สวนดุสิตโพล ชี้นโยบาย ปชน. โดนใจมากที่สุด อันดับ 2 พท. ส่วน ภท. ที่ 3
18 ม.ค. 2569
เอาล่ะสิ ! สวนดุสิตโพล ชี้นโยบายพรรคประชาชน โดนใจมากที่สุด รองลงมาเป็นเพื่อไทย ส่วนภูมิใจไทยร่วงไปอันดับ 3 เผยประชาชนคาดหวังพรรคการเมืองใหม่ๆมาบริหารประเทศ
ข่าว
18 ม.ค. 2569
เอาล่ะสิ ! สวนดุสิตโพล ชี้นโยบายพรรคประชาชน โดนใจมากที่สุด รองลงมาเป็นเพื่อไทย ส่วนภูมิใจไทยร่วงไปอันดับ 3 เผยประชาชนคาดหวังพรรคการเมืองใหม่ๆมาบริหารประเทศ
18 มกราคม 2569 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "นโยบายกับพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง 69" กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,586 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 13-16 มกราคม 2569
พบว่าผลโพลเกี่ยวกับนโยบายพรรคการเมือง พรรคประชาชน ถือเป็นพรรคที่มีความได้เปรียบมากที่สุดถึง 4 นโยบาย คือ ด้านการเมืองและความมั่นคง ร้อยละ 34 , ด้านการศึกษา ร้อยละ 43.93 , ด้านการเกษตร ร้อยละ 35.82 และด้านการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 39.89
ส่วนพรรคเพื่อไทยมีความได้เปรียบ 1 นโยบาย คือ ด้านปากท้อง/ค่าครองชีพ ร้อยละ 35.63
ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) อยู่ในอันดับที่ 3 ในทุกด้าน ทั้งการเมืองและความมั่นคง , การศึกษา , การเกษตร ปากท้อง/ค่าครองชีพ และ แก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน
ทั้งนี้ถ้ามีการเลือกตั้ง กลุ่มตัวอย่างจะเลือกพรรคประชาชน ร้อยละ 34.11 รองลงมาคือ เพื่อไทย ร้อยละ 18.37 และเลือก สส.เขตสังกัดพรรคประชาชน ร้อยละ 33.14 รองลงมาคือ เพื่อไทย ร้อยละ 19.49
โดยบุคคลที่อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป คือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ปชน.) ร้อยละ 34.34 , ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พท.) ร้อยละ 19.91 และอนุทิน ชาญวีรกูล (ภท.) ร้อยละ 16.13
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า เมื่อพิจารณาตามนโยบาย พบว่า พรรคประชาชน เป็นพรรคที่มีนโยบายโดดเด่นถึง 4 จาก 5 นโยบายหลัก ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง การศึกษา การเกษตร และการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน
ขณะเดียวกันพรรคประชาชนยังคงเป็นพรรคที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยต้องจับตาว่า พรรคการเมืองแต่ละพรรคจะงัดกลยุทธ์หาเสียงใดออกมาเพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงในช่วงต่อจากนี้ และจะสามารถเปลี่ยนความได้เปรียบเชิงนโยบายให้กลายเป็นชัยชนะในวันเลือกตั้งได้อย่างไร
ผศ.ภาวินี รอดประเสริฐ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตร์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า สำหรับการเลือกตั้ง 69 ประชาชนคาดหวังกับแนวนโยบายของพรรคการเมืองใหม่ที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ และประชาชนในหลากหลายมิติ ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ ประชาชนพร้อมที่จะให้โอกาสกับพรรคการเมืองใหม่ หรือพรรคการเมืองที่ตนเองชื่นชอบที่ยังไม่มีโอกาสในการทำหน้าที่บริหารประเทศ ให้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาของประเทศ
ทั้งในเรื่องของการเมืองและความมั่นคง การศึกษา การเกษตร และการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เห็นได้จากผลสำรวจที่มีมากกว่าร้อยละ 35 ส่วนในการเลือกพรรคการเมือง หรือตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็น สส. และความคาดหวังในบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีทิศทางเดียวกับการเลือกนโยบายของพรรคการเมือง
น่าสนใจตรงแนวคิดของประชาชนที่ยังต้องการของใหม่ ทั้งตัวบุคคล และพรรคการเมืองที่ยังไม่เคยทำหน้าที่บริหารประเทศให้ลองเข้ามาทำหน้าที่ หากครั้งนี้พรรคการเมืองใหม่ได้มีโอกาสทำหน้าที่ในการบริหารประเทศ การเลือกตั้งสมัยหน้าคงต้องวัดกันอีกครั้ง ว่าการทำหน้าที่เป็นไปตามตามความคาดหวังของประชาชนในการช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ และประชาชนได้จริงหรือไม่
