svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ไม่หวั่นกระแส กกร. แฉซื้อเสียงดุเดือดหัวละ 7,500 บาท ชี้อาจแค่ความเห็นวิชาการ!

19 ม.ค. 2569

กกต.ไม่หวั่นกระแส กกร. แฉซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท ชี้เป็นเพียงมุมมองวิชาการ ส่วนเรื่องหัวคะแนน อาจเป็นแค่เรื่องเล่า ย้ำชัด กกต. มีฐานข้อมูล การข่าวพื้นที่สีแดง แข่งขันดุเดือด ส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว-ตำรวจ-เครือข่ายป้องปรามไม่ให้เกิด

19 มกราคม 2569 ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ได้ส่งข้อความถึงเจ้าหน้าที่ กกต. ให้ช่วยกันรณรงค์ไม่ให้เกิดการซื้อสิทธิ์ขายเสียงนั้น ว่า ส่วนตัวอยากให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ อยู่บนพื้นฐานบรรยากาศที่ดี และเป็นคะแนนที่สุจริต เพราะสะท้อนถึงคุณภาพของการเลือกตั้ง ซึ่งเราต้องการ 2 อย่าง คือ ปริมาณคนไปใช้สิทธิ์เยอะ ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่าเป็นห่วง เชื่อว่าจะผู้ไปใช้สิทธิ์จะมากกว่าครั้งที่แล้ว ที่อยู่ที่ 75%

ส่วนคุณภาพคะแนน ก็อยากให้เกิดจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ดูนโยบาย แล้วเห็นว่าพรรคไหนหรือผู้สมัครคนไหน จะเป็นผู้แทนเขาได้ก็ควรจะเลือกตรงนั้น แต่ไม่ใช่เลือกด้วยเหตุผลอื่น จึงไม่อยากให้เกิดเงื่อนไขแบบนี้ ย้ำว่า อยากให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการนำไปใช้พัฒนาประเทศตามศักยภาพที่เรามี

ส่วนกรณีที่ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ออกมาเปิดเผยข้อมูลผลสำรวจว่า มีการซื้อเสียงกันดุเดือด ถึงขั้นหัวละ 7,500 บาทนั้น นายแสวง บอกว่า เป็นหน้าที่ของ กกต. อยู่แล้วในการป้องกัน ป้องปรามไม่ให้เกิดขึ้น โดยมีกระบวนการและเครือข่ายที่เป็นรูปธรรม ซึ่งทางการข่าวเรารู้หมด แต่จำนวนเงินเราไม่ทราบแน่ชัด อาจจะเป็นความเห็นตามหลักวิชาการ แต่ว่ามันไม่ควรเกิดขึ้น และ กกต. ต้องไม่ทำให้เรื่องพวกนี้มีนัยสำคัญในการลงคะแนน

ถึงแม้จะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แต่อย่าเป็นเงื่อนไข ที่จะทำให้คนชนะการเลือกตั้งได้ และไม่จำเป็นต้องเชิญหน่วยงานดังกล่าวมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพราะว่า กกต. มีหน้าที่ในการป้องกันอยู่แล้ว เรารับทราบข้อมูลอยู่แล้ว เพียงแค่ต้องทำให้มันเกิดขึ้นเท่านั้น

เมื่อถามว่า กกต. จะสามารถสกัดเรื่องนี้ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะมีคำว่า "หัวคะแนน" นายแสวง กล่าวว่า เรื่องเล่าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อาจจะเป็นเรื่องของการเมือง หรือเกมอำนาจ แต่สิ่งที่เราทำ คือ การปฏิบัติที่ต้องป้องกันป้องปราม โดยใช้การข่าว ใช้หน่วยเคลื่อนที่เร็วลงไปในจุดที่มีข้อมูล และมีการแบ่งพื้นที่ตามโซนสีต่างๆ ได้แก่ พื้นที่สีแดง เหลือง และขาว ซึ่งเราแบ่งโซนแบบนี้ทุกครั้ง มีการจัดทำบัญชีหัวคะแนน และมีการข่าวระดับจังหวัด รวมถึงมีการข่าวร่วมกับฝ่ายบ้านเมือง แต่ข่าวกับเรื่องจริงอาจจะเป็นคนละเรื่อง

ทั้งนี้ พื้นที่โซนสีแดง อาจจะไม่ได้มีการกระทำผิดก็ได้ แต่เป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันกันดุเดือด รุนแรง ซึ่งมีอยู่ทุกภาค และต้องจับตาเป็นพิเศษ ซึ่งในการเลือกตั้ง ผู้สมัครก็สามารถทำผิดได้ประชาชน และกกต. ก็ทำผิดได้ ในการดำเนินการเลือกตั้ง แต่ในการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ไม่อยากให้เกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นผลการเลือกตั้งคงไม่เป็นที่ยอมรับ หากมีเรื่องพวกนี้

ส่วนความคืบหน้าการส่งนโยบายของพรรคการเมืองมายัง กกต.นั้น นายแสวง กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายในการเปิดให้พรรคการเมืองส่งนโยบาย คาดว่าทุกพรรคการเมืองจะส่งครบภายในวันนี้ ซึ่ง กกต. ก็ต้องตรวจให้ทัน เพราะทำงานกันทุกวันอยู่แล้ว และคงไม่มีนโยบายที่ไม่ถูกต้อง เพียงอาจไม่ครบองค์ประกอบตามกฎหมาย หรือ คณะกรรมการพิจารณาแล้วมีข้อสังเกตแต่ละเงื่อนไขที่สามารถตั้งข้อสังเกตได้ แต่จะไปบอกว่าถูกผิด ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะเราไม่ใช่คณะกรรมการที่จะไปอนุมัติโครงการต่าง ๆ