายอภิสิทธิ์ ถึงค่าส่วนต่างมันสำปะหลังที่ผู้ปลูกไม่เคยได้การช่วยเหลือใด ๆ ต่างจากผู้ปลูกข้าวนั้น นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เลือกปฏิบัติอย่างแน่นอน เพราะตอนที่ตนเริ่มดำเนินการเรื่งดังกล่าว เริ่มต้นพืช 3 ชนิด ทั้งข้าว มันสัมปะหลัง และข้าวโพด ซึ่งตอนที่ตนเป็นรัฐบาลนั้น ราคาดี จึงไม่ได้มีการจ่ายเงินประกัน แต่ปัจจุบันนี้ ราคาไม่ดีก็ต้องจ่ายเงินประกัน ดังนั้น ตนพร้อมรับเรื่องและปัญหาต่าง ๆ ไปทั้งหมด เพื่อดูแลให้อย่างทั่วถึง ซึ่งชาวบ้านได้ตอบกลับว่า ไม่ทั่วถึงเลยรัฐบาลก่อน ๆ นี้