svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

'ชัยชนะ' ฟาดกลับเพจดัง! ปัดพัวพันค้ายา ยันไม่รู้จัก 'ซัน ทุ่งจีน' แค่นามสกุลเหมือน

21 ม.ค. 2569

"ชัยชนะ เดชเดโช" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์โต้เพจดังปมโยงอักษรย่อ "ท." พัวพันยาเสพติด ยันชีวิตไม่เคยยุ่งเกี่ยวสิ่งผิดกฎหมาย แจงผู้ต้องหา "ซัน ทุ่งจีน" แค่นามสกุลเดียวกันแต่ไม่ใช่ญาติและไม่รู้จักกัน เชื่อถูกจงใจดิสเครดิตทางการเมือง สั่งฝ่ายกฎหมายดำเนินคดีถึงที่สุด

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊กหลายเพจระบุข้อความอ้างว่า ตำรวจเตรียมเข้าค้นบ้านรองหัวหน้าพรรคสีฟ้าคนดังภาคใต้ อักษรย่อ "ท." หลังพบความพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติด ล่าสุด นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวโต้แย้งทันควัน โดยยืนยันว่าไม่มีการเข้าค้นบ้านจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่กล่าวอ้าง และตนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

นายชัยชนะระบุว่า "หยุดวิธีการที่ไม่สร้างสรรค์แบบนี้เถอะครับ มานำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนดีกว่า ชีวิตผมไม่เคยเกี่ยวข้องเรื่องแบบนี้ครับ" พร้อมเผยว่าขณะนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับเพจที่นำเสนอข้อมูลเท็จเพื่อหวังผลทางการเมืองแล้ว

แจงปม "ซัน ทุ่งจีน" ยันแค่ชื่อนามสกุลพ้อง แต่ไม่ใช่ญาติบ้านใหญ่

สำหรับชนวนเหตุของข่าวลือดังกล่าว คาดว่ามาจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้เข้าจับกุม นายจักรกฤษณ์ เดชเดโช หรือ "ซัน ทุ่งจีน" อายุ 30 ปี เอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ พร้อมของกลางยาไอซ์ 2 กิโลกรัม และอาวุธปืน เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม นายชัยชนะยืนยันชัดเจนว่า ไม่รู้จักกับนายจักรกฤษณ์แต่อย่างใด และแม้จะมีนามสกุลเหมือนกัน แต่บุคคลดังกล่าวไม่ได้มีความเชื่อมโยงหรือเป็นญาติกับครอบครัวของตน ซึ่งนามสกุลนี้มีผู้ใช้งานหลายคนในพื้นที่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ามีการพยายามโยงชื่อตนเข้าไปเกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นประเด็นข่าวโด่งดังและหวังผลดิสเครดิตตนเอง

ผู้ต้องหาให้การชัด "ไม่เกี่ยวข้องนักการเมืองดัง"

จากการสอบสวนนายจักรกฤษณ์ หรือ "ซัน ทุ่งจีน" เบื้องต้นเจ้าตัวยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบ้านใหญ่ "เดชเดโช" ของนายชัยชนะแต่อย่างใด โดยนายจักรกฤษณ์ถูกดำเนินคดีรวม 4 ข้อหาหนัก ทั้งจำหน่ายยาเสพติดโดยมีอาวุธปืน, พกพาอาวุธปืน และเสพยาเสพติดขณะขับรถ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการขยายผลของเจ้าหน้าที่เพื่อทลายเครือข่ายยาเสพติดในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชต่อไป